Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
ทารก

​วัคซีนบาดทะยักคืออะไร จำเป็นต้องฉีดไหม ใครควรฉีดบ้าง ราคาเท่าไร?

บาดทะยักคือโรคที่เกิดจากการติดเชื้อ หากร่างกายไม่มีภูมิคุ้มกันและไม่ได้รับการรักษา ผู้ป่วยมีโอกาสเสียชีวิตสูงมาก การฉีดวัคซีนบาดทะยักเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในการป้องกัน
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 21 ต.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 421,175 คน

​วัคซีนบาดทะยักคืออะไร จำเป็นต้องฉีดไหม ใครควรฉีดบ้าง ราคาเท่าไร?

บาดทะยัก คือโรคที่หลายคนคุ้นเคย เพราะหากเกิดบาดแผลขึ้นบนร่างกาย มักได้ยินคำแนะนำว่า “รีบไปหาหมอ ระวังเป็นบาดทะยัก” แม้ว่าจะดูเป็นโรคที่ไม่ร้ายแรงเท่าโรคร้ายอื่นๆ แต่รู้หรือไม่ว่า โรคนี้อันตรายถึงชีวิต จากข้อมูลของสภากาชาดระบุว่า เมื่อผู้ป่วยมีอาการของโรคบาดทะยัก จะมีโอกาสเสียชีวิตตั้งแต่10% – 90% ซึ่งนับว่ามีอัตราการเสียชีวิตค่อนข้างสูง และการรักษายังเป็นเพียงการประคับประคองเป็นหลัก ดังนั้นการฉีดวัคซีนบาดทะยักจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ที่ช่วยให้เราห่างไกลจากโรคได้

บาดทะยักคืออะไร สาเหตุเกิดจากอย่างไร?

บาดทะยัก (Tetanus) คือโรคที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย Clostridium Tetani พบได้ตามพื้นดิน ฝุ่น หรือมูลสัตว์ สามารถเข้าสู่ร่างกายได้ทางบาดแผล เช่น แผลถลอก ไฟไหม้ โดนของมีคมบาด ตะปูตำ ถูกสัตว์กัด หรือใช้เข็มฉีดยาที่มีการปนเปื้อนของเชื้อ เป็นต้น เมื่อเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายจะสร้างสารพิษชื่อว่า เททานัสท็อกซิน (Tetanus toxin) ซึ่งส่งผลกระทบรุนแรงต่อการทำงานของระบบประสาทที่ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อหดเกร็ง ในรายที่ติดเชื้อรุนแรงอาจส่งผลร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
มาตามคำเรียกร้อง กับเเพ็กเกจนวดไทย สุดพรีเมี่ยม ราคาสุดคุ้ม

🔥 เริ่มเพียง 400 บาท ถึง 29 ต.ค. นี้ เท่านั้น

%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2internal ad

ทั้งนี้บาดแผลที่มีความเสี่ยงมากขึ้นต่อการติดเชื้อบาดทะยัก ได้แก่ 

  1. บาดแผลที่ต้องเย็บหรือผ่าตัด ซึ่งผู้ป่วยไปพบแพทย์ช้ากว่า 6 ชั่วโมง
  2. บาดแผลที่มีเนื้อตายจำนวนมาก เช่น แผลไฟไหม้ แผลกดทับ เป็นต้น หรือแผลที่เป็นรอยเจาะ เช่น ถูกตะปูตำ แผลจากการสัก เจาะตามร่างกาย เป็นต้น โดยเฉพาะบาดแผลที่ปนเปื้อนดินหรือเศษวัสดุแปลกปลอม
  3. บาดแผลที่พบร่วมกับกระดูกหัก

ดังนั้นหากใครมีบาดแผลที่มีความเสี่ยง แนะนำให้รีบทำความสะอาดบาดแผล โดยล้างด้วยน้ำสะอาดและฟอกสบู่นานอย่างน้อย 10-15 นาที (กรณีเป็นบาดแผลที่ไม่ใช่บาดแผลฉกรรจ์) จากนั้นไปพบแพทย์ทันที เพื่อวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม

อาการของโรคบาดทะยักเป็นอย่างไร? 

เมื่อเชื้อแบคทีเรียเข้าสู่ร่างกาย อาการเริ่มแรกคือ ผู้ป่วยจะมีอาการขากรรไกรแข็ง กล้ามเนื้อเกร็ง อ้าปากไม่ค่อยได้ จากนั้นมือ แขน และขาเริ่มเกร็ง หลังแข็งและแอ่น ใบหน้าจะมีลักษณะคล้ายยิ้มแสยะ โดยอาการเหล่านี้จะเป็นมากขึ้นเมื่อมีเสียงดังหรือเมื่อสัมผัสตัวผู้ป่วย ในรายที่มีอาการรุนแรงมาก ผู้ป่วยจะมีอาการชักกระตุก หน้าเขียว ซึ่งจะเป็นถี่ขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้ขาดออกซิเจน เป็นอันตรายถึงชีวิตได้

อาการแทรกซ้อนของโรคบาดทะยักคืออะไร?

นอกจากอาการหลักของโรคบาดทะยักที่เป็นอันตรายต่อชีวิตได้แล้ว ยังอาจมีอาการแทรกซ้อนอื่นๆ ตามมาได้ด้วย ดังนี้

  1. กระดูกหัก เกิดจากการเกร็งและบิดอย่างรุนแรงจนส่งผลถึงกระดูก
  2. ไตวายเฉียบพลัน เกิดจากการที่กล้ามเนื้อหดเกร็งอย่างรุนแรงจนทำให้กล้ามเนื้อสลายกลายเป็นโปรตีน ซึ่งไตมีหน้าที่กำจัดโปรตีนในร่างกาย หากมีโปรตีนสลายออกมาจำนวนมาก ไตก็อาจทำงานหนักจนทำให้ไตวายเฉียบพลันได้
  3. ระบบทางเดินหายใจล้มเหลว ภาวะบิดเกร็งของกล้ามเนื้ออาจส่งผลให้ผู้ป่วยเกิดภาวะระบบหายใจล้มเหลว  หยุดหายใจ จนทำให้ร่างกายขาดออกซิเจนและเสียชีวิต

การรักษาโรคบาดทะยักทำอย่างไร?

เมื่อแพทย์ประเมินแล้วว่าผู้ป่วยเป็นโรคบาดทะยัก แพทย์อาจวางแผนการรักษาดังนี้

  1. หลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้ป่วย ป้องกันเสียงรบกวน เพราะจะทำให้มีอาการชักเกร็งรุนแรงขึ้น
  2. แพทย์จะให้ยาทำลายสารพิษที่เชื้อแบคทีเรียสร้างขึ้น รวมทั้งให้ยาปฏิชีวนะเพื่อทำลายเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วย
  3. แพทย์ให้ยารักษาตามอาการควบคู่กันไป เช่น ยาระงับอาการชัก ยาลดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อ งดให้น้ำและอาหารทางปาก เพราะอาจทำให้ผู้ป่วยสำลักได้ จึงจำเป็นต้องให้อาหารทางหลอดเลือดแทน
  4. เฝ้าระวังเรื่องการหายใจ เพราะอาจมีอาหารหายใจขัด หายใจไม่ออกจนทำให้เสียชีวิตได้ 

วัคซีนบาดทะยัก การป้องกันที่มีประสิทธิภาพ

การฉีดวัคซีนบาดทะยักคือวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันโรค โดยวัคซีนบาดทะยักนั้นมีหลากหลายรูปแบบ ทั้งที่เป็นวัคซีนบาดทะยักเพียงชนิดเดียว และวัคซีนที่ป้องกันโรคอื่นๆ ร่วมด้วย สามารถแบ่งได้ดังนี้

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
มาตามคำเรียกร้อง กับเเพ็กเกจนวดไทย สุดพรีเมี่ยม ราคาสุดคุ้ม

🔥 เริ่มเพียง 400 บาท ถึง 29 ต.ค. นี้ เท่านั้น

%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2internal ad
  1. วัคซีนบาดทะยัก (TT) 
  2. วัคซีนคอตีบ บาดทะยัก (dT)
  3. วัคซีนคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก (DTP)

ทั้งนี้วัคซีนแต่ละประเภทก็มีรูปแบบการใช้ที่แตกต่างกัน

วัคซีนบาดทะยัก (TT)

แพทย์จะพิจารณาฉีดวัคซีนบาดทะยัก TT ให้เด็กโต (อายุ 7 ปีขึ้นไป) ที่มีบาดแผลที่คาดว่ามีโอกาสเสี่ยงติดเชื้อแบคทีเรียที่ก่อโรคบาดทะยัก โดยมีหลักเกณฑ์ดังนี้

  • ผู้ที่ไม่เคยรับ/รับไม่ครบ หรือ ไม่ทราบประวัติการรับวัคซีนป้องกันโรคบาดทะยัก
    • บาดแผลสะอาด แพทย์จะฉีดวัคซีนบาดทะยัก TT ทั้งหมด 3 เข็ม เข็มแรกและเข็มที่ 2 ห่างกัน 4-8 สัปดาห์ ส่วนเข็มสุดท้ายเป็นการฉีดกระตุ้น จะฉีดห่างจากเข็มที่ 2 ประมาณ 6-12 สัปดาห์
    • บาดแผลที่มีสิ่งแปลกปลอม เสี่ยงต่อการติดเชื้อสูง แพทย์จะให้เซรุ่มต้านพิษบาดทะยัก ร่วมกับวัคซีนบาดทะยัก TT ในวันแรก จากนั้นประมาณ 4-8 สัปดาห์ จึงให้เข็มที่ 2 และ 2-12 สัปดาห์ จึงให้วัคซีนบาดทะยักเข็มสุดท้าย
  • ผู้ที่เคยรับวัคซีนบาดทะยักครบ (เคยได้รับวัคซีนมากกว่าหรือเท่ากับ 3 ครั้ง)
    • บาดแผลสะอาด หากได้รับวัคซีนเข็มสุดท้ายมานานเกินกว่า 10 ปี แพทย์จะให้วัคซีนป้องกันโรคบาดทะยัก TT กระตุ้น 1 เข็ม โดยไม่ต้องรับเซรุ่มต้านพิษบาดทะยักเพิ่ม
    • บาดแผลที่มีสิ่งแปลกปลอม เสี่ยงต่อการติดเชื้อสูง หากได้รับวัคซีน เข็มสุดท้ายมานานเกินกว่า 5 ปีให้วัคซีนป้องกันโรคบาดทะยัก TT กระตุ้น 1 เข็ม โดยไม่ต้องรับเซรุ่มต้านพิษบาดทะยักเพิ่ม

วัคซีนคอตีบ บาดทะยัก (dT)

เป็นวัคซีนสำหรับเด็กโต (อายุ 7 ปีขึ้นไป) และผู้ใหญ่ มีหลักเกณฑ์การใช้เหมือนกับวัคซีนบาดทะยัก TT ซึ่งแพทย์มักใช้ทดแทนกันเพื่อฉีดกระตุ้นภูมิคุ้มกันโรคคอตีบร่วมด้วย

วัคซีนคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก (DTP)

เป็นวัคซีนที่รวมการป้องกัน 3 โรคในเข็มเดียว นิยมฉีดให้เด็กทารกอายุตั้งแต่ 2 เดือนเป็นต้นไป โดยฉีดบริเวณต้นขาด้านหน้า ทั้งหมด 5 เข็ม ตามระยะเวลาดังนี้

  • ครั้งที่ 1 อายุประมาณ 2 เดือน
  • ครั้งที่ 2 อายุประมาณ 4 เดือน
  • ครั้งที่ 3 อายุประมาณ 6 เดือน
  • ครั้งที่ 4 อายุประมาณ 18 เดือน
  • ครั้งที่ 5 อายุประมาณ 4-7 ปี

การฉีดวัคซีนบาดทะยักให้หญิงตั้งครรภ์

วิธีการป้องกันโรคบาดทะยักที่ดีที่สุดสำหรับเด็กแรกเกิดคือ การฉีดวัคซีนบาดทะยักให้คุณแม่ตั้งแต่ตั้งครรภ์ โดยแพทย์จะฉีดวัคซีนให้หญิงตั้งครรภ์ทั้งหมด 3 เข็ม ตามรายละเอียดดังต่อไปนี้

  • เข็มที่ 1 ฉีดเมื่ออายุครรภ์ประมาณ 6-7 เดือน
  • เข็มที่ 2 ฉีดเมื่ออายุครรภ์ไม่เกิน 8 เดือน (เข็มที่ 2ควรให้ก่อนคลอดเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 1 เดือน เพราะภูมิคุ้มกันจะถูกส่งไปสู่ทารกแรกเกิดในระดับที่สูงพอจะป้องกันโรคบาดทะยักได้
  • เข็มที่ 3 ฉีดหลังจากได้รับเข็มที่ 2 ประมาณ 6-12 เดือน (ฉีดหลังคลอด) เพื่อให้มั่นใจว่าระดับภูมิคุ้มกันของคุณแม่จะคงอยู่ในระดับสูงและนาน 5-10 ปี จึงค่อยฉีดกระตุ้นซ้ำ

ใครไม่ควรฉีดวัคซีนบาดทะยัก?

แม้ว่าวัคซีนบาดทะยักจะเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรค แต่ก็มีคนบางกลุ่มที่ไม่สามารถฉีดวัคซีนได้เช่นกัน ดังนี้

  • ผู้ที่เคยมีประวัติแพ้อย่างรุนแรงหลังฉีดวัคซีนบาดทะยัก เช่น มีอาการลมชัก มีปัญหาเกี่ยวกับระบบประสาท มีอาการบวมแดงและปวดอย่างรุนแรง
  • ผู้ที่มีประวัติป่วยเป็นโรคเส้นประสาทอักเสบเรื้อรัง
  • ผู้ที่มีอาการป่วยใดๆ ก็ตาม ควรรอให้หายสนทิก่อนเข้ารับการฉีดวัคซีนบาดทะยัก

อาการข้างเคียงหลังจากการฉีดวัคซีนบาดทะยัก

อาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้หลังจากได้รับวัคซีนบาดทะยักนั้นเป็นอาการที่พบได้ทั่วไปและไม่รุนแรง เช่น มีอาการปวด บวมแดง บริเวณที่ฉีดวัคซีน มีไข้ต่ำๆ หนาวสั่น ปวดศีรษะหรือปวดเมื่อยตามร่างกาย อ่อนเพลีย ปวดท้อง อาเจียน ท้องเสีย ซึ่งอาการดังกล่าวอาจเกิดขึ้นภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากการฉีดวัคซีน และจะค่อยๆ ดีขึ้นภายใน 2-3 วัน แต่หากมีอาการอื่นๆ ที่รุนแรงมากกว่าที่กล่าวมา เช่น มีไข้ขึ้นสูง ปวดบริเวณที่ฉีดวัคซีนอย่างรุนแรง มีอาการชัก คันตามผิวหนัง เป็นผื่น หัวใจเต้นเร็ว ต้องรีบพาผู้ป่วยไปพบแพทย์โดยด่วน เพราะอาจมีอาการแพ้วัคซีนได้

วัคซีนบาดทะยัก ราคาเท่าไร?

สถาบันวัคซีนแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข ได้กำหนดให้วัคซีนคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก เป็นวัคซีนพื้นฐานที่เด็กอายุไม่เกิน 12 ปี สามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนที่โรงพยาบาลรัฐได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่สำหรับผู้ที่ต้องการฉีดวัคซีนบาดทะยักกระตุ้น ผู้ที่มีบาดแผลซึ่งเสี่ยงต่อการติดเชื้อบาดทะยัก หรือหญิงตั้งครรภ์ที่ต้องการฉีดวัคซีนบาดทะยักเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ทารกตั้งแต่แรกคลอด สามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนบาดทะยัก (หรือควบคู่ไปกับวัคซีนคอตีบและไอกรน) ได้ที่โรงพยาบาลรัฐและเอกชน รวมทั้งคลินิกชั้นนำทั่วไป โดยค่าใช้จ่ายในการฉีดวัคซีนบาดทะยักเริ่มตั้งแต่ 100 บาทขึ้นไป ขึ้นอยู่กับชนิดของวัคซีนและค่าบริการของแต่ละโรงพยาบาล

หากใครประสบอุบัติเหตุ มีบาดแผลที่คาดว่ามีโอกาสเสี่ยงที่จะติดเชื้อบาดทะยัก แนะนำให้รีบไปฉีดวัคซีนบาดทะยักทันที เพราะหากปล่อยทิ้งไว้ อาจทำให้ผู้ป่วยติดเชื้อรุนแรงจนเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ นอกจากนี้คนทั่วไปที่เคยฉีดวัคซีนครบถ้วนแล้วก็ห้ามละเลย แต่ก็ควรฉีดวัคซีนบาดทะยักกระตุ้นซ้ำทุก 10 ปี เพื่อการป้องกันโรคที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด

ที่มาของข้อมูล

กองโรคป้องกันด้วยวัคซีน กรมควบคุมโรค, แนวทางการให้บริการในคลินิกวัคซีนผู้ใหญ่ ปี 2561, (http://dvpd.ddc.moph.go.th/storage/content/5ae2ca21d434d.pdf), 19 เมษายน 2561.

สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค, โรคบาดทะยัก, (http://www.boe.moph.go.th/fact/Tetanus.htm)

จุลสารเสาวภา สภากาชาดไทย, การป้องกันภายหลังการสัมผัสโรคบาดทะยัก, (https://www.saovabha.com/download/saovabha_y5_v1_1.pdf), มกราคม 2555.


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป