Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HD
มะเร็งและโรคร้าย

การติดสารเสพติด (Drug Abuse)

การติดสารเสพติด ทำให้เกิดผลเสียมากมายต่อสุขภาพ ซึ่งบางรายอาจถึงขั้นเสียชีวิตจากการใช้ยาเกินขนาดได้
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ: 23 พ.ค. 2019 อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 11 ก.พ. 2020 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
การติดสารเสพติด (Drug Abuse)

การติดสารเสพติด ทำให้เกิดผลเสียมากมายต่อสุขภาพ ซึ่งบางรายอาจถึงขั้นเสียชีวิตจากการใช้ยาเกินขนาดได้

การติดสารเสพติด (Drug Abuse) เกิดจากการใช้ยาบางชนิดจนถึงระดับที่ไม่สามารถควบคุมการใช้ได้ หรือการใช้สารบางชนิดทั้งถูกกฎหมายและผิดกฎหมายเพื่อจุดประสงค์บางอย่าง จนฤทธิ์ของสารนั้นส่งผลต่อการทำงานของร่างกาย

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจหาสารเสพติดกลุ่มแอมเฟตามีนจากปัสสาวะ เริ่มต้นที่ 305 บาท

ตรวจหายาบ้า ยาไอซ์ จากปัสสาวะพร้อมใบรับรองแพทย์

Istock 989108042

การติดสารเสพติดอาจนำไปสู่ปัญหาด้านสุขภาพและปัญหาสังคมได้มากมาย เช่น การเมาแล้วขับ การใช้ความรุนแรงในครอบครัว การทารุณเด็ก เป็นต้น นอกจากนี้ผู้ที่ติดสารเสพติดชนิดฉีด ยังอาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อและการแพร่กระจายโรคติดเชื้อต่างๆ เช่น HIV และไวรัสตับอักเสบอีกด้วย

การติดสารเสพติดที่พบได้บ่อย

สารเสพติดที่คนมักใช้บ่อย มีดังต่อไปนี้

  • แอลกอฮอล์ (Alcohol) : สารที่พบในเหล้า เบียร์ และไวน์ เมื่อดื่มแอลกอฮอล์เข้าไป ร่างกายเราจะดูดซึมแอลกอฮอล์ในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กเข้าสู่กระแสเลือดอย่างรวดเร็ว ทำให้การทำงานของสมองและทักษะการเคลื่อนไหวถดถอยลง และสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคตับ (Liver Disease) โรคมะเร็ง (Cancer) และภาวะเส้นเลือดในสมองแตก (Stroke)
  • โคเคน (Cocaine) : บางครั้งอาจเรียกกันว่า C หรือ โค้ก เป็นยาเสพติดที่มีฤทธิ์รุนแรง และทำให้เกิดอาการเสพติดอย่างหนักได้ มักจำหน่ายในรูปผงสีขาว และเสพโดยการฉีดเข้าสู่หลอดเลือดดำ สูดดม หรือสูบ ผู้เสพโคเคน จะเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน (ACS) ระบบหายใจล้มเหลว (Respiratory Failure) เส้นเลือดในสมองแตก (Stroke) ชัก (Seizures) และเสียชีวิต
  • เฮโรอีน (Heroine) : ยาเสพติดชนิดร้ายแรงที่ผิดกฎหมาย ผลิตจากเมล็ดฝิ่นเช่นเดียวกับมอร์ฟีน เฮโรอีนจะอยู่ในรูปผงสีขาวหรือสีน้ำตาล และจะเสพโดยการฉีดเข้าหลอดเลือดดำ สูบ หรือสูดดม ผู้เสพเฮโรอีนจะมีอาการเคลิบเคลิ้ม ประสาทหลอน มีความคิดฟุ้งซ่าน และตามด้วยอาการง่วงซึม
  • ยาบ้า (Methamphetamines) : มักอยู่ในรูปผงสีขาว เหลือง ส้ม แดง หรืออัดเม็ด เสพโดยการกิน ฉีด สูดดม หรือสูบ ผู้เสพยาบ้าจะถูกกระตุ้นประสาทให้ตื่นตัวในระยะยาว และยังทำให้มีกำลังและเรี่ยวแรงเพิ่มขึ้นด้วย หากเสพยาบ้าต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจพบปัญหาด้านอารมณ์และพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น ใช้ความรุนแรง ก้าวร้าว มึนงง วิตกกังวล เป็นต้น
  • กัญชา (Cannabis) : เป็นส่วนผสมของดอก ลำต้น เมล็ด และใบแห้งจากต้นกัญชา คนมักเสพด้วยวิธีการสูบ แต่บางครั้งอาจนำมาใส่ในอาหารสำหรับรับประทานก็ได้ การเสพกัญชาทำให้เกิดการรับรู้ผิดเพี้ยนจากความเป็นจริง จนเป็นอุปสรรคต่อการคิดและใช้ชีวิตประจำวัน กัญชาจึงเป็นสารเสพติดที่ผิดกฎหมายในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทยด้วย แต่มีงานวิจัยหลายชิ้นที่รับรองว่ากัญชามีฤทธิ์ช่วยบำบัดอาการทางการแพทย์หลายอย่าง เช่น โรคต้อหิน ปัจจุบันจึงมีบางประเทศที่ประกาศให้การใช้กัญชาในทางการแพทย์นั้นถูกต้องตามกฎหมาย
  • สารระเหย (Inhalants) : คือไอสารเคมีที่เมื่อสูดดมเข้าไปแล้ว ทำให้ความรู้สึกนึกคิดหรือสภาพจิตใจเปลี่ยนแปลงไป สารเสพติดในกลุ่มนี้จะพบได้ในผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น กาว สีทาอาคาร ของเหลวไวไฟ ผลกระทบระยะสั้นของสารเสพติดกลุ่มนี้ จะให้ความรู้สึกคล้ายการเสพแอลกอฮอล์ แต่การเสพเป็นเวลานานก็อาจทำให้เกิดอาการเกร็งกระตุก สูญเสียการได้ยิน สมองถูกทำลาย สูญเสียความรู้สึกและการรับรู้ หมดสติ และภาวะหัวใจล้มเหลว
  • อนาบอลิกสเตียรอยด์ (Anabolic Steroids) : สารที่มนุษย์สังเคราะห์ขึ้นเพื่อเลียนแบบ Testosterone หรือฮอร์โมนเพศชาย มักนำเข้าสู่ร่างกายด้วยการกินหรือการฉีด สารประเภทนี้ผิดกฎหมายในหลายประเทศ แต่นักกีฬามักแอบใช้เพื่อกระตุ้นร่างกายและเสริมสร้างกล้ามเนื้อ การใช้สเตียรอยด์อาจส่งผลเสียร้ายแรงต่อสุขภาพได้ เช่น ทำลายตับ ทำให้ความดันโลหิตและคอเรสเตอรอลสูง
  • ยากลุ่ม คลับ ดรักส์ (Club Drugs) : ยาในกลุ่มนี้ คือสารเสพติดผิดกฎหมายหลายชนิดที่วัยรุ่นมักเสพกันในคลับ บาร์ หรืองานปาร์ตี้ หากนำมาผสมกับแอลกอฮอล์จะเป็นอันตรายมากขึ้น ได้แก่
    • Gamma-hydroxybutyrate (GHB) : เรียกกันว่า ยาเสียสาว หรือ G จะออกฤทธิ์กระตุ้นประสาท ทำให้รู้สึกตื่นเต้นสนุกสนาน
    • Ketamine : เรียกกันว่า ยาเค เป็นยาระงับประสาทชนิดหนึ่ง ทำให้ลืมความเจ็บปวด
    • Methylenedioxymethamphetamine (MDMA) หรือ Ecstasy : เรียกอีกอย่างว่า ยาอี  ออกฤทธิ์หลอนประสาทอ่อนๆ ทำให้มีอาการเคลิบเคลิ้ม
    • Lysergic acid diethylamide (LSD) : รู้จักกันในชื่อ แอซิด มีฤทธิ์หลอนประสาทอย่างแรง และเป็นยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรง
    • Flunitrazepam (Rohypnol) : เป็นยากลุ่มคลายกล้ามเนื้อ เสพแล้วมีอาการง่วงนอน และสูญเสียความจำ จึงมักถูกนำมาใช้เพื่อการล่วงละเมิดทางเพศ
  • ยาที่สั่งจ่ายโดยแพทย์ : ผู้ป่วยจำนวนมากมักได้รับยาที่สั่งจ่ายโดยแพทย์เพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวดหรือความผิดปกติต่างๆ การเสพติดยาเหล่านี้อาจเกิดขึ้นได้เมื่อผู้ป่วยใช้ยาเป็นเวลานานนอกเหนือจากที่แพทย์สั่ง หรือใช้ยาเพื่อจุดประสงค์อื่น ยาที่มักทำให้เกิดอาการเสพติด ได้แก่
    • ยากลุ่ม Opioids สำหรับบรรเทาอาการเจ็บปวด เช่น Fentanyl, Oxycodone หรือ Hydrocodone (Vicodin)
    • ยานอนหลับหรือยาระงับความวิตกกังวล เช่น Alprazolam (Xanax) หรือ Diazepam (Valium)
    • กลุ่มยากระตุ้น เช่น Methylphenidate (Ritalin) Amphetamine หรือ Dextroamphetamine (Adderall)

อาการติดสารเสพติดระยะต่างๆ

อาการติดสารเสพติด สามารถแบ่งออกเป็นระยะต่างๆ ได้ ดังนี้

  1. ระยะทดลองใช้สารเสพติด : ผู้เสพอาจใช้ยาเสพติดร่วมกับกลุ่มเพื่อน โดยมีเป้าหมายเพื่อความบันเทิงใจขณะเสพเท่านั้น
  2. ระยะใช้สารเสพติดเป็นประจำ : ผู้เสพมักมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป และต้องการเสพสารเสพติดเพื่อบรรเทาความรู้สึกด้านลบ
  3. ระยะติดสารเสพติดอย่างหนัก : ผู้เสพจำเป็นต้องใช้สารเสพติดทุกวัน รู้สึกหลงใหลเคลิบเคลิ้มไปกับฤทธิ์ยา โดยไม่สนใจชีวิตจริงหรือโลกภายนอก
  4. ระยะที่ต้องพึงพาสารเสพติด : ผู้เสพจะไม่สามารถเผชิญโลกแห่งความจริงได้โดยปราศจากการใช้ยาเสพติด

การรักษาภาวะติดสารเสพติด

การล้างพิษสารเสพติดมักเป็นขั้นตอนแรกของการรักษาทางการแพทย์ โดยมีจุดประสงค์ เพื่อหาวิธีกำจัดสารเสพติดออกจากกระแสเลือด ซึ่งวิธีการนั้นขึ้นอยู่กับชนิดสารเสพติดที่ใช้ หลังจากการล้างพิษสารเสพติด จะตามด้วยขั้นตอนการบำบัดเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยกลับไปเสพยาอีก ซึ่งส่วนมากจะเป็นการให้คำปรึกษาทั้งแบบส่วนตัวและแบบรวมกลุ่ม

การใช้ยาบางชนิดอาจมีส่วนช่วยบรรเทาอาการถอนยาเสพติด และช่วยให้สภาพร่างกายและจิตใจผู้ป่วยดีขึ้น เช่น ในผู้ที่เสพติดเฮโรอีน แพทย์อาจให้ยา Methadone เพื่อช่วยฟื้นฟูสภาพร่างกาย และช่วยให้ผู้ป่วยสามารถรับมือกับอาการในช่วงถอนยาเสพติดได้

ในขั้นตอนการรักษา จะมีการตรวจติดตามการติดเชื้อ รวมถึงการให้ความรู้เกี่ยวกับความเสี่ยงดังกล่าว เพื่อให้ผู้เสพตระหนักถึงผลที่เกิดขึ้นและระมัดระวังไม่ให้เกิดการติดหรือการแพร่กระจายเชื้อก่อโรค

สถานบำบัดผู้ติดยาเสพติด

ในประเทศไทยมีสถานบำบัดผู้ติดยาเสพติดอยู่หลายแห่งที่ให้บริการด้านการรักษาและบำบัดอาการติดสารเสพติด เพื่อให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และสามารถกลับสู่สังคมได้อย่างมีคุณภาพ ได้แก่

  • สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี จ.ปทุมธานี โทร. 02-5310080
  • สถานบำบัดยาเสพติดพัทยา จ.ชลบุรี โทร. 065-5781566
  • ศูนย์บำบัดรักษายาเสพติดขอนแก่น จ.ขอนแก่น
  • โรงพยาบาลธัญญารักษ์ขอนแก่น จ.ขอนแก่น โทร. 043-345391
  • ศูนย์พัฒนาชีวิตใหม่ จ.นนทบุรี โทร. 088-809 6564
  • คลินิกบำบัดยาเสพติด 2 ลาดพร้าว กรุงเทพฯ โทร. 063-0764585
  • The Cabin Bangkok กรุงเทพฯ โทร. 02-1056135
  • ศูนย์บำบัดยาเสพติดอำเภอลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา
ที่มาของข้อมูล

Cindie Slightham, What Causes Drug Abuse? (https://www.healthline.com/symptom/drug-abuse), February 2016


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป