Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
Doctor men
รีวิวโดย
ทีมแพทย์ HONESTDOCS
การรักษา

แก้ท้องเสีย วิธีแก้ท้องเสีย ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดคืออะไร?

ท้องเสียจู๊ดๆ วิ่งเข้าวิ่งออกห้องน้ำเป้นว่าเล่น เกิดจากอะไรได้บ้าง แก้ด้วยวิธีไหนจึงปลอดภัย
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 17 ม.ค. 2020 รีวิวเมื่อวันที่ 17 ม.ค. 2020 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 2,533,933 คน

แก้ท้องเสีย วิธีแก้ท้องเสีย ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดคืออะไร?

เชื่อว่า เราทุกคนต่างก็เคยมีอาการท้องเสียจู๊ดๆ กันมาแล้ว   ยิ่งถ้าท้องเสียระหว่างเดินทางขึ้นมาด้วยแล้ว ยิ่งทรมานเพราะต้องจดๆ จ้องๆ คอยมองหาแต่ห้องน้ำ  ไม่ได้ชมความงามของวิวข้างทางเลย  ถ่ายแล้วถ่ายอีกไม่จบไม่สิ้น บางทีก็ปวดท้อง หรืออาจมีอาการอาเจียนร่วมด้วย  คำถามยอดฮิตที่เกิดขึ้น เช่น จะกินยาแก้ท้องเสียแบบไหนก็ไม่แน่ใจว่าจะปลอดภัยหรือเปล่า หรือจะกินอาหารประเภทไหนช่วยแก้ท้องเสีย ก็ไม่แน่ใจอีก  วิธีไหนจะแก้ท้องเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ  เราจะมาหาคำตอบกัน

ท้องเสีย เป็นกลไกหนึ่งของร่างกายในการจัดการกับความผิดปกติในระบบทางเดินอาหารด้วยการขับอาหารที่ผิดปกตินั้นออกจากร่างกายให้เร็วกว่าปกติ  อาการท้องเสียที่พบบ่อยคือ การถ่ายบ่อย ถ่ายเหลว ปวดท้อง ปวดบิด ถ่ายปนมูกเลือด ท้องอืด โดยท้องเสียเฉียบพลันนั้นอาจเกิดได้นานถึง 2 สัปดาห์ และอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ  

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจสุขภาพประจำปีทุกช่วงวัย

🩺 จูงมือกันไปตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อคัดกรองความเสี่ยงโรคร้ายต่างๆ กันดีกว่า หากตรวจพบเร็ว ก็รักษาหายเร็ว

Healthcheckupinternal ad

สาเหตุการท้องเสีย

  • การติดเชื้อไวรัส
  • การติดเชื้อแบคทีเรีย
  • การติดเชื้อโปรโตซัว
  • การติดเชื้อพยาธิ
  • อาหารเป็นพิษ
  • การเริ่มใช้ยาปฏิชีวนะ
  • อาหารที่ปนเปื้อนเชื้อโรค
  • การแพ้ยาและอาหารบางชนิด
  • โรคลำไส้อักเสบ
  • โรคต่อมไทรอยด์  

ท้องเสียจากการติดเชื้อนั้นเป็นโรคที่พบได้บ่อยในเด็กเล็กและมักเกิดจากเชื้อไวรัส รองลงมาคือ การติดเชื้อแบคทีเรีย  นอกจากนี้หากเดินทางไปยังบริเวณที่มีน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อโรคแล้วบริโภคน้ำนั้นเข้าไปก็อาจท้องเสียได้  รวมทั้งอาจได้รับเชื้อแบคทีเรียจากอาหารที่ปรุง หรือจัดเก็บไม่เหมาะสม สามารถทำให้เกิดภาวะอาหารเป็นพิษได้  จะมีวิธีแก้ท้องเสียได้อย่างไรบ้าง มาดูกัน 

วิธีแก้ท้องเสีย

ดื่มน้ำให้เพียงพอและจำกัดการดื่มเครื่องดื่มบางชนิด

  • เมื่อมีอาการท้องเสียการดื่มน้ำนั้นสำคัญมากเพราะการขาดน้ำจากท้องเสียนั้นอาจทำให้เป็นอันตรายถึงชีวิตได้ในเด็กเล็กและผู้สูงอายุ  จึงควรดื่มน้ำให้เพียงพอ 
  • ระหว่างที่เด็กเล็กมีอาการท้องเสียควรให้รับประทานนมตามปกติ ร่วมกับการดื่มน้ำเกลือแร่สำหรับเด็กและให้ดื่มน้ำบ่อยๆ
  • งานวิจัยพบว่า ในผู้ใหญ่ที่มีอาการท้องเสียเล็กน้อยนั้น  การดื่มเครื่องดื่มเกลือแร่มีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับน้ำเกลือที่ใช้รักษาอาการขาดน้ำในผู้ที่ท้องเสีย

จุลินทรีย์ที่มีชีวิต

จุลินทรีย์ที่มีชีวิต หรือโปรไบโอติกส์ (Probiotics) นั้นเป็นแบคทีเรียชนิดดีที่ช่วยปรับสภาพแวดล้อมในทางเดินอาหารให้ดีต่อสุขภาพ  และสามารถช่วยแก้ท้องเสียได้ จุลินทรีย์เหล่านี้สามารถพบได้ในอาหารบางชนิด เช่น

  • ชีส
  • น้ำบีทรูทสีแดง (Beet kvass)
  • ชีสสด (Cottage cheese)
  • ช็อกโกแลตแบบเข้ม
  • มะกอกสีเขียว
  • คีเฟอร์ (Kefir)
  • กิมจิ
  • ชาหมักคอมบุชา (Kombucha)
  • ซาวเคราท์ (Sauerkraut)
  • มิโซะ
  • ถั่วเน่าญี่ปุ่น (Natto)
  • แตงกวาดอง
  • ขนมปังเปรี้ยว หรือขนมปังที่ทำจากยีสต์ธรรมชาติ (Sourdough bread)
  • เทมเป้ (Tempeh)
  • โยเกิร์ต
  • โปรไบโอติกส์ในแบบผง หรือเม็ด

โปรไบโอติกส์ หรือแบคทีเรียชนิดที่ดีที่อาศัยอยู่ในระบบทางเดินอาหารนั้นจำเป็นต่อการทำงานของระบบทางเดินอาหารมาก โดยมีบทบาทในการป้องกันการติดเชื้อ แก้ท้องเสียได้ เมื่อสิ่งแวดล้อมเหล่านั้นเกิดการเปลี่ยนแปลงจากการรับประทานยาปฏิชีวนะ หรือมีแบคทีเรีย หรือไวรัสที่ก่อโรคมากเกินไป จะทำให้เกิดอาการท้องเสียได้  ดังนั้นการรับประทานจุลินทรีย์ที่ดีเพื่อปรับสมดุลของแบคทีเรียในลำไส้จึงสามารถช่วยแก้ท้องเสียได้

Saccharomyces boulardii เป็นเชื้อราที่จัดอยู่ในกลุ่มนี้เช่นกัน โดยอาจช่วยแก้ท้องเสียจากยาปฏิชีวนะได้  นอกจากนั้นยังอาจช่วยแก้ท้องเสียจากการเดินทางไปยังสถานที่ที่ไม่สะอาดอีกด้วย งานวิจัยพบว่า เชื้อราชนิดนี้อาจช่วยให้ลำไส้สามารถกำจัดเชื้อโรคและดูดซึมสารอาหารได้อย่างเหมาะสม แต่เนื่องจาก Saccharomyces boulardii เป็นเชื้อราจึงควรใช้อย่างระมัดระวังในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือรับประทานยากดภูมิคุ้มกันอยู่

หากมีอาการท้องเสียควรควรปรึกษาแพทย์ก่อนที่จะรับประทานจุลินทรีย์เพื่อช่วยบรรเทาอาการ หรือแก้ท้องเสียให้หมดไป 

ยาแก้ท้องเสีย

คุณสามารถรับประทานยาแก้ท้องเสียเหล่านี้เพื่อบรรเทาอาการ หรือแก้ท้องเสียแบบฉับพลันได้  หากมีอาการท้องเสียไม่รุนแรงและอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจสุขภาพประจำปีทุกช่วงวัย

🩺 จูงมือกันไปตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อคัดกรองความเสี่ยงโรคร้ายต่างๆ กันดีกว่า หากตรวจพบเร็ว ก็รักษาหายเร็ว

Healthcheckupinternal ad
  • Bismuth subsalicylate (Pepto-Bismol และ Kaopectate)
  • Loperamide (Imodium)

ถึงแม้ว่ายาแก้ท้องเสียเหล่านี้จะสามารถบรรเทาอาการ หรือแก้ท้องเสียได้แต่ก็ไม่ได้รักษาที่สาเหตุ   หากคุณมีอาการท้องเสียเรื้อรังไม่ควรใช้ยาแก้ท้องเสียเหล่านี้โดยที่แพทย์ไม่ได้สั่งจ่าย 

อาการท้องเสียเรื้อรังนั้นคือ การมีอาการท้องเสียนานกว่า 14 วัน ซึ่งมักจะมีสาเหตุไม่เหมือนกับอาการท้องเสียแบบฉับพลัน

คุณควรระมัดระวังเด็กที่มีอาการท้องเสียเป็นพิเศษ เพราะการขาดน้ำจากการท้องเสียนั้นอาจเป็นอันตรายและเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วในเด็กเล็ก การขาดน้ำอย่างรุนแรงนั้นอาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ และไม่แนะนำให้ซื้อยาแก้ท้องเสียรับประทานเอง แต่ควรพาไปพบแพทย์จะดีกว่า  สำหรับเด็กที่มีอายุน้อยกว่า 3 เดือนซึ่งมีอาการท้องเสียควรรับไปพบแพทย์ทันที

หากคุณมีอาการท้องเสียที่เป็นเลือด มีไข้ มีอาการนานกว่า 7 วัน ปัสสาวะออกลดลง เวียนหัว ปวดท้องรุนแรง หรือท้องเสียมากขึ้นควรไปพบแพทย์โดยเร็ว

อาหารที่ควรรับประทาน

ถึงแม้ว่า อาจจะฟังดูแปลกๆ ที่จะรับประทานอาหารในระหว่างที่ท้องเสีย แต่การรับประทานอาหารบางชนิดอาจจะช่วยบรรเทาอาการ แก้ท้องเสีย และทำให้ได้รับสารอาหารเพียงพอ ควรรับประทานอาหารในกลุ่ม BRAT (Bananas, Rice, Applesauce, Toast) ซึ่งมีเส้นใยอาหารต่ำและจะช่วยให้อุจจาระเป็นก้อน อาหารในกลุ่มนี้ประกอบด้วย

  • กล้วย
  • ข้าวขาว
  • ซอสแอปเปิ้ล
  • ขนมปัง

อาหารอื่นๆ ที่รับประทานได้ระหว่างที่มีอาการ เช่น

  • ข้าวโอ๊ต
  • มันฝรั่งต้ม หรืออบ (ปอกเปลือก)
  • ไก่อบแบบไม่มีหนัง
  • ซุปไก่ (ซึ่งจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ร่างกาย)

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง

ควรหลีกเลี่ยงอาหารทอดและมันในระหว่างที่มีอาการท้องเสีย และควรจำกัดปริมาณอาหารที่มีเส้นใยอาหารสูง เช่น ผักและผลไม้ซึ่งอาจทำให้ท้องอืด หรือเครื่องดื่มบางชนิดที่ทำให้ร่างกายเสียน้ำมากขึ้น อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงประกอบด้วย

  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นม น้ำอัดลม และเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น ชา กาแฟ เพราะอาจทำให้อาการนั้นแย่ลง
  • สารให้ความหวานเทียม (พบในหมากฝรั่ง น้ำอัดลมที่ไม่มีน้ำตาล และสารให้ความหวานแทนน้ำตาล
  • ถั่ว
  • เบอร์รี่
  • บรอคโคลี่
  • กะหล่ำปลี
  • ดอกกะหล่ำ
  • ถั่วลูกไก่
  • ข้าวโพด
  • ไอศครีม
  • ผักใบเขียว
  • นม
  • พริกไทย
  • พรุน

หากบรรเทาอาการ หรือแก้ท้องเสียด้วยวิธีต่างๆ แล้วแต่อาการยังไม่ดีขึ้น  หรือมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย  เช่น อุจจาระมีมูกปนมีกลิ่นเหม็นคาวเหมือนหัวกุ้งเน่า  คลื่นไส้อาเจียนรุนแรง  มีไข้สูงเกิน 38.5 องศาเซลเซียส  อ่อนเพลียมาก ควรรีบไปพบแพทย์ทันที  ยิ่งในเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 3 ปี ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว  ยิ่งต้องระมัดระวังมากเป็นพิเศษ 


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป