กภ. ธีรวิทย์ วิโรจน์วิริยะกุล นักกายภาพบำบัด
เขียนโดย
กภ. ธีรวิทย์ วิโรจน์วิริยะกุล นักกายภาพบำบัด
ทีมแพทย์ HD
ตรวจสอบความถูกต้องโดย
ทีมแพทย์ HD
ความรู้สุขภาพ

กระดูกสันหลังคด ภัยเงียบใกล้ตัว

ทำความเข้าใจอาการกระดูกสันหลังคด พฤติกรรมเสี่ยง และแนะนำหลักปฏิบัติเพื่อป้องกันไม่ให้กระดูกสันหลังคด รวมถึงท่าบริหารง่ายๆ เพื่อแก้ไขอาการเบื้องต้น
เผยแพร่ครั้งแรก 6 พ.ค. 2019 อัปเดตล่าสุด 3 ก.ค. 2020 ตรวจสอบความถูกต้อง 14 พ.ค. 2019 เวลาอ่านประมาณ 4 นาที
กระดูกสันหลังคด ภัยเงียบใกล้ตัว

เรื่องควรรู้

ขยาย

ปิด

  • กระดูกสันหลังคด (Scoliosis) คือแนวของกระดูกสันหลังนี้จะเปลี่ยนไปในลักษณะคล้ายตัว C หรือตัว S ส่วนใหญ่มักเกิดโดยไม่ทราบสาเหตุ แต่อาการไม่รุนแรงมาก
  • ปัจจัยบางอย่างที่อาจมีส่วนในการทำให้กระดูกสันหลังคด เช่น นั่งผิดท่านานๆ ขาทั้ง 2 ข้างไม่เท่ากัน กระดูกสันหลังคดตั้งแต่ในครรภ์
  • การรักษาอาจทำได้โดยการใช้อุปกรณ์พยุงหลังร่วมกับการทำกายภาพบำบัด หรือหากสันหลังคดมากกว่า 40 องศา และไม่สามารถรักษาด้วยวิธีอื่นได้ อาจต้องใช้การผ่าตัด
  • ดังนั้นสำหรับคนทั่วไปควรหลีกเลี่ยงการนั่ง ยืน หรืออยู่ในท่าทางที่ไม่เหมาะสมนานๆ เช่น การนั่งลงน้ำหนังที่สะโพกสองข้างไม่เท่ากัน หรือนั่งพับเพียบนานๆ
  • ดูแพ็กเกจกายภาพบำบัดได้ที่นี่

กระดูกสันหลังคด (Scoliosis) เป็นอีกหนึ่งความผิดปกติของกระดูกสันหลังที่พบได้บ่อย สามารถพบได้ในทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ทุกช่วงวัย ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ และอาการไม่รุนแรงมาก

ในผู้ป่วยบางรายอาจมีสาเหตุชัดเจน เช่น โรคสมองพิการแต่กำเนิดในเด็ก (Cerebral Palsy) โรคกล้ามเนื้อฝ่อลีบ (Muscular Dystrophy) การติดเชื้ออย่างรุนแรงในไขสันหลัง หรือการเสื่อมของกระดูกสันหลังในผู้สูงอายุ (Degenerative Lumbar Scoliosis)

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 370 บาท ลดสูงสุด 1010 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

195

กระดูกสันหลังคดคืออะไร มีอาการและวิธีการสังเกตอย่างไรบ้าง?

โดยปกติแล้ว กระดูกสันหลังมนุษย์เมื่อมองจากทางด้านหลังจะสังเกตเห็นปุ่มกระดูกแต่ละข้อต่อเรียงตัวกันเป็นแนวเส้นตรงตั้งแต่คอไล่ลงไปจนถึงเอว ในผู้ที่มีกระดูกสันหลังคด แนวของกระดูกสันหลังนี้จะเปลี่ยนไป 

การคดสามารถเกิดได้ทุกระดับของกระดูกสันหลัง ไม่ว่าจะกระดูกสันหลังส่วน คอ อก หรือหลัง การคดของกระดูกสันหลังสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 รูปแบบ 

คือคดเป็นรูปตัว C และรูปตัว S การสังเกตง่ายๆ คือ เมื่อยืนในท่าตรง จะเห็นว่าระดับสะโพกสองข้างสูงไม่เท่ากัน สะบักนูนไม่เท่ากัน หรือไหล่ทั้งสองข้างไม่เท่ากัน 

โดยทั่วไปแล้วถ้าอาการไม่รุนแรงมาก ผู้ที่มีกระดูกสันหลังคดจะไม่มีปัญหาในการใช้ชีวิตประจำวัน แต่อาจจะมีความเสี่ยงของอาการปวดคอ บ่า หลัง มากกว่าปกติเท่านั้น ในรายที่มีอาการมากอาจส่งผลอย่างรุนแรงต่อร่างกายได้ 

กระดูกสันหลังคดแบ่งออกเป็นกี่ประเภท?

กระดูกสันหลังคดสามารถแบ่งออกได้ด้วยหลายเกณฑ์ ในที่นี้จะกล่าวถึงการแบ่งประเภทแบบง่ายๆ โดยใช้สาเหตุของการเกิดกระดูกสันหลังคดเป็นเกณฑ์ ดังนี้

  1. กระดูกสันหลังคดแต่กำเนิด (Congenital Scoliosis) กระดูกสันหลังคดแบบนี้ เป็นที่สงสัยว่าอาจจะเกิดจากกระบวนการสร้างไขสันหลังและกระดูกสันหลังของทารกตั้งแต่อยู่ในครรภ์

  2. กระดูกสันหลังคดที่เกิดจากท่าทางที่ผิดปกติ (Functional Scoliosis) เกิดจากการที่มีสรีระส่วนอื่นของร่างกายผิดปกติ เช่น
    • มีอุ้งเท้าสูงหรือแบนกว่าปกติ ส่งผลให้การเดินลงน้ำหนักผิดปกติเป็นเวลานานหลายปี ส่งผลให้กระดูกสันหลังคด

    • มีความยาวของขาทั้งสองข้างไม่เท่ากัน

    • อยู่ในท่าทางที่ไม่เหมาะสมนานๆ เช่น นั่งทำงานนานๆ ไหล่ห่อ คางยื่น ส่งผลให้กล้ามเนื้อไม่สมดุล ซึ่งพบได้มากในผู้ที่นั่งทำงานคอมพิวเตอร์ หรือใช้สมาร์ตโฟนนานๆ

ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลให้เกิดกระดูกสันหลังคดได้ทั้งนั้น

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 370 บาท ลดสูงสุด 1010 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

195

การตรวจและการรักษากระดูกสันคดทำได้อย่างไรบ้าง?

การตรวจประเมินก่อนการรักษาง่ายๆ แพทย์จะให้ผู้ป่วยยืนแล้วค่อยๆ ก้มลง โดยเหยียดศอกตึง ในลักษณะคล้ายจะแตะที่ปลายเท้า หากมีอาการกระดูกสันหลังคด จะพบกว่ามีการนูนของหลัง (Hump) ฝังใดฝั่งหนึ่ง (Adam’s Forward Bending Test) 

นอกจากนี้ การเอกซเรย์เพื่อดูความรุนแรงของการคดงอก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ได้รับความนิยมมาก ในผู้ป่วยบางรายที่สงสัยว่าจะมีความผิดปกติของไขสันหลังร่วมด้วย อาจใช้การทำวินิจฉัยด้วยภาพจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI)

ส่วนการรักษากระดูกสันหลังคดในปัจจุบัน แบ่งออกเป็น 2 แนวทางใหญ่ๆ ดังนี้

  1. การรักษาแบบไม่ผ่าตัด จะเน้นไปที่การรักษาทางกายภาพบำบัดและการใช้อุปกรณ์พยุงหลัง เพื่อป้องกันหรือชะลอความคดงอที่มากขึ้นของกระดูกสันหลัง ในผู้ป่วยที่มีกระดูกสันหลังคด มักพบว่ากล้ามเนื้อที่วางตัวตามแนวยาวทั้งสองข้างของแนวกระดูกสันหลังทำงานไม่สมดุลกัน

    กล่าวคือข้างนึงหดเกร็ง ส่วนอีกข้างอ่อนแรงและถูกยืดยาวออก นักกายภาพบำบัดมักออกแบบการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่อ่อนแรง และยืดเหยียดกล้ามเนื้อที่หดเกร็ง สามารถทำได้หลายวิธี ขึ้นกับอาการ ความรุนแรง และอายุของผู้ป่วยแต่ละรายไป

    การใช้อุปกรณ์พยุงหลังหลายชนิดก็มีหลักฐานยืนยันชัดเจน ว่าช่วยลดหรือชะลอการโค้งงอของกระดูกสันหลังได้ ทั้งนี้ระยะเวลาที่ผู้ป่วยต้องสวมใส่อุปกรณ์ดังกล่าวจะมาจากประเมินอย่างเหมาะสมโดยแพทย์ ซึ่งจะพิจารณาจากอาการของผู้ป่วย เช่น ในบางรายอาจจะใส่ไว้ตลอดเวลา ในบางรายใส่แค่เวลานั่งทำงานนานๆ เท่านั้น

  2. การผ่าตัด มักใช้ในกรณีที่การรักษาแบบไม่พึ่งพาการผ่าตัดไม่ได้ผล หมายถึงไม่สามารถลดหรือชะลอความรุนแรงของการคดงอได้ ในกรณีที่กระดูกสันหลังคดงอมากกว่า 40 องศาขึ้นไป

    ผู้มีอาการปวดหลังรุนแรง มีปัญหาเกี่ยวกับระบบการหายใจเพราะการคดงอของกระดูกสันหลังทำให้รูปทรงของซี่โครงผิดปกติและกดทับปอด หรืออาการคดงอนั้นมีผลกระทบต่อระบบประสาทและไขสันหลังทำให้ผู้ป่วยชา หรือมีอาการขาอ่อนแรง เป็นต้น

คำแนะนำสำหรับหลีกเลี่ยงและรักษากระดูกสันหลังคดด้วยตนเอง

อาการกระดูกสันหลังคด สามารถป้องกันและรักษาเบื้องต้นได้ ตามคำแนะนำต่อไปนี้

  1. หลีกเลี่ยงการนั่ง ยืน หรืออยู่ในท่าทางที่ไม่เหมาะสมนานๆ เช่น การนั่งลงน้ำหนังที่สะโพกสองข้างไม่เท่ากัน หรือนั่งพับเพียบนานๆ

  2. เลือกใช้กระเป๋าเป้ แทนจะเป๋าสะพายข้างเดียว เพื่อให้กล้ามเนื้อบ่าและหลังทั้งสองข้างทำงานเท่ากัน หรือหากใช้กระเป๋าสะพายข้าง ก็ควรเป็นกระเป๋าที่มีน้ำหนักไม่มากจนเกินไป นอกจากนี้ควรสลับบ่าที่ใช้สะพายเป็นประจำ เพื่อป้องกันการทำงานของกล้ามเนื้อข้างใดข้างหนึ่งมากจนทำให้เกิดความไม่สมดุล

  3. ในกรณีที่กระดูกสันหลังคดเป็นรูปตัว C ไปแล้ว และลำตัวเอียงไปทางด้านขวา หมายความว่ากล้ามเนื้อฝั่งขวาของกระดูกสันหลังหดสั้นลง แนะนำให้บริหารกล้ามเนื้อด้วยการเริ่มจากนอนคว่ำ ใช้หมอนข้างหนุนลำตัวในบริเวณกระดูกสันหลังระดับที่คดเอียงผิดปกติ แล้วค่อยๆ พลิกตัวเป็นท่านอนตะแคงทับด้านซ้าย ให้ด้านซ้ายของร่างกายแนบติดกับพื้น ค้างไว้ 30 วินาที ทำ 10 ครั้งต่อวัน หากลำตัวเอียงไปทางด้านซ้าย ให้ทำท่ายืดกล้ามเนื้อตามนี้แต่สลับข้าง

  4. อาจใช้วิธีโหนบาร์ยืดกล้ามเนื้อ โดยใช้มือทั้งสองข้างเกาะบาร์หรือราวที่มั่นคง จ่กระเรค่อยๆ งอเข่า และยกขึ้นให้พ้นจากพื้น ค้างไว้ 30 วินาที 10 ครั้ง ด้วยวิธีนี้ น้ำหนักตัวส่วนล่างจะช่วยยืดกล้ามเนื้อหลังที่หดเกร็ง และช่วยปรับสมดุลของแนวกระดูกสันหลังได้

อย่างไรก็ตาม การออกกำลังกายด้วยการยืดกล้ามเนื้อที่แนะนำไว้เป็นเพียงคำแนะนำเบื้องต้นสำหรับผู้ที่มีอาการไม่มาก ยังมีการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรง และการออกกำลังกายที่จำเพาะกับผู้ป่วยแต่ละรายอีกด้วย

หากออกกำลังกายด้วยตนเองแล้วมีอาการปวดเกิดขึ้นควรหยุด และปรึกษานักกายภาพบำบัดทันที เพื่อให้นักกายภาพบำบัดออกแบบการออกกำลังกายให้เหมาะสมกับอาการและความรุนแรงต่อไป

กระดูกสันหลังคดเป็นอาการผิดปกติที่พบได้บ่อย และอาจจะไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตมากนักในระยะแรก เมื่อสังเกตพบการป้องกันความรุนแรงที่มากขึ้น ด้วยการปรับพฤติกรรมและการออกกำลังกายเพื่อแก้ไขจึงเป็นสิ่งสำคัญ

นอกจากนี้หากมีอาการแทรกซ้อนอื่นๆ เช่น ปวดหลังเรื้อรัง เป็นๆหายๆ เหนื่อยง่าย ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทันที เพื่อรับการประเมินและรักษาอย่างทันท่วงที

ดูแพ็กเกจกายภาพบำบัด เปรียบเทียบราคา โปรโมชั่นล่าสุดจากโรงพยาบาลและคลินิกชั้นนำได้ที่นี่ หรือไม่พลาดทุกการอัปเดตแพ็กเกจต่างๆ เมื่อกดเป็นเพื่อนทางไลน์ @hdcoth และกดดาวน์โหลดแอป iOS และ Android


3 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
นพวรรณ กวางแก้ว, ศิรประภา นันต๊ะมูล, ศิวพร วาอุทัศน์. คู่มือป้องกันการเกิดกระดูกสันหลังคดสำาหรับคุณครูชั้น ประถมศกึษาตอนปลาย, 2556.
Harold J. P. van Bosse. Guidelines on Scoliosis Monitoring and Treatment for Children with Prader-Willi Syndrome, Prader-Willi Syndrome Association (USA). 9 October 2010.
Elizabeta Popova Ramova. Guidelines for Physical Therapy Program with Schrot’s Exercises for Adolescent with Scoliosis or Other Spinal Deformities. iMedPub Journals, 4 December 2017.

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม