Doctor men
เขียนโดย
ทีมเภสัชกร HONESTDOCS
Doctor men
รีวิวโดย
ทีมแพทย์ HONESTDOCS
การกินเพื่อสุขภาพ

ฮอร์โมนทดแทน ทางเลือกสำหรับวัยทองและสาวๆ ฮอร์โมนผิดปกติ

ยาฮอร์โมนทดแทน ทางเลือกสำหรับผู้หญิงที่ฮอร์โมนผิดปกติ วัยทองหรือวัยหมดประจำเดือน ซึ่งมีทั้งรูปแบบยากิน แผ่นแปะ ยาสอด ฯลฯ
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 27 ม.ค. 2020 รีวิวเมื่อวันที่ 29 พ.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,608,503 คน

ฮอร์โมนทดแทน ทางเลือกสำหรับวัยทองและสาวๆ ฮอร์โมนผิดปกติ

ฮอร์โมน เป็นสารเคมีที่หลั่งออกมาจากต่อมไร้ท่อ ฮอร์โมนมีหลายชนิด ฮอร์โมนสำคัญที่มีบทบาทต่อความเป็นผู้หญิง ได้แก่ ฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) กับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (Progesterone) ฮอร์โมนเพศหญิงทำให้ร่างกายแสดงความเป็นผู้หญิงที่สมบูรณ์ เช่น ทำให้สามารถสืบพันธุ์ได้ หน้าอกขยายใหญ่ขึ้น มูกในช่องคลอดเพิ่มขึ้น ดังนั้น หากร่างกายสามารถสร้างฮอร์โมนเพศหญิงได้เป็นปกติ ผิวพรรรก็จะดูเต่งตึง สดใส มีน้ำมีนวล เซลล์ต่างๆ จะเสื่อมสภาพช้าลง กระดูกก็จะมีความแข็งแรง ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคกระดูกพรุน

ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการขาดฮอร์โมนเพศหญิง

ในภาวะที่ผู้หญิงไม่สามารถสร้างฮอร์โมนเพศหญิงได้ปกตินั้นเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น รังไข่ไม่สามารถสร้างฮอร์โมนเพศหญิงได้อย่างปกติ ซึ่งอาจพบได้ตั้งแต่ช่วงวัยเจริญพันธุ์ มีโรคหรือความผิดปกติเกิดขึ้นกับรังไข่จึงต้องมีการตัดรังไข่ออก 1 หรือ 2 ข้าง ซึ่งการสูญเสียรังไข่ทั้งสองข้างจะทำให้ไม่สามารถผลิตฮอร์โมนเพศหญิง รวมถึงไม่สามารถมีเลือดระดูได้เองอย่างถาวร

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจฮอร์โมนและระดับไทรอยด์ เริ่มต้นที่ 1,630 บาท

หงุดหงิดง่าย ผมร่วง เหนื่อยง่าย น้ำหนักขึ้น ความต้องการทางเพศลดลง อาจเกิดจากฮอร์โมนผิดปกติ

Istock 1028394832

แม้จะไม่มีได้เป็นโรคอะไรเลย เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายก็จะสร้างฮอร์โมนเพศหญิงได้น้อยลงเองตามธรรมชาติ ทำให้ถึงช่วงอายุประมาณ 48-52 ปีก็จะไม่มีประจำเดือนอีกต่อไป วัยนี้มักเรียกกันว่า “วัยหมดประจำเดือน” หรือ “วัยทอง” รังไข่จะหยุดทำงานต่อเนื่องนาน 12 เดือนขึ้นไป

ผู้ที่ขาดฮอร์โมนเพศหญิงอาจมีอาการผิดปกติต่างๆ เกิดขึ้น แต่ไม่ได้พบในทุกราย และความรุนแรงของอาการแต่ละคนก็ไม่เท่ากันด้วย อาการผิดปกติดังกล่าวแบ่งออกเป็น 2 ด้าน ได้แก่

  1. ด้านร่างกาย มีอาการร้อนวูบวาบ เหงื่อออกง่าย และขี้ร้อนผิดปกติ ผิวพรรณเริ่มแห้งและเหี่ยว หน้าอกมีขนาดเล็กลง มีอาการปวดข้อ ปวดหลัง มีเพศสัมพันธ์แล้วรู้สึกเจ็บแสบในช่องคลอด เวลาถ่ายปัสสาวะอาจมีอาการแสบขัดบริเวณช่องเปิดของท่อปัสสาวะ ที่เป็นเช่นนี้เนื่องจากเมือกที่ทำหน้าที่หล่อลื่นบริเวณจุดซ่อนเร้นมีปริมาณลดลง
  2. ด้านจิตใจ มีอาการหงุดหงิดง่าย กระวนกระวายใจ เบื่อคนรอบตัวและกิจกรรมในชีวิตประจำวัน  บางรายอาจมีอาการซึมเศร้า นอนหลับไม่สนิท หรือนอนหลับยาก

ข้อแนะนำในการให้ฮอร์โมนทดแทน

โดยปกติแล้ว เมื่อร่างกายขาดฮอร์โมนเพศหญิงไปก่อนวัยอันสมควร หรือในกรณีที่สตรีวัยทองมีอาการต่างๆ มาก หรือตรวจพบความผิดปกติของร่างกาย เช่น ความหนาแน่นของกระดูกลดลงจนมีความเสี่ยงในการเกิดภาวะกระดูกบางหรือกระดูกพรุน แพทย์ที่ทำการตรวจรักษาอาจพิจารณาให้ฮอร์โมนทดแทนตามความเหมาะสม ซึ่งจะทำให้อาการทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจดีขึ้น

ฮอร์โมนทดแทนที่ใช้รักษาภาวะขาดฮอร์โมนเพศหญิง

การให้ฮอร์โมนทดแทน คือ การให้ฮอร์โมนเอสโตรเจนสังเคราะห์หรือสกัดจากธรรมชาติที่มีโครงสร้างและคุณสมบัติคล้ายคลึงกันกับกับฮอร์โมนเพศหญิงในร่างกาย รูปแบบของฮอร์โมนทดแทนที่ใช้รักษามีหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ป่วยและความเหมาะสมในการรักษา เช่น ชนิดยาเม็ดฮอร์โมนให้รับประทาน ชนิดแปะผิวหนัง ทาผิวหนัง ฉีด หรือสอดในช่องคลอด ฮอร์โมนทดแทนสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ตามลักษณะการใช้ได้ดังนี้

  1. ฮอร์โมนทดแทนชนิดผสมเอสโตรเจนและโพรเจสโตรเจน (Estrogen and Progestogen) เป็นฮอร์โมนทดแทนที่ผสมฮอร์โมนเพศหญิงทั้งสองตัว เหมาะสำหรับผู้ที่อาการวัยทอง หรือหญิงที่ไม่สามารถผลิตฮอร์โมนเพศหญิงได้เอง แต่ยังมีมดลูกอยู่ ฮอร์โมนที่ประกอบด้วยเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนธรรมชาติจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดปกติหรือมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก ฮอร์โมนชนิดนี้สามารถแบ่งเป็น 2 ชนิดย่อย ได้แก่
    • ชนิดที่ใช้เป็นรอบเดือน (Cyclic regimen) แบ่งเป็นชนิด 21 และ 28 เม็ด (กรณี 28 เม็ด 7 เม็ดสุดท้ายจะเป็นยาหลอกหรือธาตุเหล็ก) โดยเป็นการให้ฮอร์โมนเอสโตรเจน 21 วันและใน 12 วันหลังจะมีฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนร่วมด้วยเพื่อให้ระดับฮอร์โมนใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุด โดยจะมีช่วงที่ไม่ต้องใช้ฮอร์โมน 7 วัน ทำให้มีประจำเดือนสม่ำเสมอมาในช่วง 7 วันนี้ ฮอร์โมนชนิดนี้เหมาะกับผู้ที่อยู่ในช่วงวัยรุ่นหรือวัยหมดประจำเดือนช่วงต้น ตัวอย่างยาในกลุ่มนี้ เช่น Oilezz®, Triquilar®, Trinordiol® เป็นต้น
    • ชนิดที่ต้องใช้ต่อเนื่อง (Continuous combined regimen) เป็นการให้เอสโตรเจนร่วมกับโปรเจสเตอโรนในปริมาณที่เท่ากันทุกวันเพื่อให้ไม่ต้องมีประจำเดือน ชนิดนี้เหมาะสำหรับผู้ที่หมดประจำเดือนมานานมากกว่า 1 ปีขึ้นไป ตัวอย่างยาที่มีฮอร์โมน 2 ตัว ในปริมาณเท่ากันทุกเม็ด ได้แก่
      • ชนิดฮอร์โมนสูง เช่น Microgynon ED50®, Ovulen®,  Lyndiol®,  Anovlar®,  Gynovlar®,  Minilyn®, Ovostat®,  Eugynon®,  Norinyl® เป็นต้น
      • ชนิดฮอร์โมนต่ำ เช่น Diane-35®, Preme®, Tina®, Sucee®, Cilest®, Yasmin®, Microgynon ED30®, Nordette®, Microgest®, AnNa®, Marvelon®, Prevenon®, Minulet®, Gynera®, Mercilon®, Meliane® เป็นต้น
  2. ฮอร์โมนทดแทนชนิดเอสโตรเจนเดี่ยว (Estrogen only) จะเป็นฮอร์โมนที่ประกอบด้วยเอสโตรเจนเพียงอย่างเดียว เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการวัยทองและผ่าตัดมดลูกออกไปแล้ว ตัวอย่างฮอร์โมนเอสโตรเจนเดี่ยว ได้แก่ Norethisterone, Levonorgestrel, Ethynodiol Diacetate, Desogestrel เป็นต้น

ข้อควรรู้และควรระวังในการใช้ฮอร์โมนทดแทน

  • ไม่ควรใช้ฮอร์โมนทดแทนในผู้ที่มีความเสี่ยงหรือมีภาวะหลอดเลือดดำอุดตัน โรคหลอดเลือดในสมองตีบหรืออุดตัน โรคหัวใจ เป็นโรคตับชนิดรุนแรง มีเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด มีประวัติเคยเป็นมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกหรือมะเร็งเต้านม หรือมีญาติใกล้ชิดเป็นมะเร็งเต้านม มีก้อนเนื้อผิดปกติที่เต้านม เนื่องจากการใช้ฮอร์โมนทดแทนเพิ่มโอกาสเสี่ยงในการเกิดมะเร็งมดลูก มะเร็งเต้านม โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ในปริมาณที่สูง และใช้ติดต่อกันนาน 10-15 ปี หากจำเป็นต้องใช้ฮอร์โมนทดแทนแพทย์จะพิจารณาใช้เฉพาะกรณีจำเป็นเท่านั้น และต้องติดตามการรักษารวมถึงผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด
  • ควรแจ้งแพทย์และเภสัชกรถึงประวัติโรคที่เป็น และประวัติการแพ้ยา เพื่อหลีกเลี่ยงอาการแพ้ยาและผลเสียต่างๆ ที่อาจเกิดจากการใช้ฮอร์โมนทดแทน
  • หากตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งก่อนใช้ฮอร์โมนทดแทน
  • การใช้ฮอร์โมนทดแทนอาจทำให้เกิดอาการข้างเคียงได้ เช่น มีเลือดออกทางช่องคลอด อาการเจ็บเต้านม ซึ่งพบได้บ่อยในช่วง 3-6 เดือนแรกที่เริ่มใช้ฮอร์โมนทดแทน และเมื่อใช้ฮอร์โมนทดแทนอย่างสม่ำเสมอ อาการเหล่านี้มักจะหายไปเอง นอกจากนี้ อาจพบอาการปวดศีรษะ หรือน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นได้ แต่อาการจะหายไปหากหยุดใช้ยา

3 การอ้างอิง
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
สิวในเด็กเล็ก...ยังเด็กเป็นสิวได้ด้วยหรือ?
สิวในเด็กเล็ก...ยังเด็กเป็นสิวได้ด้วยหรือ?

รู้จัก สิว ที่เกิดได้ในช่วงวัยต่างๆ ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงเป็นวัยรุ่น และแนะนำวิธีดูแลอย่างถูกต้อง ปลอดภัย

ดูในแอป