สุขภาพตา

เส้นเลือดฝอยในตาแตก เกิดจากอะไร อันตรายหรือไม่?

สาเหตุ วิธีป้องกัน และการรักษาภาวะเส้นเลือดฝอยในตาแตก
เผยแพร่ครั้งแรก 18 ก.ย. 2018 อัปเดตล่าสุด 11 ก.พ. 2020 เวลาอ่านประมาณ 3 นาที
เส้นเลือดฝอยในตาแตก เกิดจากอะไร อันตรายหรือไม่?

เส้นเลือดฝอยในตาแตกคืออะไร

เส้นเลือดฝอยในตาแตก (Subconjunctival Hemorrhage) หรือเรียกได้อีกอย่างว่า "ภาวะเลือดออกใต้เยื่อบุตา" คือ อาการตาแดงก่ำที่เป็นกันได้ทั่วไป โดยเฉพาะเวลาหลังตื่นนอนในตอนเช้า ซึ่งบางครั้งก็อาจสร้างความตกใจให้เราได้ แต่ความจริงแล้ว ภาวะเส้นเลือดฝอยในตาแตกมักไม่มีอันตรายร้ายแรง และเมื่อผ่านไประยะหนึ่ง อาการตาแดงก็จะหายไปเอง ซึ่งโดยส่วนมาก สาเหตุของภาวะเส้นเลือดฝอยในตาแตกมักจะเกิดจากความดันในตาสูงขึ้นอย่างกะทันหัน หรือดวงตาถูกกระทบกระเทือน หรือเกิดความระคายเคืองขึ้นในดวงตา

เส้นเลือดฝอยในตาแตกเกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง

  • การขยี้ตา: ในขณะขยี้ตา หากนิ้วหรือเล็บมือของคุณไปสะกิดโดนดวงตา ก็อาจทำให้เส้นเลือดฝอยในตาแตกได้ ซึ่งสาเหตุนี้สามารถเกิดขึ้นได้จากพฤติกรรมความเคยชินของหลายคนที่เมื่อตื่นนอนมาแล้ว ก็จะต้องขยี้ตาจนทำให้เกิดอาการตาแดงขึ้น 
  • ความดันโลหิตสูง: ผู้ที่เป็นโรคความดันสูงอยู่แล้ว แรงดันในหลอดเลือดอาจทำให้เส้นเลือดฝอยในตาแตกได้ จึงมีโอกาสเกิดอาการตาแดงได้บ่อย
  • การเกิดอุบัติเหตุ: การกระทบกระเทือนที่ศีรษะหรือใบหน้าอย่างรุนแรง จะทำให้หลอดเลือดแดงใหญ่ที่ฐานกะโหลกศีรษะฉีกขาด และเกิดแรงดันสูงจนทำให้หลอดเลือดฝอยในตาแตก ซึ่งถือเป็นภาวะอันตราย หากไม่รีบรักษา ดวงตาอาจเกิดแรงดันสูงมากจนกลายเป็นต้อหินและตาบอดได้
  • การไอหรือจาม: รวมถึงการอาเจียนอย่างรุนแรงด้วย เพราะจะทำให้เกิดแรงดันในร่างกายสูงอย่างกะทันหัน จนเส้นเลือดฝอยในตาแตก
  • การยกของหนัก: การออกแรงยกของหนักจะทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น รวมถึงแรงดันในลูกตาด้วย และทำให้เส้นเลือดฝอยแตกได้
  • การดำน้ำ: เพราะแรงดันน้ำจากภายนอกในที่ระดับน้ำลึกนั้นมีปริมาณมหาศาล ซึ่งทำให้แรงดันในตาสูงขึ้นจนเส้นเลือดฝอยในตาแตกได้ ผู้ที่เพิ่งดำน้ำมาใหม่ๆ หรือเพิ่งฝึกการดำน้ำจึงมักมีอาการตาแดงได้บ่อย
  • การติดเชื้อ: การติดเชื้อที่เยื่อบุตานั้นมีสาเหตุได้จากทั้งเชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งทำให้เกิดอาการตาแดงได้บ่อยๆ และส่วนมากอาการตาแดงจากสาเหตุนี้ก็มักจะมาพร้อมกับอาการแสบเคืองตา ปวดตา และตาอักเสบด้วย
  • ความผิดปกติที่หลอดเลือดสมอง: เช่น เมื่อหลอดเลือดดำและหลอดเลือดแดงในสมองเชื่อมต่อกันผิดปกติ หรือหลอดเลือดดำในสมองเกิดการอุดตัน ทำให้มีแรงดันในสมองและลูกตาเพิ่มขึ้น จนทำให้มีภาวะเลือดออกผิดปกติในสมองและดวงตาได้ ซึ่งมักจะส่งผลข้างเคียงให้เกิดอาการปวดตา ปวดศีรษะ และอาจอันตรายถึงขึ้นชักและสมองฝ่อได้ด้วย

นอกจากสาเหตุที่กล่าวมาข้างต้น ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่กระตุ้นการเกิดเลือดออกใต้เยื่อบุตาได้ เช่น การรับประทานยาที่ยับยั้งการแข็งตัวของเลือดอย่าง วาฟาริน (Wafarin) และแอสไพริน (Aspirin) รวมทั้งการรับประทานสมุนไพรใบแปะก๊วยด้วย

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจตา รักษาโรคตาวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 427 บาท ลดสูงสุด 1950 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

186

เส้นเลือดฝอยในตาแตกเป็นอันตรายหรือไม่

โดยทั่วไป ภาวะเส้นเลือดฝอยในตาแตกมักไม่มีอันตรายรุนแรง และสามารถหายได้เองภายใน 1-2 สัปดาห์ แต่อาจจะยังมีอาการระคายเคืองตาอยู่บ้าง ซึ่งคุณสามารถใช้ยาหยอดตา หรือน้ำตาเทียมเพื่อบรรเทาอาการได้ แต่หากพบว่าอาการตาแดงที่เกิดขึ้นมาพร้อมกับอาการข้างเคียงอื่นๆ เช่น แสบเคืองตา ตาบวมขึ้น ปวดตา ปวดศีรษะ การมองเห็นแย่ลง คุณควรรีบไปพบจักษุแพทย์โดยด่วน และไม่ควรซื้อยาหยอดตามาใช้เองโดยไม่อยู่ในการควบคุมของแพทย์

เส้นเลือดฝอยในตาแตกมักเกิดที่บริเวณตาขาว แต่บางครั้งก็อาจเกิดที่เส้นเลือดฝอยในตาดำได้เช่นกัน ซึ่งมักเกิดจากสาเหตุที่รุนแรงกว่า เช่น การติดเชื้อจนอักเสบหรือเกิดบาดแผลที่นัยน์ตา และจะส่งผลกระทบทำให้การมองเห็นแย่ลง นอกจากนี้ ผู้ป่วยอาจมองเห็นภาพเป็นจุดๆ และมีเลือดไหลออกจากดวงตาด้วย

การรักษาและการดูแลตนเองเมื่อเส้นเลือดฝอยในตาแตก

หากผู้ป่วยมีอาการตาแดงเพียงอย่างเดียว และไม่พบอาการรุนแรงอื่นๆ ร่วมด้วยก็ไม่จำเป็นต้องรักษา เพียงแค่หาเวลาพักผ่อนให้เพียงพอ และดูแลดวงตาอย่างเหมาะสม เท่านี้อาการตาแดงก็สามารถหายเองได้ หรือหากมีอาการระคายเคืองตาเล็กน้อย ก็สามารถมาพบแพทย์เพื่อขอยาหยอดตาเพื่อบรรเทาอาการได้ แต่สิ่งที่ผู้ป่วยจะต้องรักษาให้หายจริงๆ นั้นไม่ใช่อาการตาแดง แต่เป็น "สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการตาแดง" ต่างหาก เช่น มีความดันโลหิตสูง ไอเรื้อรัง เพราะโรคและกลุ่มอากรเหล่านี้จะสามารถลุกลามไปถึงปัญหาสุขภาพด้านอื่นได้ด้วย

และในระหว่างที่ยังมีอาการตาแดงอยู่ ผู้ป่วยควรงดกิจกรรมที่ทำให้เกิดความดันโลหิตสูงทุกชนิด เช่น การยกของหนัก ว่ายน้ำ ดำน้ำ รวมถึงการออกกำลังกายที่ต้องใช้แรงมากด้วย เนื่องจากกิจกรรมเหล่านี้จะกระตุ้นให้ภาวะเลือดออกใต้เยื่อบุตารุนแรงขึ้นได้

การป้องกันเส้นเลือดฝอยในตาแตก

  • หลีกเลี่ยงการใช้สายตามากเกินไป แต่หากต้องทำงานที่จำเป็นต้องเพ่งจ้องหน้าจอนานๆ ควรหาเวลาหยุดพักสายตาเป็นระยะๆ
  • ไม่ขยี้ตารุนแรง และหมั่นล้างมือให้สะอาดเสมอ
  • หลีกเลี่ยงการออกแรงมากเกินไป เช่น การยกของหนัก หรือการออกกำลังกายอย่างหักโหม
  • ควบคุมโรคที่เป็นต้นเหตุ เช่น โรคความดันโลหิตสูง การไอจามเรื้อรัง

25 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
Eye Bleeding: Types, Symptoms, Treatment & More. Healthline. (https://www.healthline.com/health/eye-health/eye-bleeding)
Bleeding Under Conjunctiva (Subconjunctival Hemorrhage). Healthline. (https://www.healthline.com/health/subconjunctival-hemorrhage)
Subconjunctival hemorrhage. MedlinePlus. (https://medlineplus.gov/ency/article/001616.htm)

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม