Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
สุขภาพตา

เส้นเลือดฝอยในตาแตก เกิดจากอะไร อันตรายหรือไม่?

สาเหตุ วิธีป้องกัน และการรักษาภาวะเส้นเลือดฝอยในตาแตก
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 11 พ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,426,208 คน

เส้นเลือดฝอยในตาแตก เกิดจากอะไร อันตรายหรือไม่?

เส้นเลือดฝอยในตาแตกคืออะไร

เส้นเลือดฝอยในตาแตก (Subconjunctival Hemorrhage) หรือเรียกได้อีกอย่างว่า "ภาวะเลือดออกใต้เยื่อบุตา" คือ อาการตาแดงก่ำที่เป็นกันได้ทั่วไป โดยเฉพาะเวลาหลังตื่นนอนในตอนเช้า ซึ่งบางครั้งก็อาจสร้างความตกใจให้เราได้ แต่ความจริงแล้ว ภาวะเส้นเลือดฝอยในตาแตกมักไม่มีอันตรายร้ายแรง และเมื่อผ่านไประยะหนึ่ง อาการตาแดงก็จะหายไปเอง ซึ่งโดยส่วนมาก สาเหตุของภาวะเส้นเลือดฝอยในตาแตกมักจะเกิดจากความดันในตาสูงขึ้นอย่างกะทันหัน หรือดวงตาถูกกระทบกระเทือน หรือเกิดความระคายเคืองขึ้นในดวงตา

เส้นเลือดฝอยในตาแตกเกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง

  • การขยี้ตา: ในขณะขยี้ตา หากนิ้วหรือเล็บมือของคุณไปสะกิดโดนดวงตา ก็อาจทำให้เส้นเลือดฝอยในตาแตกได้ ซึ่งสาเหตุนี้สามารถเกิดขึ้นได้จากพฤติกรรมความเคยชินของหลายคนที่เมื่อตื่นนอนมาแล้ว ก็จะต้องขยี้ตาจนทำให้เกิดอาการตาแดงขึ้น 
  • ความดันโลหิตสูง: ผู้ที่เป็นโรคความดันสูงอยู่แล้ว แรงดันในหลอดเลือดอาจทำให้เส้นเลือดฝอยในตาแตกได้ จึงมีโอกาสเกิดอาการตาแดงได้บ่อย
  • การเกิดอุบัติเหตุ: การกระทบกระเทือนที่ศีรษะหรือใบหน้าอย่างรุนแรง จะทำให้หลอดเลือดแดงใหญ่ที่ฐานกะโหลกศีรษะฉีกขาด และเกิดแรงดันสูงจนทำให้หลอดเลือดฝอยในตาแตก ซึ่งถือเป็นภาวะอันตราย หากไม่รีบรักษา ดวงตาอาจเกิดแรงดันสูงมากจนกลายเป็นต้อหินและตาบอดได้
  • การไอหรือจาม: รวมถึงการอาเจียนอย่างรุนแรงด้วย เพราะจะทำให้เกิดแรงดันในร่างกายสูงอย่างกะทันหัน จนเส้นเลือดฝอยในตาแตก
  • การยกของหนัก: การออกแรงยกของหนักจะทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น รวมถึงแรงดันในลูกตาด้วย และทำให้เส้นเลือดฝอยแตกได้
  • การดำน้ำ: เพราะแรงดันน้ำจากภายนอกในที่ระดับน้ำลึกนั้นมีปริมาณมหาศาล ซึ่งทำให้แรงดันในตาสูงขึ้นจนเส้นเลือดฝอยในตาแตกได้ ผู้ที่เพิ่งดำน้ำมาใหม่ๆ หรือเพิ่งฝึกการดำน้ำจึงมักมีอาการตาแดงได้บ่อย
  • การติดเชื้อ: การติดเชื้อที่เยื่อบุตานั้นมีสาเหตุได้จากทั้งเชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งทำให้เกิดอาการตาแดงได้บ่อยๆ และส่วนมากอาการตาแดงจากสาเหตุนี้ก็มักจะมาพร้อมกับอาการแสบเคืองตา ปวดตา และตาอักเสบด้วย
  • ความผิดปกติที่หลอดเลือดสมอง: เช่น เมื่อหลอดเลือดดำและหลอดเลือดแดงในสมองเชื่อมต่อกันผิดปกติ หรือหลอดเลือดดำในสมองเกิดการอุดตัน ทำให้มีแรงดันในสมองและลูกตาเพิ่มขึ้น จนทำให้มีภาวะเลือดออกผิดปกติในสมองและดวงตาได้ ซึ่งมักจะส่งผลข้างเคียงให้เกิดอาการปวดตา ปวดศีรษะ และอาจอันตรายถึงขึ้นชักและสมองฝ่อได้ด้วย

นอกจากสาเหตุที่กล่าวมาข้างต้น ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่กระตุ้นการเกิดเลือดออกใต้เยื่อบุตาได้ เช่น การรับประทานยาที่ยับยั้งการแข็งตัวของเลือดอย่าง วาฟาริน (Wafarin) และแอสไพริน (Aspirin) รวมทั้งการรับประทานสมุนไพรใบแปะก๊วยด้วย

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
หากคุณรู้สึกว่าตัวเองมีความบกพร่องในด้านของความเข้าใจ

เราอยากชวนคุณมาทดลองงานวิจัยกับเรา

Istock 541831614

เส้นเลือดฝอยในตาแตกเป็นอันตรายหรือไม่

โดยทั่วไป ภาวะเส้นเลือดฝอยในตาแตกมักไม่มีอันตรายรุนแรง และสามารถหายได้เองภายใน 1-2 สัปดาห์ แต่อาจจะยังมีอาการระคายเคืองตาอยู่บ้าง ซึ่งคุณสามารถใช้ยาหยอดตา หรือน้ำตาเทียมเพื่อบรรเทาอาการได้ แต่หากพบว่าอาการตาแดงที่เกิดขึ้นมาพร้อมกับอาการข้างเคียงอื่นๆ เช่น แสบเคืองตา ตาบวมขึ้น ปวดตา ปวดศีรษะ การมองเห็นแย่ลง คุณควรรีบไปพบจักษุแพทย์โดยด่วน และไม่ควรซื้อยาหยอดตามาใช้เองโดยไม่อยู่ในการควบคุมของแพทย์

เส้นเลือดฝอยในตาแตกมักเกิดที่บริเวณตาขาว แต่บางครั้งก็อาจเกิดที่เส้นเลือดฝอยในตาดำได้เช่นกัน ซึ่งมักเกิดจากสาเหตุที่รุนแรงกว่า เช่น การติดเชื้อจนอักเสบหรือเกิดบาดแผลที่นัยน์ตา และจะส่งผลกระทบทำให้การมองเห็นแย่ลง นอกจากนี้ ผู้ป่วยอาจมองเห็นภาพเป็นจุดๆ และมีเลือดไหลออกจากดวงตาด้วย

การรักษาและการดูแลตนเองเมื่อเส้นเลือดฝอยในตาแตก

หากผู้ป่วยมีอาการตาแดงเพียงอย่างเดียว และไม่พบอาการรุนแรงอื่นๆ ร่วมด้วยก็ไม่จำเป็นต้องรักษา เพียงแค่หาเวลาพักผ่อนให้เพียงพอ และดูแลดวงตาอย่างเหมาะสม เท่านี้อาการตาแดงก็สามารถหายเองได้ หรือหากมีอาการระคายเคืองตาเล็กน้อย ก็สามารถมาพบแพทย์เพื่อขอยาหยอดตาเพื่อบรรเทาอาการได้ แต่สิ่งที่ผู้ป่วยจะต้องรักษาให้หายจริงๆ นั้นไม่ใช่อาการตาแดง แต่เป็น "สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการตาแดง" ต่างหาก เช่น มีความดันโลหิตสูง ไอเรื้อรัง เพราะโรคและกลุ่มอากรเหล่านี้จะสามารถลุกลามไปถึงปัญหาสุขภาพด้านอื่นได้ด้วย

และในระหว่างที่ยังมีอาการตาแดงอยู่ ผู้ป่วยควรงดกิจกรรมที่ทำให้เกิดความดันโลหิตสูงทุกชนิด เช่น การยกของหนัก ว่ายน้ำ ดำน้ำ รวมถึงการออกกำลังกายที่ต้องใช้แรงมากด้วย เนื่องจากกิจกรรมเหล่านี้จะกระตุ้นให้ภาวะเลือดออกใต้เยื่อบุตารุนแรงขึ้นได้

การป้องกันเส้นเลือดฝอยในตาแตก

  • หลีกเลี่ยงการใช้สายตามากเกินไป แต่หากต้องทำงานที่จำเป็นต้องเพ่งจ้องหน้าจอนานๆ ควรหาเวลาหยุดพักสายตาเป็นระยะๆ
  • ไม่ขยี้ตารุนแรง และหมั่นล้างมือให้สะอาดเสมอ
  • หลีกเลี่ยงการออกแรงมากเกินไป เช่น การยกของหนัก หรือการออกกำลังกายอย่างหักโหม
  • ควบคุมโรคที่เป็นต้นเหตุ เช่น โรคความดันโลหิตสูง การไอจามเรื้อรัง

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป