การผ่าตัด

การผ่าตัดหัวใจ (Heart surgery)

การผ่าตัดหัวใจ (Heart surgery)
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 21 เม.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 758,720 คน

การผ่าตัดหัวใจ (Heart surgery)

การผ่าตัดหัวใจ เป็นทางเลือกหนึ่งในการรักษาภาวะหัวใจที่มีความรุนแรง การผ่าตัดหัวใจมีหลายรูปแบบ ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาว่าการผ่าตัดแบบใดจะเหมาะสมกับผู้ป่วยมากที่สุด

หากภาวะหัวใจที่คุณเป็นอยู่ มีอาการรุนแรง หรือมีแนวโน้มว่าจะรุนแรงมากขึ้น แพทย์อาจแนะนำให้เข้ารับการผ่าตัดเพื่อควบคุมอาการ หรือเพื่อลดโอกาสเกิดภาวะหัวใจในอนาคต โดยการผ่าตัดหัวใจมีหลายรูปแบบ และมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

โฆษณาจาก HonestDocs
ปัญหากวนใจของหลายคน ถ้ารักษาอย่างถูกวิธีก็มีโอกาสหาย ใบหน้ากระจ่างใส!

แพ็คเกจรักษาสิวเริ่มต้น 400 บาท ลดสูงสุด 50%

%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a7internal ad %281%29

การผ่าตัดเปิดหัวใจ (Open Heart Surgery)

เป็นการผ่าตัดที่จะมีการผ่าเปิดหน้าอกเข้าไปให้ถึงหัวใจ แบ่งออกเป็น 2 วิธี ได้แก่

  • การขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูน และการดามถ่างหลอดเลือด (Coronary Angioplasty and Stenting) : การผ่าตัดชนิดนี้ถูกดำเนินการเพื่อเปิดช่องของหลอดเลือดแดงที่อุดตันหรือตีบแคบออก หลอดเลือดที่ตีบแคบจะถูกถ่างออกด้วยบอลลูน (Angioplasty) และจะมีการสอดลวดโลหะเข้าไปในหลอดเลือด เพื่อดามผนังหลอดเลือดให้เปิดอยู่ตลอดเวลา ทำให้เลือดไหลผ่านได้อย่างอิสระ การรักษานี้มักจะทำเพื่อบรรเทาอาการเจ็บแน่นหน้าอก (Angina)
  • การผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจ (Heart Bypass หรือ Coronary Artery Bypass Grafting (CABG)) : การผ่าตัดประเภทนี้เป็นการผ่าตัดใหญ่ที่ใช้รักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจและภาวะแน่นหน้าอก โดยนำหลอดเลือดจากส่วนอื่นของร่างกายมาเย็บติดเข้ากับหลอดเลือดหัวใจในตำแหน่งเหนือหรือใต้จุดที่เกิดการอุดตันเพื่อทำทางเบี่ยงช่วยให้เกิดการไหลเวียนของเลือดอ้อมหลอดเลือดที่มีการอุดตัน

การผ่าตัดลิ้นหัวใจ (Valve Surgery)

หากลิ้นหัวใจเกิดความเสียหาย ก็จำเป็นจะต้องมีการผ่าตัดโดยวิธีต่อไปนี้

  • การผ่าตัดใส่ลิ้นบอลลูน (Balloon Valve Surgery) ลิ้นหัวใจที่ตีบแคบสามารถถูกยืดออกด้วยการผ่าตัดใส่ลิ้นบอลลูน ซึ่งจะมีการสอดท่อสายสวนพลาสติก (Catheter) เข้าไปในหลอดเลือดแดงใหญ่ผ่านทางขาหนีบ แล้วค่อย ๆ นำท่อไปยังหัวใจ จากนั้นจะมีการสอดบอลลูนที่พองลมขนาดเล็กผ่านสายสวนเข้าไป เมื่อบอลลูนไปถึงตำแหน่งของลิ้นที่เสียหายแล้ว บอลลูนจะพองลมออกและยืดลิ้นหัวใจออก จากนั้นบอลลูนจะหดขนาดลงก่อนถูกดึงออกมาจากหัวใจพร้อมสายสวน
  • การซ่อมแซมลิ้นหัวใจ (Valve Repair) การผ่าตัดซ่อมแซมลิ้นหัวใจส่วนมากจะดำเนินการเพื่อรักษาโรคลิ้นหัวใจไมตรัลไหลย้อนกลับ (Mitral Valve Regurgitation)
  • การเปลี่ยนลิ้นหัวใจ (Valve Replacement) หากลิ้นหัวใจไม่สามารถซ่อมแซมได้ แพทย์จะทำการเปลี่ยนเป็นลิ้นหัวใจเทียมที่อาจทำมาจากโลหะหรือเนื้อเยื่อหัวใจตามธรรมชาติจากหมูหรือวัวแทน
  • TAVI (Transcatheter Aortic Valve Implantation) ผู้ที่เคยเข้ารับการผ่าตัดมาก่อน หรือมีสุขภาพไม่พร้อมรับการผ่าตัด จะมีกระบวนการที่เรียกว่า TAVI ในการรักษาแทน โดยมีหลักปฏิบัติดังนี้
    • ผู้ป่วยจะได้รับยาชาเฉพาะที่ (Local Anaesthetic) หรือยาสลบ (General Anaesthetic)
    • จะมีการสอดสายสวนพร้อมบอลลูนที่ปลายเข้าไปในหลอดเลือดแดงที่ขาหนีบ, บริเวณใต้กระดูกไหปลาร้า, หรือผ่านรอยกรีดที่ผิวหนังหน้าอกเข้าไป สายสวนจะเข้าไปยังหัวใจภายในช่องเปิดของลิ้นเอออร์ติก
    • บอลลูนจะค่อย ๆ พองตัวออกจนสร้างพื้นที่สำหรับใส่ลิ้นหัวใจใหม่ ลิ้นหัวใจใหม่จะขยายตัวออกด้วยตัวเองหรือขยายออกด้วยการใช้บอลลูน ขึ้นอยู่กับประเภทของลิ้นที่นำมาเปลี่ยน
    • บอลลูนจะลดขนาดลงก่อนถูกนำออกพร้อมสายสวน ลิ้นหัวใจใหม่จะอยู่ในตำแหน่งภายในลิ้นหัวใจเดิมของคุณ

การรักษาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ

มีการบำบัดมากมายที่สามารถใช้ในการรักษาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะได้ เช่น

  • การบำบัดด้วยการใช้สายสวนจี้กล้ามเนื้อหัวใจ (Ablation Therapy) วิธีการนี้เป็นหัตถการที่มีการปล่อยเลเซอร์ไปทำลายสัญญาณทางไฟฟ้าที่เข้าไปรบกวนเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจตามธรรมชาติ
  • Cardioversion วิธีนี้จะทำการช็อคหัวใจด้วยไฟฟ้าที่ปล่อยมาจากเครื่องกระตุกไฟฟ้าหัวใจ (Defibrillator) เพื่อฟื้นคืนจังหวะการเต้นที่เป็นปกติของหัวใจ
  • เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ (Pacemakers) เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้ควบคุมแก้ไขจังหวะการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติ เมื่อเกิดปัญหาขึ้น อุปกรณ์นี้จะส่งสัญญาณไฟฟ้าไปกระตุ้นห้องของหัวใจให้ทำการบีบรัดและคลายตัวเองในจังหวะที่ควรจะเป็น เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจมักจะถูกฝังเข้าร่างกายระหว่างการผ่าตัด หรือหลังจากประสบภาวะดังต่อไปนี้
    • เมื่อกิจกรรมทางไฟฟ้าของหัวใจไม่ประสานงานกันจนไม่สามารถทำให้หัวใจเต้นได้เพียงพอ (Heart Block)
    • เมื่อหัวใจเต้นเร็วเกินไปบางช่วงเวลา ภาวะเช่นนี้สามารถรักษาได้ด้วยการทานยาชะลอการเต้นของหัวใจ อย่างไรก็ตามระหว่างช่วงเวลาที่หัวใจไม่ได้เต้นเร็วเกินไป ยาจะยังคงมีผลอยู่จนทำให้หัวใจเต้นช้าเกินไปจนทำให้ต้องมีการใช้เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจเพื่อเร่งการทำงานของหัวใจขึ้น
    • หากจังหวะการเต้นของหัวใจแบบเก่าของคุณหายไปไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจจะช่วยชดเชยการทำงานและกระตุ้นให้มีจังหวะการเต้นของหัวใจตามปกติขึ้น
  • เครื่องกระตุ้นหัวใจชนิดฝัง (Implantable Cardioverter Defibrillators) คืออุปกรณ์ช่วยชีวิตที่ทำหน้าที่คล้ายกับเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ (Pacemakers) อุปกรณ์นี้ถูกออกแบบมาเพื่อตรวจจับสัญญาณของภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะที่เป็นอันตรายต่อชีวิตและฟื้นคืนจังหวะของหัวใจที่เป็นปกติกลับมา มักนิยมนำมาใช้กับภาวะดังนี้
    • ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะที่เป็นอันตรายถึงชีวิต
    • ผู้ที่เคยรอดชีวิตมาจากภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะที่เป็นอันตรายถึงชีวิตมาก่อน
  • การบำบัดกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจชนิดปรับการทำงานกล้ามเนื้อหัวใจให้บีบตัวประสานกัน (Cardiac Resynchronisation Therapy (CRT-P)) และเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจชนิดปรับการทำงานกล้ามเนื้อหัวใจให้บีบตัวประสานกัน (Cardiac Resynchronisation Therapy Defibrillator device (CRT-D)) หากคุณเคยประสบกับภาวะหัวใจล้มเหลว คุณอาจต้องได้รับการติดตั้งอุปกรณ์ชนิดพิเศษที่เรียกว่าเครื่อง CRT-D ที่จะปรับให้ห้องของหัวใจทำงานประสานกันใหม่และช่วยควบคุมกิจกรรมการสูบฉีดของหัวใจให้กลับสู่สภาพเดิม และยังมีการรักษา CRT อีกประเภทที่ใช้หลักการเดียวกับข้างต้น แต่จะมีการปล่อยกระแสไฟฟ้าไปช็อต เพื่อรักษาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะที่เป็นอันตรายถึงชีวิต และทำให้ห้องต่าง ๆ ของหัวใจทำงานประสานกันอีกครั้งแทน
  • อุปกรณ์พยุงการทำงานของหัวใจ (Left Ventricular Assist Device (VAD หรือ LVAD)) VAD หรือ LVAD คืออุปกรณ์พยุงการไหลเวียนโลหิตด้วยการนำเลือดจากหัวใจห้อง Ventricle ซ้าย สูบฉีดเข้าไปในหลอดเลือดแดง Aorta เพื่อนำเลือดไปเลี้ยงร่างกาย

การปลูกถ่ายหัวใจ (Heart transplant)

การปลูกถ่ายหัวใจคือการผ่าตัดสำหรับเปลี่ยนหัวใจเก่าด้วยหัวใจใหม่ที่มีสุขภาพดีจากผู้บริจาค เป็นการรักษาที่มักมีการสำรองไว้กับผู้ที่ลองใช้ยาหรือการผ่าตัดอื่นแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น

แม้การปลูกถ่ายหัวใจจะเป็นการผ่าตัดใหญ่ แต่โอกาสรอดชีวิตจากการผ่าตัดนี้นับว่ามีประสิทธิภาพมาก หากคนไข้ได้รับการติดตามดูแลหลังการผ่าตัดอย่างเหมาะสม

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่