การรักษา

ยาแผนไทย และสมุนไพรช่วยย่อยขับลม แก้ท้องอืด

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 6 นาที
ยาแผนไทย และสมุนไพรช่วยย่อยขับลม แก้ท้องอืด

ยาแผนไทย และสมุนไพรช่วยย่อยขับลม แก้ท้องอืด

ยาแผนไทยช่วยย่อย ขับลม แก้ท้องอืด

1. ขมิ้นชัน

มีขายในรูปยาเม็ด ยาแคปซูล ใช้รักษาโรคแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้ โดยกระตุ้นการหลั่งเยื่อเมือกมาเคลือบเยื่อบุกระเพาะ กระตุ้นการขับน้ำดีด้วย

ขนาดและวิธีใช้

รับประทาน 2-4 แคปซูล (แคปซูลละ 500 มก.) วันละ 4 ครั้ง หลังอาหารและก่อนนอน หายได้ภายในเวลา 4-12 สัปดาห์

ข้อห้ามใช้และข้อควรระวัง

  • ระวังการใช้ในหญิงตั้งครรภ์ เว้นแต่อยู่ในความดูแลของแพทย์
  • ระวังการใช้ในเด็ก เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลด้านประสิทธิผลและความปลอดภัย

2. ยาธาตุบรรจบ

ใช้บรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ

ขนาดและวิธีใช้

ชนิดผง ผู้ใหญ่ รับประทานครั้งละ 1 กรัม ละลายน้ำกระสายยา วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร เด็ก อายุ 6-12 ปี รับประทานครั้งละ 500 มิลลิกรัม ละลายน้ำกระสายยา วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร

น้ำกระสายยา เตรียมโดยใช้

  • กรณีแก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ใช้กระเทียม 3 กลีบ ทุบชงน้ำร้อน หรือใช้ใบกะเพราต้มเป็นน้ำกระสายยา
  • ถ้าหาน้ำกระสายยาไม่ได้ให้ใช้น้ำสุกแทน

ชนิดลูกกลอนและชนิดแคปซูล

  • ผู้ใหญ่ ครั้งละ 1 กรัม วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร
  • เด็ก อายุ 6-12 ปี ครั้งละ 500 มิลลิกรัม วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร

ข้อห้ามใช้และข้อควรระวัง

  • ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์และผู้ที่มีไข้
  • ระวังการใช้ร่วมกับยากันเลือดเป็นลิ่ม และยาต้านเกล็ดเลือดจับตัว
  • ระวังการใช้ยาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโรคตับ ไต เนื่องจากอาจมีการสะสมของการบูรและเกิดพิษได้

3. ยาธาตุอบเชย

ใช้ขับลม บรรเทาอาการท้องอืดเฟ้อ อาหารไม่ย่อย ใช้รักษาโรคกระเพาะอาหารอักเสบ เหมือนกับใช้ขมิ้นชันแคปซูล ช่วยกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ย่อยไขมัน มีสารช่วยลดปวด สารที่ช่วยฆ่าแบคทีเรีย ไวรัสและเชื้อราบางชนิด

ขนาดและวิธีใช้

รับประทานครั้งละ 15-30 มิลลิลิตร วันละ 3 ครั้ง หลังอาหาร

ข้อห้ามใช้และข้อควรระวัง

  • ไม่ควรใช้ยาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของตับ ไต เนื่องจากอาจเกิดการสะสมของการบูณและเกิดพิษได้
  • ระวังการใช้ขณะตั้งครรภ์ เพราะยามีฤทธิ์กระตุ้นการบีบตัวของมดลูก

4. ยาเบญจกูล

ใช้บรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ

ขนาดและวิธีใช้

  • ชนิดชง รับประทานครั้งละ 1.5-2 กรัม วันละ 3 ครั้ง หลังอาหาร
  • ชนิดผง รับประทานครั้งละ 800 มิลลิกรัม – 1 กรัม วันละ 3 ครั้ง หลังอาหาร
  • ชนิดลูกกลอน ชนิดเม็ด และชนิดแคปซูล ครั้งละ 800 มิลลิกรัม – 1 กรัม วันละ 3 ครั้ง หลังอาหาร

ข้อห้ามใช้และข้อควรระวัง

  • ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์ ผู้ที่มีไข้และเด็กเล็ก
  • ไม่ควรใช้ยานี้ในฤดูร้อน เนื่องจากอาจทำให้ไฟธาตุกำเริบ
  • ไม่ควรรับประทานติดต่อกันนานเกิน 7 วัน

5. ยาประสะกานพลู

ใช้บรรเทาอาการปวดท้อง จุกเสียด แน่นเฟ้อจากอาหารไม่ย่อยเนื่องจากธาตุไม่ปกติ

  • ผู้ใหญ่ ชนิดผงครั้งละ 1 ช้อนชา (1 กรัม) ละลายน้ำกระสายยา 2-4 ช้อนโต๊ะ วันละ 3 ครั้ง เมื่อมีอาการ

น้ำกระสายยา เตรียมโดยใช้

  • ใช้ไพลเผาไฟพอสุกฝนกับน้ำปูนใสเป็นน้ำกระสาย
  • ถ้าหาน้ำกระสายยาไม่ได้ให้ใช้น้ำสุกแทน

ข้อควรระวัง

  • ระวังการใช้ในสตรีมีครรภ์ ไม่ควรใช้ติดต่อกันนานเกิน 5 วัน
  • ผู้ป่วยที่มีไข้สูงไม่ควรรับประทาน

6. ยาประสะกะเพรา

ใช้แก้ท้องขึ้น ท้องเฟ้อ ละลายน้ำสุก หรือน้ำใบกะเพราต้ม แก้ท้องแน่นจุกเสียด ใช้ไพลเผาไฟพอสุก ฝนแทรก

ขนาดและวิธีใช้

ชนิดผงและชนิดเม็ด

เด็ก

อายุ 1-3 เดือน รับประทานครั้งละ 100-200 มิลลิกรัม

อายุ 4-6 เดือน รับประทานครั้งละ 200-300 มิลลิกรัม

อายุ 7-12 เดือน รับประทานครั้งละ 400-500 มิลลิกรัม โดยนำยาละลายน้ำกระสายยา (ทิ้งไว้ให้ตกตะกอน แล้วใช้หลอดหยดดูดส่วนน้ำใส) รับประทานวันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น เมื่อมีอาการ

น้ำกระสายยา เตรียมโดย

  • กรณีแก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ใช้น้ำสุก หรือน้ำใบกะเพราต้ม
  • กรณีแก้จุกเสียด ใช้ไพลเผาไฟพอสุก ฝนกับน้ำสุก

ชนิดเม็ดและชนิดแคปซูล

เด็ก อายุ 6-12 ปี (รพ.) รับประทานครั้งละ 1 กรัม วันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น เมื่อมีอาการ

ห้ามใช้ยาประสะกะเพราในหญิงตั้งครรภ์และผู้ที่มีไข้

7. ยาประสะเจตพังคี

ใช้แก้กษัยจุกเสียด ขับผายลม

ขนาดและวิธีใช้

  • ชนิดผง รับประทานครั้งละ 1 กรัม ละลายน้ำสุก วันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น ก่อนอาหาร
  • ชนิดเม็ดและชนิดแคปซูล รับประทานครั้งละ 1 กรัม วันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น ก่อนอาหาร

ข้อห้ามใช้และข้อควรระวัง

  • ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์และผู้ที่มีไข้
  • ไม่ควรใช้ยาต่อเนื่อง โดยเฉพาะในผู้ป่วยโรคตับ โรคไต เนื่องจากอาจมีการสะสมของการบูรและเกิดพิษได้

8. ยามันทธาตุ

แก้ธาตุไม่ปกติ แก้ท้องขึ้นท้องเฟ้อ

ขนาดและวิธีใช้

ชนิดผง

  • ผู้ใหญ่ รับประทานครั้งละ 1 กรัม
  • เด็ก อายุ 6-12 ปี รับประทานครั้งละ 500 มิลลิกรัม ละลายน้ำสุกวันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร
  • ชนิดเม็ดและชนิดแคปซูล
  • ผู้ใหญ่ รับประทานครั้งละ 1 กรัม วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร
  • เด็ก อายุ 6-12 ปี รับประทานครั้งละ 500 มิลลิกรัม วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร

ข้อห้ามใช้และข้อควรระวัง

  • ห้ามใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 1 ขวบ เนื่องจากเป็นยารสร้อน ทำให้ลิ้นปากแสบร้อนได้
  • ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์และผู้ที่มีไข้
  • ระวังการใช้ยาร่วมกับ ยาสลายลิ่มเลือดและยาต้านเลือดจับตัว
  • ไม่ควรใช้ยาต่อเนื่อง โดยเฉพาะในผู้ป่วยโรคตับ ไต เนื่องจากอาจมีการสะสมของการบูรและเกิดพิษได้

9. ยามหาจักรใหญ่

แก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ แก้ลมซาง

ขนาดและวิธีใช้

  1. แก้ลมซาง ชนิดผงและชนิดเม็ด เด็ก อายุ 1-5 ขวบ รับประทานครั้งละ 500 มิลลิกรัม – 15 กรัม ละลายน้ำสุก เพิ่มและลดได้ตามส่วน วันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น ก่อนอาหาร
  2. บรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ
  • ชนิดผงและชนิดเม็ด เด็ก อายุ 1-5 ขวบ ครั้งละ 500 มิลลิกรัม – 1.5 กรัม ละลายน้ำสุก เพิ่มและลดได้ตามส่วน เช้าและเย็น ก่อนอาหาร
  • ชนิดเม็ดและชนิดแคปซูล เด็ก อายุ 6-12 ปี (รพ.) ครั้งละ 1.5 กรัม เช้าและเย็น ก่อนอาหาร

ข้อห้ามใช้และข้อควรระวัง

  1. หากรับประทานแล้วมีอาการท้องเสีย ควรหยุดรับประทานยา
  2. ระวังการใช้ยาร่วมกับยาสลายลิ่มเลือดและยาต้านเลือดจับตัว

10. ยาแสงหมึก

  • แก้ท้องขึ้น ปวดท้อง ละลายน้ำใบกะเพาต้ม
  • แก้ตัวร้อน ละลายน้ำดอกไม้เทศ
  • ใช้กวาดคอวันละ 1 ครั้ง หลังจากนั้นรับประทานทุก 3 ชั่วโมง
  • เด็กอายุ 1-6 เดือน ครั้งละ 2 เม็ด
  • เด็กอายุ 7-12 เดือน ครั้งละ 3 เม็ด

11. ยาวิสัมพยาใหญ่

  • แก้ท้องขึ้น อืดเฟ้อ จุกเสียด
  • รับประทานทุก 4 ชั่วโมง ชนิดผงครั้งละ 1 ช้อนชา ใช้น้ำสุกเป็นกระสาย หรือผสมน้ำผึ้งปั้นเป็นลูกกลอน

ข้อห้ามใช้และข้อควรระวัง

  • ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์และผู้ที่มีไข้
  • ระวังการใช้ยาร่วมกับยาสลายลิ้มเลือดและยาต้านเลือดจับตัว
  • ระวังการใช้ร่วมกับยาฟีนัยโตอิน, โพรพาโนลอล, ทีโอฟิลลิน และไรแฟมบิซิน

12. ยาอภัยสาลี

ใช้บำบัดโรคลม บรรเทาอาการจุกเสียดแน่น

รับประทานครั้งละ 1.5-2 กรัม วันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น ก่อนอาหาร

ข้อห้ามใช้และข้อควรระวัง

  1. ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์และผู้ที่มีไข้
  2. ระวังการใช้ยาร่วมกับยาสลายลิ่มเลือดและยาต้านเลือดจับตัว

13. ยาหอมอินทจักร์

  1. แก้ลมบาดทะจิต ใช้น้ำดอกมะลิ
  2. แก้คลื่นเหียนอาเจียน ใช้น้ำลูกผักชี เทียนดำต้ม ถ้าไม่มีใช้น้ำสุก
  3. แก้ลมจุดเสียด ใช้น้ำขิงต้ม

(สามารถใช้เสริมกับขมิ้นชันเพื่อแก้อาการท้องอืดอาหารไม่ย่อยได้)

รับประทานทุก 3 ชั่วโมง ชนิดผง ครั้งละ 1/2-1 ช้อนชา

14. ยาหอมนวโกฐ

  1. แก้ลมวิงเวียน คลื่นเหียน อาเจียน (ลมจุกแน่นในอก) ในผู้สูงอายุ
  2. แก้ลมปลายไข้ (หลังจากฟื้นไข้แล้วยังมีอาการ เช่น คลื่นเหียนวิงเวียน เบื่ออาหาร ท้องอืด อ่อนเพลีย)

(สามารถใช้เสริมกับขมิ้นชันเพื่อแก้อาการท้องอืดอาหารไม่ย่อยได้)

ขนาดและวิธีใช้

  • ชนิดเม็ด รับประทานครั้งละ 1-2 กรัม ทุก 3-4 ชั่วโมง เมื่อมีอาการไม่ควรเกินวันละ 3 ครั้ง
  • ชนิดผง ครั้งละ 1-2 ช้อนชา ละลายน้ำกระสาย 2-4 ช้อนโต๊ะ รับประทานทุก 3 ชั่วโมง วันละไม่เกิน 3 ครั้ง

น้ำกระสายยา เตรียมโดย

  • กรณีแก้ลมวิงเวียน คลื่นเหียน อาเจียน (ลมจุกแน่นในอก) ในผู้สูงอายุ ใช้น้ำลูกผักชี (15 กรัม) หรือเทียนดำ (15 กรัม) ต้มเป็นน้ำกระสายยา
  • กรณีแก้ลมปลายไข้ (หลังจากฟื้นไข้แล้วยังมีอาการ เช่น คลื่นเหียนวิงเวียน เบื่ออาหาร ท้องอืด อ่อนเพลีย ใช้ก้านสะเดา (33 ก้าน หรือ 15 กรัม) ลูกกระดอม (7 ลูก หรือ 15 กรัม) และเถาบอระเพ็ด (7 องคุลี หรือ 15 กรัม) ต้มเป็นน้ำกระสายยา
  • ถ้าหาน้ำกระสายยาไม่ได้ ให้ใช้น้ำสุกแทน

ข้อควรระวัง

  • ระวังการใช้ยาในผู้ป่วยที่แพ้ละอองเกสรดอกไม้
  • ระวังการใช้ยาในผู้ที่มีไข้และสตรีมีครรภ์

15. ยากระชายดำ แคปซูล 400 มก.

ใช้แก้ท้องอืด ขับลม บำรุงร่างกาย

รับประทาน ครั้งละ 2 แคปซูล วันละ 3 ครั้งก่อนอาหาร

สมุนไพรใกล้ตัวช่วยย่อย ขับลม แก้ท้องอืด

  1. ใบกะเพรา 1 กำมือ ต้มกับน้ำพอท่วม แล้วดื่มครั้งละ 1 แก้ว
  2. รากกระชาย ประมาณครึ่งกำมือ ต้มกับน้ำพอท่วม แล้วดื่มครั้งละ 1 แก้ว
  3. กระเทียมส่วนหัว ประมาณ 5 กลีบ เคี้ยวให้ละเอียดก่อนกลืน หรือรับประทานพร้อมอาหารก็ได้ ดอกกานพลูขนาดโตเต็มที่ ตากแห้ง 5-8 ดอก ต้มกับน้ำพอท่วม แล้วดื่มครั้งละ 1 แก้ว
  4. เหง่าข่า ขนาดเท่าหัวแม่มือ ทุบ หรือหั่นเป็นชิ้น ต้มกับน้ำพอท่วมดื่มครั้งละ 1 แก้ว
  5. ขิงส่วนที่เป็นเหง้า ขนาดเท่าหัวแม่มือ ทุบ หรือหั่นเป็นชิ้น ต้มกับน้ำพอท่วม ดื่มครั้งละ 1 แก้ว
  6. เหง้าขมิ้นชัน ขนาดเท่าหัวแม่มือ ทุบ หรือหั่นเป็นชิ้น ต้มกับน้ำพอท่วม ดื่มครั้งละ 1 แก้ว
  7. ต้นและใบขึ้นฉ่าย ประมาณ 2 ต้น โขลกละเอียด คั้นเอาน้ำดื่ม
  8. ผลดีปลีขนาดโตเต็มที่ 1 กำมือ ต้มกับน้ำพอท่วมแล้วดื่ม ถ้าไม่มีดอกให้ใช้เถาแทน
  9. ต้นและใบตะไคร้ 1 ต้น ล้างแล้วหั่นเป็นท่อน บุบพอแหลกแล้วเอาไปต้มน้ำดื่ม
  10. ใบแมงลัก 1 กำมือเอามาต้มกับน้ำพอท่วม แล้วดื่ม
  11. เมล็ดแก่ของเร็ว 3-9 ผล (ขึ้นอยู่กับวัยและความรุนแรง บดเป็นผงละลายน้ำดื่ม วันละ 3 ครั้ง
  12. หัวแห้วหมู 1 กำมือ ล้างสะอาด บุบ หรือตำให้แหลก ต้มกับน้ำเดือด แล้วดื่ม
  13. ลูกกระวานแก่จัด บดเป็นผง รับประทานครั้งละ 1.5-3 ช้อนชา (ขึ้นอยู่กับวัยและความรุนแรง) ละลายในน้ำ 1 แก้ว แล้วดื่ม
  14. ผิวมะกรูดครึ่งผล หรือใบมะกรูด 1 กำมือ ต้มน้ำพอท่วม แล้วดื่ม
  15. เหง้ากะทือโตเต็มที่ 2 หัว นำมาปิ้งไฟให้หอม แล้วฝนกับน้ำปูนใสประมาณครึ่งแก้ว ดื่มทั้งหมด
  16. ใช้ใบหนาดสับแล้ว 2 ช้อนชาต้มกับน้ำ 1 ถ้วย นาน 4 นาที ดื่มขณะอุ่น
  17. ใช้รากปลาไกลเผือกต้มกิน หรือฝนกับน้ำปูนใสกินก็ได้
  18. ใช้น้ำคั้นของรากสามสิบสดๆ ประมาณ 6 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำผึ้งหรือน้ำตาลทรายแดง รับประทาน เช้า-เย็น ติดต่อกัน 7 วัน หรือใช้ผงของรากสามสิบแห้งจำนวน 3 ช้อนชา ต้มกับนม 1/2 ถ้วย จนปริมาณลดลงครึ่งหนึ่ง ดื่มน้ำที่ได้จำนวน 6 ช้อนชา เช้า-เย็น ติดต่อกัน 7 วัน

ขอบคุณข้อมูลดีๆจากหนังสือ "ดูแลกระเพราะอาหารและลำไส้" โดยกนกอร บุญพิทักษ์ จากสำนักพิมพ์ Feel Good

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่