Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
ความรู้สุขภาพ

ภาวะตัวเย็นเกิน (Hypothermia)

ภาวะตัวเย็นเกิน เป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่อันตรายถึงแก่ชีวิต ควรดูแลตัวเองอย่าให้มีอุณหภูมิต่ำว่า 35°C และควรขอรับความช่วยเหลือทันทีหากสงสัยว่าตัวเองมีภาวะนี้
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 14 พ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 838,842 คน

ภาวะตัวเย็นเกิน (Hypothermia)

ภาวะตัวเย็นเกิน เป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่อันตรายถึงแก่ชีวิต ควรดูแลตัวเองอย่าให้มีอุณหภูมิต่ำว่า 35°C และควรขอรับความช่วยเหลือทันทีหากสงสัยว่าตัวเองมีภาวะนี้

ภาวะตัวเย็นเกิน (Hypothermia) คือ ภาวะที่ร่างกายมีอุณหภูมิต่ำกว่า 35 องศาเซลเซียส จัดเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ เพราะจะส่งผลต่อความสามารถในการใช้ความคิดวิเคราะห์ ทำให้ไม่สามารถขอความช่วยเหลือได้ทันท่วงที เป็นสาเหตุให้เสียชีวิตได้

อาการของภาวะตัวเย็นเกิน

อาการที่พบได้บ่อยของภาวะตัวเย็นเกิน ได้แก่ หนาวสั่นมากผิดปกติ หายใจช้า พูดช้า ซุ่มซ่าม สะดุด หรือสับสน ในผู้ที่มีอาการอ่อนเพลียอย่างรุนแรง จะมีชีพจรเต้นอ่อน และหมดสติ

สาเหตุของภาวะตัวเย็นเกิน

สาเหตุหลักของการเกิดภาวะตัวเย็นเกิน คืออุณหภูมิที่ลดลงอย่างรวดเร็ว เมื่อร่างกายสัมผัสกับอากาศที่มีอุณหภูมิต่ำมากๆ เป็นเวลานาน จะทำให้ร่างกายสูญเสียความร้อนเร็วกว่าที่ร่างกายผลิตได้ เมื่อร่างกายไม่สามารถสร้างความร้อนได้เพียงพอ จึงส่งผลให้ร่างกายเข้าสู่ภาวะดังกล่าว และอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต หากไม้ได้รับการช่วยเหลือทางการแพทย์ที่ถูกต้อง

มีหลายปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะตัวเย็นเกิน ได้แก่

  • อายุ : ทารกแรกเกิดและผู้สูงอายุจะมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดภาวะตัวเย็นเกิน เพราะเป็นช่วงวัยที่ความสามารถในการควบคุมอุณหภูมิของร่างกายจะต่ำกว่าคนทั่วไป
  • ปัญหาทางสุขภาพจิตและโรคสมองเสื่อม : โรคจิตเภท (Schizophrenia) และโรคอารมณ์แปรปรวนสองขั้ว (Bipolar Disorder) เป็นโรคที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะตัวเย็นเกิน ส่วนโรคสมองเสื่อม (Dementia) มักพบปัญหาในการสื่อสารและปัญหาในการทำความเข้าใจ เช่น การเลือกใส่เสื้อผ้าที่ไม่เหมาะสมกับอากาศเย็น หรือการนั่งอยู่ในที่ๆ อากาศเย็นนานกว่าปกติ
  • การใช้แอลกอฮอล์และยาเสพติด : ทำให้ความสามารถในการรับรู้เกี่ยวกับอากาศเย็นผิดปกติไป โดยเฉพาะการดื่มแอลกฮอล์ที่ให้ความรู้สึกลวงว่าภายในร่างกายร้อนขึ้น แต่จริงๆ แล้วแอลกอฮอล์จะทำให้เส้นเลือดขยายตัว และทำให้สูญเสียความร้อนทางผิวหนังมากกว่าเดิม
  • โรคอื่นๆ : มีโรคหรือภาวะบางชนิดจะส่งผลกระทบต่อความสามารถในการรักษาอุณหภูมิของร่างกาย หรือความสามารถในการรับรู้ถึงอากาศเย็น ได้แก่
    • โรคต่อมไทรอยด์ทำงานน้อยเกินไป (Hypothyroidism)
    • โรคข้ออักเสบ (Arthritis)
    • ภาวะขาดน้ำ (Dehydration)
    • โรคเบาหวาน
    • โรคพาร์กินสัน (Parkinson’s disease)
    • โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)
    • การบาดเจ็บที่ไขสันหลัง
    • ร่างกายได้รับบาดเจ็บจากไฟไหม้ มีแผลพุพอง
    • ภาวะขาดสารอาหาร
  • ยา : ยาต้านเศร้า ยาระงับประสาท และยาต้านโรคจิตบางรายการจะส่งผลกระทบต่อความสามารถในการควบคุมอุณหภูมิร่างกาย
  • สถานที่พักอาศัย การอาศัยในพื้นที่ที่มีอากาศเย็นมากบ่อยครั้งจะเพิ่มความเสี่ยงที่จะสัมผัสกับอากาศเย็นบ่อยครั้งตามไปด้วย

การรักษาภาวะตัวเย็นเกิน

ภาวะตัวเย็นเกินจัดเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ ถ้าคุณหรือคนใกล้ชิดมีอาการที่สงสัยได้ว่าเป็นภาวะตัวเย็นเกิน ให้รีบโทรสายด่วน 1669 หรือรีบพาไปโรงพยาบาลทันที ระหว่างรอรถพยาบาลมารับ หรือระหว่างรอรับการรักษา สามารถปฏิบัติเพื่อบรรเทาอาการได้ดังนี้

  • ดูแลผู้ที่มีอาการด้วยความระมัดระวัง : ให้นำตัวผู้ป่วยออกจากสถานที่ที่มีอากาศเย็นเป็นอันดับแรก อย่านวดเพื่อพยายามฟื้นฟูการไหลเวียนเลือด ระมัดระวังการเคลื่อนไหวร่างกายที่รุนแรงหรือมากเกินไปจนอาจทำให้หัวใจหยุดเต้นได้
  • ถอดเสื้อผ้าที่เปียกออก : ในกรณีที่มีความจำเป็น อาจต้องใช้วิธีการตัดเสื้อผ้าออกเพื่อหลีกเลี่ยงการขยับตัวผู้ป่วย หลังจากเอาเสื้อผ้าเปียกออกไปแล้วให้ห่มร่างกายด้วยผ้าห่มหนาๆ เพื่อเพิ่มความอบอุ่น หากไม่มีผ้าห่มในบริเวณนั้น ให้ใช้ร่างกายของคุณช่วยเพิ่มความอบอุ่นแทน ถ้าบุคคลที่ช่วยเหลือยังมีสติอยู่ พยายามให้พวกเขารับประทานเครื่องดื่มหรือน้ำซุปอุ่นๆ จะช่วยเพิ่มอุณหภูมิร่างกายได้
  • ประคบอุ่น : ด้วยการใช้ขวดน้ำอุ่น หรือผ้าเช็ดตัวอุ่นๆ ประคบที่หน้าอก คอ หรือขาหนีบเท่านั้น อย่าประคบที่แขนหรือขา และอย่าใช้แผ่นให้ความร้อน เพราะการประคบที่บริเวณดังกล่าวจะกระตุ้นให้เลือดที่เย็นไหลเข้าสู่หัวใจ ปอด และสมอง ซึ่งมีโอกาสทำให้เสียชีวิตได้ ส่วนการประคบด้วยอุณหภูมิที่ร้อนเกินไปจะทำให้ผิวหนังไหม้ หรือทำให้หัวใจหยุดเต้นได้
  • สังเกตการหายใจของผู้ป่วย : ถ้าพบว่าอัตราการหายใจเหมือนจะช้าลงจนอยู่ในระดับที่เป็นอันตราย หรือหมดสติ ให้รีบทำการช่วยชีวิตด้วยการ CPR ทันที

การรักษาภาวะตัวเย็นเกิน

แพทย์จะรักษาภาวะตัวเย็นเกินอย่างรุนแรง ด้วยการให้สารน้ำอุ่นๆ ซึ่งมักจะเป็นน้ำเกลืออุ่นฉีดเข้าทางหลอดเลือดดำ นอกจากนี้ แพทย์อาจต้องใช้อุปกรณ์พิเศษในการเจาะนำเลือดออกจากร่างกายเพื่อเพิ่มอุณหภูมิให้เลือด ก่อนนำเลือดกลับเข้าสู่ร่างกายของผู้ป่วยอีกครั้ง

ในบางกรณี อาจมีการเพิ่มอุณหภูมิให้กับทางเดินหายใจ โดยการใช้หน้ากากหรือท่อใส่ทางจมูกเพื่อช่วยหายใจ และอาจมีการเพิ่มอุณหภูมิให้กับกระเพาะอาหารด้วยการปั้มน้ำเกลืออุ่นๆ เข้าไปในกระเพาะอาหาร ซึ่งก็สามารถช่วยรักษาอาการภาวะตัวเย็นเกินได้เช่นกัน

การรักษาพยาบาลทันที เป็นสิ่งสำคัญสำหรับการป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น เช่น

  • เนื้อเยื่อเสียหายจากความเย็นจัด หรือมีการตายของเนื้อเยื่อ ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยที่สุดเมื่อเนื้อเยื่อของร่างกายถูกแช่แข็งด้วยความเย็น
  • ความเจ็บปวดที่เกิดจากความเย็นจัด (Chilblains) ทำให้เส้นประสาทและเส้นเลือดได้รับความเสียหาย
  • เกิดเนื้อตาย หรือมีการทำลายของเนื้อเยื่อ
  • ภาวะเท้าเปื่อย เกิดจากเส้นประสาทและเส้นเลือดถูกทำลาย จากการแช่เท้าในน้ำเย็นเป็นเวลานาน

วิธีป้องกันภาวะตัวเย็นเกิน

การป้องกันภาวะตัวเย็นเกิน สามารถปฏิบัติได้ดังต่อไปนี้

  • การสวมใส่เสื้อผ้าให้เหมาะสมกับสภาพอากาศ : วันที่มีอากาศเย็นให้สวมเสื้อกันหนาว แนะนำให้สวมเสื้อกันหนาวปกคลุมทุกส่วนของร่างกาย และดูแลตนเองเป็นพิเศษหากต้องออกกำลังกายกลางแจ้งในวันที่มีอากาศเย็น เพราะเหงื่อจะทำให้ร่างกายเย็นขึ้น อาจทำให้มีโอกาสเกิดภาวะตัวเย็นเกินได้มากกว่าปกติ
  • หลีกเลี่ยงการว่ายน้ำเป็นเวลานาน : และสวมเสื้อผ้าที่กันน้ำในช่วงที่มีฝนตก ถ้าตกน้ำจากอุบัติเหตุ เมื่อได้รับการช่วยเหลือแล้ว รีบทำตัวให้แห้งเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

ที่มาของข้อมูล

Kristeen Moore, What Causes Hypothermia? (https://www.healthline.com/symptom/hypothermia), March 4, 2016.


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป