Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
มะเร็งและโรคร้าย

โรคหัวใจและหลอดเลือด (Cardiovascular Disease)

รวมข้อมูลนิยาม ประเภท ปัจจัยเสี่ยงในผู้ใหญ่และเด็กที่จำไปสู่โรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือดต่างๆ
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 18 พ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,241,907 คน

โรคหัวใจและหลอดเลือด (Cardiovascular Disease)

ความหมายของโรคหัวใจและหลอดเลือด

โรคหัวใจและหลอดเลือด (Cardiovascular Disease: CVD) คือ คำเรียกโรคต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับหัวใจหรือหลอดเลือด ซึ่งจะทำให้การไหลเวียนของเลือดเข้าสู่หัวใจ สมอง หรือร่างกายลดลง เช่น ภาวะลิ่มเลือดอุดตัน (Thrombosis) โรคหลอดเลือดแดงแข็ง (Atherosclerosis) 

ประเภทของโรคหัวใจและหลอดเลือด

โรคหัวใจและหลอดเลือดมีอยู่ 4 ประเภทหลัก ดังนี้

  1. โรคหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Heart Disease: CHD): เกิดขึ้นเมื่อกล้ามเนื้อหัวใจที่ใช้สูบฉีดเลือดมีการอุดตัน หรือถูกรบกวนจากการสะสมของสารไขมัน (Atheroma) ภายในหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งหากหลอดเลือดหัวใจเกิดอุดตันโดยสมบูรณ์แล้ว ก็จะทำให้เกิดภาวะหัวใจวาย (Heart Attack) ขึ้น
  2. โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke): เกิดขึ้นเมื่อการไหลเวียนเลือดที่ไปเลี้ยงสมองหยุดลงหรือถูกรบกวน จนทำให้เซลล์สมองค่อยๆ ตายลง จนนำไปสู่ความเสียหายที่สมอง และอาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตในที่สุด
  3. โรคของหลอดเลือดแดงส่วนปลาย (Peripheral Arterial Disease): เกิดขึ้นเมื่อมีการอุดตันในหลอดเลือดแดงที่อวัยวะแขนหรือขา 
  4. โรคหลอดเลือดแดงใหญ่เอออร์ติก (Aortic Disease): โรคที่พบได้บ่อยที่สุดในกลุ่มโรคประเภทนี้ คือ โรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง (Aortic aneurysm) ซึ่งเป็นภาวะที่ผนังของหลอดเลือดแดงใหญ่เอออร์ตา (Aorta) อ่อนแรง และโป่งออกข้างนอกจนสร้างอาการเจ็บปวดในอก แผ่นหลัง หรือในช่องท้อง

ปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด

ปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดมักมีความเชื่อมโยงกัน ดังนั้น เราทุกคนจึงอาจมีปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้มากกว่าเพียง 1 ปัจจัย เช่น

  • ความดันโลหิตสูง (Hypertension): หากผู้ป่วยมีการควบคุมภาวะความดันโลหิตสูงที่ไม่ดีพอ ก็จะทำให้เกิดความเสียหายขึ้นบนผนังหลอดเลือด และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือดตามมา
  • การสูบบุหรี่: สารพิษที่อยู่ในยาสูบทั้งหมดสามารถทำให้หลอดเลือดหัวใจตีบแคบ และเกิดความเสียหายลุกลามเพิ่มขึ้นได้
  • คอเลสเตอรอลในเลือดสูง: ระดับของคอเลสเตอรอลในเลือดที่สูง สามารถทำให้หลอดเลือดแดงตีบแคบ และมีความเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือดขึ้นได้อีก
  • โรคเบาหวาน: ระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงซึ่งเกี่ยวข้องกับทั้งโรคเบาหวานชนิดที่ 1 และ 2 นั้นสามารถก่อความเสียหายขึ้นที่หลอดเลือดแดงได้
  • การรับประทานอาหารที่ไม่ดี: อาหารไขมันสูงจะเร่งให้เกิดการเกาะตัวกันของไขมันภายในหลอดเลือดแดง ซึ่งจะเพิ่มทั้งระดับคอเลสเตอรอลในเลือดและความดันโลหิต
  • ขาดการออกกำลังกาย: ผู้ที่ไม่ออกกำลังกายมักจะมีระดับคอเลสเตอรอล ความดันโลหิต และความเครียดที่สูงกว่าปกติ อีกทั้งคนในกลุ่มนี้ยังเสี่ยงต่อการมีน้ำหนักร่างกายเกินเกณฑ์ ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดอีกประการ
  • การที่มีน้ำหนักมากเกิน: ผู้ที่มีน้ำหนักมากหรือภาวะอ้วน จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงขึ้น ซึ่งทั้ง 2 ปัจจัยนี้ต่างก็เป็นตัวการที่นำไปสู้การเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ 
  • การบริโภคแอลกอฮอล์มากเกิน: การบริโภคแอลกอฮอล์มากเกินไป จะเพิ่มทั้งระดับคอเลสเตอรอลในร่างกายและความดันโลหิต จนนำไปสู่โรคแทรกซ้อนเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือดตามมาในภายหลัง
  • ความเครียด: ความเครียดสามารถเพิ่มระดับความดันโลหิต และฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับความเครียดขึ้นได้ เช่น ฮอร์โมนคอร์ติซอล
  • ประวัติครอบครัว: ผู้ที่มีสมาชิกในครอบครัวเป็นโรคเกี่ยวกับหัวใจหรือหลอดเลือดมาก่อน มักจะมีความเสี่ยงในการเป็นโรคที่ใกล้เคียงมากกว่า
  • เชื้อชาติ: ผู้ที่มีเชื้อสายแอฟริกาใต้ และแอฟริกาแคริปเปียน จะมีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดสูงกว่า

การป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด

การป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือดสามารถป้องกันได้ด้วยการปรับเปลี่ยนวิธีการใช้ชีวิต เช่น

  • ปรับเมนูอาหารในแต่ละมื้อ: เพื่อให้หัวใจมีสุขภาพแข็งแรงขึ้น อีกทั้งยังได้รับสารอาหารบำรุงที่เพียงพอ คุณจึงควรรับประทานอาหารที่มีไขมันต่ำ มีใยอาหารสูง และไม่ควรรับประทานอาหารที่มีส่วนประกอบของเกลือมากกว่า 6 กรัมต่อวัน เนื่องจากเกลือในอาหารที่มากเกินไป จะสามารถเพิ่มระดับความดันโลหิตขึ้นได้
  • การออกกำลังกายและการควบคุมน้ำหนัก: สำหรับวัยผู้ใหญ่ ควรออกกำลังกายด้วยระดับความเข้มข้นปานกลางเป็นเวลา 30 นาที อย่างน้อย 5 วันต่อสัปดาห์ เช่น การปั่นจักรยานหรือเดินเร็ว
  • ปริมาณแอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไป: หลายครั้งที่การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็เป็นการสังสรรค์และระบายความเครียดได้ดี แต่อย่างไรก็ตาม คุณควรจะดื่มบริโภคแอลกอฮอล์ในปริมาณที่ไม่มากเกินไป เพราะแอลกฮอล์นั้น เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่มักทำให้เกิดโรคและภาวะเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือดได้
  • การสูบบุหรี่: การสูบบุหรี่ไม่ได้ส่งผลดีใดๆ ต่อร่างกายเลย และไม่ใช่แค่เป็นตัวการที่ทำให้เกิดโรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือดเท่านั้นด้วย ดังนั้น การเลิกสูบบุหรี่จึงเป็นทางออกสำหรับการดูแลสุขภาพให้แข็งแรงขึ้น
  • การใช้ยา: หากคุณมีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดสูง แพทย์จะจ่ายยาที่ช่วยลดความเสี่ยงของคุณ ดังนี้
    • ยาสำหรับลดความดันโลหิต เช่น ยากลุ่มเอซีอี อินฮิบิเตอร์ (Angiotensin-Converting Enzyme: ACE Inhibitors)
    • ยาสแตติน (Statins) สำหรับลดคอเลสเตอรอลในเลือด
    • ยาแอสไพริน (Aspirin) ในปริมาณต่ำ สำหรับป้องกันการเกิดลิ่มเลือด

การป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือดในเด็ก

มีหลักฐานมากมายที่แสดงให้เห็นว่า นิสัยการรับประทานอาหารที่ไม่ถูกต้องตั้งแต่วัยเด็ก มักนำไปสู่ภาวะสุขภาพที่ร้ายแรงในวันข้างหน้า ดังนั้น สิ่งที่ผู้ปกครองควรพิจารณาเพื่อป้องกันการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดในเด็ก มีดังต่อไปนี้

  • ไขมันและน้ำตาล: ผู้ปกครองควรจำกัดปริมาณไขมันอิ่มตัว และน้ำตาลที่เด็กบริโภคเข้าไป เพราะอาจทำให้เด็กกลายเป็นโรคเบาหวานตั้งแต่อายุยังน้อย อีกทั้งยังมีความเสี่ยงเกี่ยวกับภาวะคอเลสเตอรอล และความดันโลหิตสูงในช่วงอายุมากขึ้นด้วย
  • เกลือ: การรับประทานอาหารที่มีเกลือเยอะในช่วงวัยเด็ก มีความเชื่อมโยงกับความเสี่ยงต่อภาวะความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และภาวะหลอดเลือดสมองในวัยผู้ใหญ่ที่เพิ่มขึ้นได้ โดยเด็กและทารกควรมีการบริโภคเกลือในปริมาณดังนี้
    • สำหรับเด็กอายุ 0-6 เดือน ควรรับประทานเกลือน้อยกว่า 1 กรัมต่อวัน
    • สำหรับเด็กอายุ 7-12 เดือน ควรรับประทานเกลือ 1 กรัมต่อวัน
    • สำหรับเด็กอายุ 1-3 ขวบ ควรรับประทานเกลือ 2 กรัมต่อวัน
    • สำหรับเด็กอายุ 4-6 ขวบ ควรรับประทานเกลือ 3 กรัมต่อวัน
    • สำหรับเด็กอายุ 7-10 ขวบ ควรรับประทานเกลือ 5 กรัมต่อวัน
    • สำหรับเด็กอายุ 11-14 ปี ควรรับประทานเกลือ 6 กรัมต่อวัน
  • การออกกำลังกาย: มีหลายวิธีที่จะทำให้เด็กออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างกระดูกและกล้ามเนื้อของเด็ก รวมถึงป้องกันไม่ให้เด็กมีน้ำหนักมากเกินได้ ผู้ปกครองอาจชวนเด็กออกไปวิ่งเล่นตามสวนสาธารณะ เล่นในสวนสนุก หรือเล่นกับสัตว์เลี้ยง เพื่อให้ร่างกายมีการขยับตัวและเผาผลาญพลังงานจากอาหารที่รับประทานเข้าไป

หากคุณสนใจอยากตรวจสุขภาพหัวใจ หรือต้องการตรวจเช็กว่าหัวใจของตนเองมีความผิดปกติส่วนไหนหรือไม่ ใน HonestDocs มีแพ็กเกจตรวจสุขภาพหัวใจจากหลายโรงพยาบาลชั้นนำให้คุณได้เลือก โดยสามารถคลิกดูรายละเอียดได้ ที่นี่ 

และหากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ก็สามารถเพิ่มเราเป็นเพื่อนได้โดยแอดไลน์ @HonestDocs


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป