การกินเพื่อสุขภาพ

เทคนิคการลดน้ำตาลในชีวิตประจำวัน ที่คุณก็ทำได้

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
เทคนิคการลดน้ำตาลในชีวิตประจำวัน ที่คุณก็ทำได้

หลายคนที่ชื่นชอบการรับประทานอาหารที่มีรสชาติหวาน ไม่ว่าจะเป็นอาหารคาวที่ใส่น้ำตาลเยอะๆ หรือขนมหวานๆ อย่างเค้ก ช็อกโกแลต บิงซู หรือไอศกรีม ถึงแม้จะมีรสชาติอร่อยถูกใจ กินฟินๆ ได้ทั้งวันไม่มีเบื่อ แต่แน่นอนว่า อะไรที่กินมากไปก็อาจส่งผลเสียต่อร่างกายเอาได้ในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็น

            1.การก่อตัวของไขมัน

            ไม่ต้องงงว่าทำไมไขมันมาเกี่ยวข้องกับน้ำตาลได้อย่างไร เพราะทุกครั้งที่เรารับประทานน้ำตาลมากไป น้ำตาลจะกลายเป็นตัวกระตุ้นให้ไขมันที่เรากินเข้าไปนั้น เกิดการสะสมได้ง่ายขึ้น สกัดกั้นการนำไขมันไปใช้งานได้ตามธรรมชาติ จนเกิดการสะสมของไขมันได้ง่ายกว่าปกติ ทำให้เสี่ยงต่อโรคอ้วน และเกิดเป็นไขมันสะสมตามจุดต่างๆ ได้ในอนาคต

            2.โรคเบาหวาน

            ทุกครั้งที่เรารับประทานอาหารที่มีส่วนผสมของน้ำตาล ในทุก 150 กิโลแคลอรี่ จะทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานได้ง่ายกว่าคนที่ไม่ค่อยรับประทานอาหารประเภทรสหวาน

            3.โรคความดันโลหิตสูง

            การรับประทานอาหารที่มีรสหวานมากเกินไป ทำให้อินซูลินในร่างกายเพิ่มสูงมากขึ้น ตกค้างในกระแสเลือด ทำให้เกิดระบบการหมุนเวียนของเลือดผิดปกติ นำไปสู่ภาวะความดันโลหิตสูงตามมา รวมถึงโรคที่เกี่ยวกับหลอดเลือดต่างๆ ตามมาได้เช่นกัน

            4.เกิดการเสพติดและโรคอ้วน

            อย่างที่ทราบกันดีว่าน้ำตาลคือสารที่ทำให้เกิดความสุข โดยเฉพาะการรับประทานอาหารประเภทให้ความหวานเป็นประจำ ยังทำให้เกิดการเสพติดรสชาติหวานอย่างไม่รู้ตัว ทำให้เลิกยาก เพราะหากไม่ได้ทานมักจะเกิดอาการต่างๆ เช่น ตัวสั่น ใจสั่น รวมถึงรสชาติที่หวานส่งผลให้เกิดโรคอ้วนได้ง่าย โดยเฉพาะคนที่อ้วนง่าย ควรหลีกเลี่ยงหรือรับประทานเท่าที่จำเป็น

            5.ทำให้อารมณ์แปรปรวน

            เมื่อใดก็ตามที่น้ำตาลไปรวมกันอยู่บนเมนูอาหารจำพวกฟาสต์ฟู๊ด เช่น อาหารประเภทขยะที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ใดๆ ต่อร่างกายแล้ว โอกาสที่จะเกิดอารมณ์แปรปรวน ภาวะโรคซึมเศร้าก็จะยิ่งง่ายขึ้น ยิ่งรับประทานติดต่อกันบ่อยมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีโอกาสสูงที่จะส่งผลเสียต่อสุขภาพของคุณได้มากเท่านั้น

            เมื่อที่ทราบอย่างนี้แล้ว เราควรหาวิธีควรคุมการรับประทานอาหารที่มีส่วนประกอบของน้ำตาลและรสหวานให้มีความพอดีต่อความต้องการของร่างกาย วันนี้เราเลยมีเทคนิคดีๆ สำหรับคนที่ต้องการลดน้ำตาลในแต่ละวัน เพื่อการดูแลสุขภาพของตัวเองให้ดีขึ้นมากฝากกันค่ะ

            เทคนิคการการลดน้ำตาลในชีวิตประจำวัน

            1.เลือกรสหวานจากธรรมชาติแทน

            การเลือกรับประทานอาหารที่มีรสหวานจากธรรมชาติ เช่น ผลไม้ที่ให้ความหวาน เป็นต้น ลองปรับวิธีการทานอาหารวานจากผลไม้ จากที่เมื่อก่อนจะชอบทานอาหารที่เป็นพวกแป้งที่มีส่วนผสมของน้ำตาล นอกจากจะลดน้ำตาลในร่างกายได้แล้ว ประโยชน์จากผลไม้ยังมีมากมายอีกด้วย เช่น วิตามินซี เบต้าแคโรทีน วิตามินเอ เป็นต้น

            2.ควบคุมอาหาร

            ลองปรับวิธีการกินอาหารให้เป็นเวลามากขึ้น เลือกรับประทานอาหารที่เกิดประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น ผักผลไม้ หรือเน้นทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ คือ เนื้อสัตว์ นม ไข่ ผัก และรับประทานอาหารจำพวกน้ำตาลในปริมาณที่เหมาะสม

            3.ปรุงอาหารด้วยรสชาติเบาๆ

            หลายคนชอบทำอาหารที่มีรสหวานมักจะชอบเติมน้ำตาล ทั้งที่รสชาติอาหารดีอยู่แล้ว ลองปรับวิธีการประกอบอาหารที่มีรสชาติไม่จัดมาก ลดการเติมเครื่องปรุงที่มีรสจัดต่างๆ เช่น รสเค็ม เผ็ด รสหวานจัด เพราะการรับประทานอาหารรสจัดส่งผลเสียต่อสุขภาพอื่นๆ ได้เช่นกัน เช่น โรคไต กระเพาะอักเสบ เป็นต้น

            4.ดื่มน้ำเปล่าแทนเครื่องดื่มที่ผสมน้ำตาล 

             เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของน้ำตาลไม่ว่าจะเป็น น้ำอัดลม น้ำหวานปรุงแต่งกลิ่นและรสชาติ ลองปรับวิธดื่ม โดยการดื่มน้ำเปล่าแทน วันละ 4-8 แก้ว เพราะน้ำเปล่ามีประโยชน์ต่อร่างกายมากที่สุด จะต้องให้ร่างกายได้รับอย่างเพียงพอ เพราะจะได้ไปหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายได้อย่างเหมาะสม

            5.เลือกอาหารว่างที่มีน้ำตาลน้อย

            เลือกทานอาหารว่างที่มีคุณประโยชน์แทนการทานอาหารจำพวกน้ำตาล เช่น ผลไม้อบแห้ง หรืออาหารที่มีโปรตีนและเส้นใยที่สูง จะช่วยให้ร่างกายได้ประโยชน์จากการทานได้มากขึ้น ไม่ทำให้อ้วน โดยเฉพาะคนที่ประสบปัญหาเรื่องโรคอ้วน เป็นต้น

            6.พักผ่อนให้เพียงพอ

            สาเหตุของการทานอาหารในปริมาณมาก เนื่องจากการนอนน้อยทำให้ร่างกายอยากอาหารเพื่อไปชดเชย โดยเฉพาะความหวานที่ลดความเหนื่อยล้าและอาการง่วงได้ ลองเปลี่ยนวิธีการนอนให้เพียงพอ ไม่นอนดึก ไม่กินจุ หรือทานอาหารที่มีรสหวานจัดเกินไป

            จะเห็นได้ว่า รสหวานของน้ำตาลนำไปสู่การมีสุขภาพที่ย่ำแย่ และเป็นสาเหตุของโรคภัยอื่นๆ ได้อีกมากมาย เพราะร่างกายเองก็ต้องการความพอดีของน้ำตาลที่จะไปชดเชยส่วนต่างๆ ที่ขาดไป โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาเรื่องของน้ำหนักเกิน ผู้ที่มีโรคประจำตัวอย่างเช่นโรคเบาหวาน ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารจำพวกที่มีน้ำตาล เพราะจะส่งผลต่อระดับอินซูลินในร่างกายได้

            ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมต่างๆ เช่น เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเป็นหลัก ไม่ตามใจปากเกินไป หลีกเลี่ยงอาหารหวานๆ และหันมาออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หากทำทั้งสองอย่างนี้ควบคู่กันไปได้ ก็จะช่วยให้ร่างกายของเรามีความบาลานซ์หรือความสมดุลมากขึ้นได้เป็นอย่างดี ห่างไกลจากโรคร้ายกวนใจต่างๆ แถมในกลุ่มผู้ที่มีโรคประจำตัวอยู่แล้ว การควบคุมอาหารยังช่วยให้อาการของโรคต่างๆ ที่เคยมี ทุเลาเบาบางลงได้อีกด้วย ถึงแม้จะเป็นเรื่องยากซักหน่อย แต่เพื่อสุขภาพที่ดีแล้ว อย่าลืมหันมาควบคุมเรื่องอาหารการกินกันดูนะคะ รับรองว่า ไม่ยากเกินไปแน่นอน

               

            

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่

บทความต่อไป