Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
มะเร็งและโรคร้าย

อาการกินไม่หยุด (Binge Eating)

อาการกินไม่หยุด หมายถึงอาการแบบใด ใครบ้างที่มีความเสี่ยงต่อภาวะนี้ สาเหตุเกิดจากอะไร มีวิธีการรักษาอย่างไร และกลับมาเป็นซ้ำหลังการรักษาได้หรือไม่?
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 11 พ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,074,362 คน

อาการกินไม่หยุด (Binge Eating)

อาการกินไม่หยุด หมายถึงอาการแบบใด ใครบ้างที่มีความเสี่ยงต่อภาวะนี้ สาเหตุเกิดจากอะไร มีวิธีการรักษาอย่างไร และกลับมาเป็นซ้ำหลังการรักษาได้หรือไม่?

อาการกินไม่หยุด (Binge Eating) หรือโรคพฤติกรรมการรับประทานอาหารผิดปกติ คือการบริโภคอาหารปริมาณมากๆ เช่น การรับประทานอาหารที่มีพลังงาน 15,000 กิโลแคลอรีในคราวเดียว ผู้ที่มีอาการเช่นนี้ส่วนใหญ่จะเลือกรับประทานอาหารในขณะที่ไม่มีคนรอบข้างอยู่ด้วย ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ผู้ที่มีอาการกินไม่หยุดมักมีภาวะน้ำหนักเกินหรืออ้วน

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
จัดฟันใสกับ Zenyum, Invisalign, Clear Aligner เริ่มที่ 3,250 บาท เท่านั้น 🔥

ด่วน! ถึงวันที่ 12 ต.ค. นี้เท่านั้น 🦷เราจองคิวให้ ไม่ต้องรอหมอฟันนาน

%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%aainternal ad

อาการกินไม่หยุดมักเกิดขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ และอาจเกิดขึ้นกับใครก็ได้ แต่ผู้ที่มีปัจจัยดังต่อไปนี้อาจมีความเสี่ยงต่ออาการดังกล่าวเพิ่มขึ้น ได้แก่

  • เป็นเพศหญิง
  • มีอายุในช่วงวัยรุ่นตอนปลาย จนถึง 20 ปี
  • มีบุคคลในครอบครัวเคยเกิดภาวะนี้มาก่อน
  • เคยมีภาวะซึมเศร้า ติดสารเสพติด หรือมีพฤติกรรมรุนแรง
  • เคยพยายามลดน้ำหนักและอดอาหารอย่างเข้มงวด

ลักษณะของอาการกินไม่หยุด

อาการกินไม่หยุด ไม่อาจวินิจฉัยได้โดยการดูจากลักษณะภายนอกของผู้ป่วยเพียงอย่างเดียว ถึงแม้ว่าผู้มีความผิดปกติดังกล่าวมักมีน้ำหนักเกินหรืออ้วน แต่มีผู้ป่วยบางคนที่สามารถรักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติได้ จึงควรสังเกตจากอาการต่อไปนี้

  • การรับประทานอาหารปริมาณมากเกินจำเป็น แม้ไม่ได้รู้สึกหิว
  • การรับประทานอาหารอย่างรวดเร็ว
  • รู้สึกป่วย หรือไม่สบายหลังรับประทานอาหาร
  • ชอบรับประทานอาหารตามลำพัง
  • รู้สึกซึมเศร้า และควบคุมตัวเองไม่ได้
  • รู้สึกอายเมื่อต้องรับประอาหารร่วมกับคนอื่น
  • พยายามอดอาหารบ่อยครั้ง โดยที่น้ำหนักไม่ได้ลดลง

สาเหตุของอาการกินไม่หยุด

สาเหตุของอาการกินไม่หยุด จะแตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละคน ซึ่งบางครั้งก็อาจเกิดขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ โดยอาจเป็นผลจากความผิดปกติในการทำงานของสมอง หรือปัจจัยทางอารมณ์ เช่น มีภาวะซึมเศร้า พยายามลดน้ำหนักโดยอดอาหารอย่างเข้มงวดเกินไป หรือมีความเครียดสูง มีบางทฤษฎีที่กล่าวว่าอาการกินไม่หยุดอาจเกิดจากปัจจัยด้านพันธุกรรม และมักเกิดขึ้นกับหลายคนในครอบครัว

การวินิจฉัยอาการกินไม่หยุด

ในคู่มือการตรวจวินิจฉัยความผิดปกติทางจิตเวช ซึ่งเผยแพร่โดย The American Psychiatric Association ได้กำหนดหลักเกณฑ์ในการวินิจฉัยอาการกินไม่หยุดไว้ ดังนี้

  • มีอาการกินไม่หยุดกำเริบบ่อยครั้ง
  • มีลักษณะดังต่อไปนี้อย่างน้อย 3 ข้อ ได้แก่
    • รับประทานอาหารอย่างรวดเร็ว
    • รับประทานจนแน่นท้องและรับประทานต่อไม่ไหว
    • รับประทานอาหารปริมาณมากทั้งที่ไม่รู้สึกหิว
    • รับประทานอาหารตามลำพัง
    • รู้สึกผิดหลังรับประทานอาหาร
  • รู้สึกกังวลกับการรับประทานอาหารมากผิดปกติ
  • มีอาการกินไม่หยุดอย่างน้อย 2 ครั้งต่อสัปดาห์ ติดต่อกันมากกว่า 6 เดือนขึ้นไป
  • ไม่มีความพยายามกำจัดอาหารปริมาณมากที่กินเข้าไป เช่น ล้วงคอให้อาเจียน หรือรับประทานยาถ่าย

การรักษาอาการกินไม่หยุด

มีทางเลือกในการรักษาอีกมากมายที่อาจช่วยบรรเทาอาการกินไม่หยุด ได้แก่

การบำบัดโดยผู้เชี่ยวชาญ : โดยการพูดคุยให้คำปรึกษา เป็นวิธีการโดยทั่วไปของการรักษาความผิดปกติทางจิตเวช รวมถึงในผู้มีอาการกินไม่หยุดด้วย ซึ่งการบำบัดดังกล่าว มีทั้งการพูดคุยตัวต่อตัว หรืออาจบำบัดร่วมกันเป็นกลุ่มหรือเป็นครอบครัวก็ได้

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
จัดฟันใสกับ Zenyum, Invisalign, Clear Aligner เริ่มที่ 3,250 บาท เท่านั้น 🔥

ด่วน! ถึงวันที่ 12 ต.ค. นี้เท่านั้น 🦷เราจองคิวให้ ไม่ต้องรอหมอฟันนาน

%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%aainternal ad

การใช้ยา : ในบางกรณี แพทย์อาจให้ยาเพื่อบรรเทาอาการซึมเศร้าหรือวิตกกังวล ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุที่กระตุ้นอาการกินไม่หยุด ในผู้ป่วยบางคนที่มีอาการรุนแรง อาจจำเป็นต้องรับยา Topiramate สำหรับแก้อาการลมชัก ซึ่งเชื่อว่าสามารถช่วยลดอาการกินไม่หยุดได้ด้วย อย่างไรก็ตาม ยาชนิดนี้มีผลข้างเคียงที่ค่อนข้างรุนแรง แพทย์จึงมักหลีกเลี่ยงการสั่งจ่ายหากไม่จำเป็น ปัจจุบันมียาชนิดใหม่ๆ เช่น Vyvanse (Lisdexamfetamine dimesylate) ที่ผ่านการรับรองว่าสามารถใช้รักษาอาการกินไม่หยุดได้

การควบคุมน้ำหนัก : ผู้ป่วยบางรายอาจต้องเข้าโปรแกรมควบคุมน้ำหนัก หลังผ่านการบำบัดทางจิตเวชแล้ว ซึ่งโปรแกรมดังกล่าวจะเน้นให้คำแนะนำด้านการบริโภคอาหาร และช่วยให้ผู้ป่วยสามารถรักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่ดีต่อสุขภาพได้โดยวิธีการที่ปลอดภัย

อาการกินไม่หยุดสามารถรักษาให้หายได้โดยวิธีการบำบัดปกติ แต่เนื่องจากบางคนอาจมีแนวโน้มจะเกิดอาการดังกล่าวได้มากกว่าคนทั่วไปอยู่แล้วโดยธรรมชาติ จึงอาจกลับมามีอาการซ้ำหลังการรักษาได้ ดังนั้น หากเคยมีอาการกินไม่หยุดมาก่อน และสังเกตว่าตนเองมีพฤติกรรมที่อาจเป็นสัญญาณของอาการกลับซ้ำ ให้รีบปรึกษาแพทย์โดยด่วน เพราะอาการกินไม่หยุดจะรักษาได้ยากขึ้น เมื่ออยู่ในระยะที่ผู้ป่วยไม่สามารถควบคุมตนเองได้

ที่มาของข้อมูล

Marissa Selner and Marijane Leonard, What Causes Binge Eating? (https://www.healthline.com/symptom/binge-eating), January 2016


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป