Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
การกินเพื่อสุขภาพ

อันตรายของการกินทุเรียน ไม่ควรกินทุเรียนกับอาหารและเครื่องดื่มอะไรบ้าง สาเหตุและอาการ

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 20 พ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 2,218,507 คน

อันตรายของการกินทุเรียน ไม่ควรกินทุเรียนกับอาหารและเครื่องดื่มอะไรบ้าง สาเหตุและอาการ

ผลไม้ไทยที่ได้ชื่อว่ามีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางจนได้รับความนิยมไปทั่ว โดยไม่ใช่จำกัดแค่เพียงคนไทยเท่านั้น อีกทั้งยังให้รสชาติหวาน มัน อร่อย มีเอกลักษณ์ในด้านของกลิ่นในยามที่สุกพร้อมรับประทานอย่างรุนแรง ซึ่งน้อยคนนักที่จะไม่รู้จักผลไม้ชนิดนี้ ก็คือราชาผลไม้ไทยอย่างทุเรียนนั่นเอง 

ทุเรียนผลไม้อร่อยแต่ก็แฝงไปด้วยอันตราย

ด้วยรสชาติที่อร่อยจนเป็นที่ติดใจของใครหลายๆ คน และยังมีประโยชน์มากมายหลายอย่าง แต่อย่างไรก็ตามผลไม้ชนิดนี้ก็ยังคงแฝงไปด้วยอันตราย หากไม่รู้จักเลือกรับประทานให้เหมาะสม โดยในทุเรียน 1 ผลจะมีสารอาหารต่างๆ เช่น คาร์โบไฮเดรตที่ให้น้ำตาลซูโครสและฟรุกโทส วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แมงกานีส เหล็ก ทองแดง และทุเรียน 100 กรัม จะให้พลังงานมากถึง 187 กิโลแคลอรี

สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ และโรคไต ไม่ควรกินทุเรียนในปริมาณมากๆ ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

  • ผู้ป่วยโรคเบาหวาน เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าทุเรียนจัดเป็นผลไม้ที่ให้น้ำตาล ไขมัน และมีพลังงานสูง ดังนั้นผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานกินทุเรียนเข้าไป อาจทำให้มีอาการน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเกินไป ส่งผลให้เจ็บป่วยไม่สบายตัวหรือร้อนใน และอาจเป็นอันตรายถึงภาวะช็อกได้
  • ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ทุเรียนจัดว่าเป็นผลไม้ธาตุร้อน จึงไม่ควรรับประทานในปริมาณมาก เพราะจะทำให้ความดันสูงขึ้นจนอาจเป็นอันตรายแก่ร่างกายได้
  • ผู้ป่วยโรคไตและโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ทุเรียนมีแร่ธาตุโพแทสเซียมสูง ซึ่งเป็นปัญหากับผู้ป่วยโรคไต เนื่องจากร่างกายของผู้ป่วยจะขับโพแทสเซียมออกได้ไม่ดี อาจทำให้โรคทวีความรุนแรงและทรุดลงได้ ส่วนโรคหลอดเลือดหัวใจตีบอาจส่งผลให้หัวใจเต้นผิดจังหวะได้เช่นกัน

อาหารที่ไม่ควรรับประทานคู่กับทุเรียน

โทษของทุเรียนจะไม่ส่งผลใดๆ หากรับประทานเพียงเล็กน้อย แต่จะส่งผลอย่างชัดเจนจนเกิดโทษเมื่อกินทุเรียนคู่กับเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์ คาเฟอีน และผลไม้หรืออาหารที่มีรสหวานจัด

  • แอลกอฮอล์และคาเฟอีน
  • ผลไม้ เครื่องดื่ม หรืออาหารที่มีรสหวานจัด

เนื่องจากทุเรียนเป็นผลไม้ที่มีสารกำมะถันค่อนข้างมาก เมื่อกินทุเรียนคู่กับแอลกอฮอล์แล้วจะทำให้เอนไซม์บางชนิดลดลง ซึ่งเอนไซม์ชนิดนี้ได้เปลี่ยนสารพิษ Aldehyde ให้เป็นสารชนิดอื่นที่ไม่ใช่พลังงาน อีกทั้งยังกำจัดออกจากร่างกายได้น้อยลง จึงอาจทำให้มีอาการชา วิงเวียนศีรษะ หน้าแดง อาเจียน อาหารไม่ย่อย ท้องอืด ไม่สบายตัว และอาจเป็นอันตรายได้ถ้ามีอาการขาดน้ำหรือหมดสติ หากรับประทานคู่กับคาเฟอีนก็จะทำให้ปวดศีรษะได้

ไม่ควรกินทุเรียนคู่กับผลไม้และเครื่องดื่มหรืออาหารที่มีรสหวานจัดอย่างเช่นลำไยและน้ำอัดลม เพราะเท่ากับไปเพิ่มน้ำตาลและให้พลังงานสูงแก่ร่างกายยิ่งขึ้นไปอีก หากรับประทานมากก็จะเป็นร้อนในได้ อีกทั้งยังสะสมเป็นไขมันที่ทำให้อ้วนด้วยเช่นกัน

ข้อควรระวังในการกินทุเรียน

  • ควรกินทุเรียนคู่กับมังคุด เนื่องจากมังคุดมีใยอาหารสูงและมีน้ำมาก สามารถแก้อาการร้อนในได้
  • ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวดังกล่าวไม่ควรกินทุเรียนเกิน 1 เม็ดเล็กต่อวัน และควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ รวมทั้งไม่ควรกินทุเรียนที่แปรรูปแล้วอย่างเช่นทุเรียนกวนหรือทุเรียนทอด เนื่องจากมีปริมาณน้ำตาลสูงกว่าทุเรียนผลสดๆ
  • เมื่อกินทุเรียนแล้วควรหลีกเลี่ยงอาหารรสหวานจัดหรือมันจัด เพื่อที่จะได้รับพลังงานในปริมาณที่ไม่เกินกว่าร่างกายต้องการ
  • ไม่กินทุเรียนในปริมาณที่มากเกินไป เพราะจะทำให้แน่นและจุกเสียดได้
  • หากมีอาการร้อนในหรือเจ็บคอ ให้ดื่มน้ำตามมากๆ หรือดื่มน้ำผสมเกลือแกงครึ่งช้อนชา เพื่อขับสารซัลเฟอร์ให้ออกมาแล้วอาการร้อนในก็จะดีขึ้น 

การกินทุเรียนในปริมาณที่ไม่มาก จะให้ประโยชน์มากกว่าที่จะให้โทษแก่ร่างกาย เพราะมีสารอาหารที่มีคุณค่าจำเป็นต่อร่างกายหลายอย่าง หากรับประทานมากติดต่อกันหลายๆ วัน ก็จะทำให้มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นมาได้ ซึ่งเราควรออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย จึงจะได้ทั้งความอิ่มอร่อยและสุขภาพดีอย่างไม่ต้องกังวลกับปัญหาสุขภาพที่จะตามมา


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
การนอน (Sleep)
การนอน (Sleep)

นอนเท่าไหร่ถึงจะพอ? ความรู้เรื่องการนอนเพื่อสุขภาพ

ดูในแอป