Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
ทารก

วัคซีนคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก จำเป็นไหม ทำไมต้องฉีด?

รู้หรือไม่? โรคคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก เคยเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตของเด็กจำนวนมาก การฉีดวัคซีนป้องกันโรคเป็นหนึ่งในหนทางที่สามารถป้องกันโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 21 ต.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,064,046 คน

วัคซีนคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก จำเป็นไหม ทำไมต้องฉีด?

วัคซีนคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก นับเป็นวัคซีนพื้นฐานที่เด็กทุกคนจำเป็นต้องได้รับ เนื่องจากโรคเหล่านี้เป็นโรคร้ายแรง โดยเฉพาะหากเกิดขึ้นกับเด็กเล็ก ถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้ ในประเทศไทยได้กำหนดให้เด็กทุกคนฉีดวัคซีนป้องกันโรคคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 ซึ่งช่วยลดจำนวนผู้ป่วยทั้งสามโรคลงได้มาก

โรคคอตีบคืออะไร มีอาการอย่างไร?

โรคคอตีบ (Diphtheria) เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Corynebacterium diphtheriae ที่อยู่ในน้ำมูก น้ำลาย หรือเสมหะของผู้ป่วย ติดต่อกันได้โดยง่ายผ่านทางการไอ จาม หรือสัมผัสกับสารคัดหลั่งหรือสิ่งของเครื่องใช้ของผู้ป่วย นับเป็นโรคติดต่อที่เกิดขึ้นเฉียบพลันและร้ายแรง ส่วนมากจะพบในเด็กอายุต่ำกว่า 10 ปี 

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
มาตามคำเรียกร้อง กับเเพ็กเกจนวดไทย สุดพรีเมี่ยม ราคาสุดคุ้ม

🔥 เริ่มเพียง 400 บาท ถึง 29 ต.ค. นี้ เท่านั้น

%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2internal ad

อาการของโรคจะแสดงหลังจากการติดเชื้อประมาณ 2-5 วัน ผู้ป่วยจะมีไข้สูง หนาวสั่น มีน้ำมูก เจ็บคอ คออักเสบ กลืนอาหารลำบาก รู้สึกเจ็บเวลากลืน คอบุ๋ม หอบ หายใจลำบาก หากอาการรุนแรงมากอาจทำให้หายใจไม่ออก จนเป็นอันตรายถึงชีวิต หากตรวจคออาจพบแผ่นฝ้าสีขาวปนเทา (White-grayish membrane) ขึ้นบริเวณลำคอ ต่อมทอนซิล หรือลิ้นไก่ อาการแทรกซ้อนสำคัญคือ โรคกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ (Myocarditis) และประสาทอักเสบ (Neuritis) ปัจจุบันมีการฉีดวัคซีนป้องกันโรคอย่างแพร่หลาย ส่งผลให้อัตราการเกิดโรคคอตีบลดลงอย่างมาก

โรคไอกรนคืออะไร มีอาการอย่างไร?

โรคไอกรน (Pertussis) เป็นโรคติดเชื้อทางระบบทางเดินหายใจ เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Bordetella pertussis (B. pertussis) ทำให้มีการอักเสบของเยื่อบุทางเดินหายใจ ติดต่อกันได้ง่ายจากการไอ จาม สัมผัสกับสารคัดหลั่งและเครื่องใช้ของผู้ป่วย ส่วนใหญ่พบการติดเชื้อในเด็ก ซึ่งมักได้รับเชื้อมาจากผู้ใหญ่ในครอบครัวที่อาจมีเชื้อ แต่ไม่มีอาการ หรือมีอาการ แต่ไม่รุนแรงนัก โดยสามารถติดเชื้อได้ตั้งแต่อายุเพียง 1 เดือนเท่านั้น ซึ่งอาการของโรคไอกรนในเด็กอาจรุนแรงมากจนทำให้เสียชีวิตได้

อาการของโรคไอกรนจะแสดงหลังจากได้รับเชื้อประมาณ 6-20 วัน โดยอาการเริ่มแรกคือ ผู้ป่วยจะมีไข้ต่ำๆ มีน้ำมูก และไอ เหมือนอาการของโรคหวัดธรรมดา โดยอาจเป็นต่อเนื่องประมาณ 1 สัปดาห์ จากนั้นจะเริ่มแสดงอาการสำคัญของโรคไอกรน นั่นคือ ไอซ้อนๆ ถี่ๆ ติดกัน 5-10 ครั้งหรือมากกว่านั้น จนทำให้ผู้ป่วยหายใจไม่ทัน จึงหยุดไอ และพยายามหายใจเข้าลึกๆ และมีเสียงดังวู๊ป สลับกับการไอเป็นชุด จึงเรียกโรคดังกล่าวว่า โรคไอกรน ทั้งนี้อาการที่กล่าวมาอาจเป็นเรื้อรังติดต่อกันนานถึง 2-3 เดือน และเช่นเดียวกับโรคคอตีบ อุบัติการณ์ของโรคไอกรนมีแนวโน้มลดลงอย่างมาก เพราะมีการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไอกรนอย่างแพร่หลาย

โรคบาดทะยักคืออะไร อาการเป็นอย่างไร?

โรคบาดทะยัก (Tetanus) เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Clostridium tetani ที่อยู่ในดิน ฝุ่นละออง อุจจาระสัตว์ หรือสิ่งแวดล้อมทั่วไป โดยเชื้อชนิดนี้ทนต่อสภาพแวดล้อมภายนอกได้ดีมาก ทั้งยังสามารถอยู่นอกร่างกายได้นานเป็นปี

เชื้อจะเข้าสู่ร่างกายทางบาดแผล โดยเฉพาะบาดแผลที่เจาะลึกเข้าไปในผิวหนัง เช่น มีดบาดลึก เสี้ยนตำ ตะปูตำ เป็นต้น โรคบาดทะยักสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องเหมาะสม อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

อาการของโรคบาดทะยักนั้นจะแสดงหลักจากได้รับเชื้อประมาณ 3-21 วัน ยิ่งอาการแสดงเร็วเท่าไร นั่นหมายความว่าการติดเชื้อนั้นรุนแรงและอันตรายมากเท่านั้น ทั้งนี้เมื่อเชื้อบาดทะยักเข้าสู่ร่างกาย จะสร้างสารพิษเข้าไปจับเส้นประสาท ลามไปสู่ไขสันหลัง และอาจลามไปถึงก้านสมองได้ เริ่มแรกผู้ป่วยจะรู้สึกปวดกล้ามเนื้อ เริ่มมีอาการเกร็งของกล้ามเนื้อเป็นระยะ กล้ามเนื้อขากรรไกรหดเกร็ง เริ่มอ้าปากไม่ได้ คอเกร็ง หลังเกร็ง เหงื่อแตก หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ บางคนมีอาการเกร็งรุนแรงจนกล้ามเนื้อสลายตัวหรือถึงขั้นกระดูกหักได้ ยิ่งไปกว่านั้น หากมีอาการเกร็งรุนแรงจนไปทั่วร่างกาย ผู้ป่วยอาจหายใจไม่ออก จนเป็นสาเหตุที่ทำให้เสียชีวิต แต่หากผู้ป่วยเข้ารับการรักษาได้ทัน กว่า 80% ของผู้ป่วยก็สามารถหายเป็นปกติได้

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
มาตามคำเรียกร้อง กับเเพ็กเกจนวดไทย สุดพรีเมี่ยม ราคาสุดคุ้ม

🔥 เริ่มเพียง 400 บาท ถึง 29 ต.ค. นี้ เท่านั้น

%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2internal ad

เนื่องจากอาการของโรคบาดทะยักอาจรุนแรงถึงขั้นเป็นอันตรายต่อชีวิต ดังนั้นโดยส่วนใหญ่หากผู้ป่วยมาพบแพทย์ด้วยอาการที่มีบาดแผลตามร่างกาย แพทย์มักฉีด Tetanus Immunoglobulin ซึ่งเป็นยาที่ประกอบด้วยแอนติบอดี้ ช่วยฆ่าแบคทีเรียจากโรคบาดทะยัก นอกจากนี้อาจฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยักร่วมด้วย หากผู้ป่วยยังไม่ได้รับวัคซีนชนิดนี้ครบกำหนด

วัคซีนคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก คืออะไร มีกี่ประเภท?

วัคซีนคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก เป็นวัคซีนที่รวมในเข็มเดียว ผลิตจากเชื้อหรือพิษของเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรค โดยนำมาผ่านกระบวนการทำให้เชื้อหมดความสามารถในการก่อโรค จึงปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคสูง ทั้งนี้วัคซีนคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก แบ่งได้เป็น 2 กลุ่มหลักๆ

  1. วัคซีน DTwP หรือชนิดทั้งเซลล์ วัคซีนกลุ่มนี้ประกอบไปด้วย ท็อกซอยด์ (พิษของเชื้อโรคที่ทำให้หมดฤทธิ์ แต่ยังสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้อยู่) คอตีบและบาดทะยัก รวมทั้งเชื้อแบคทีเรียก่อโรคไอกรนที่ตายแล้ว
  2. วัคซีน DTaP หรือชนิดไร้เซลล์ วัคซีนกลุ่มนี้ประกอบไปด้วย ทอกซอยด์คอตีบและบาดทะยัก รวมทั้งแอนติเจนจากผนังเซลล์ของเชื้อไอกรนจำนวน 2 ชนิด คือ Inactivated lymphocytois promoting factor (LPF) และ Filamentous hemagglutinin (FHA)

ทั้งนี้พบว่า ประสิทธิภาพในการป้องกันโรคของวัคซีนทั้งสองกลุ่มนี้ไม่แตกต่างกัน แต่วัคซีน DTwP ให้ผลข้างเคียงสูงกว่า ผู้ได้รับวัคซีนบางรายอาจมีไข้สูง มีอาการชัก มีภาวะตัวอ่อน และไม่ตอบสนองภายใน 48 ชั่วโมงหลังจากได้รับวัคซีน ซึ่งหากมีอาการดังที่กล่าวมานี้ เมื่อครบกำหนดฉีดวัคซีนครั้งต่อไป แพทย์อาจให้ยาลดไข้หรือยาป้องกันการชัก หรืออาจเปลี่ยนมาให้วัคซีน DTaP แทน เพื่อป้องกันอาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น

วัคซีนคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก ต้องฉีดเมื่อไร ต้องฉีดกี่เข็ม?

โดยทั่วไป วัคซีนคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก จะเริ่มฉีดให้ทารกตั้งแต่อายุ 2 เดือน โดยฉีดบริเวณต้นขาด้านหน้า ทั้งหมด 5 เข็ม ตามระยะเวลาดังนี้

  • ครั้งที่ 1 อายุประมาณ 2 เดือน
  • ครั้งที่ 2 อายุประมาณ 4 เดือน
  • ครั้งที่ 3 อายุประมาณ 6 เดือน
  • ครั้งที่ 4 อายุประมาณ 18 เดือน
  • ครั้งที่ 5 อายุประมาณ 4-7 ปี

อาการข้างเคียงของวัคซีนคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก มีอะไรบ้าง?

การฉีดวัคซีนทุกชนิดย่อมก่อให้เกิดผลข้างเคียงได้ ซึ่งจะมีอาการแตกต่างกันออกไป โดยวัคซีนคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก อาจก่อให้เกิดอาการปวด บวม แดงบริเวณที่ฉีด บางรายอาจมีอาการอ่อนเพลีย มีไข้ต่ำๆ อาเจียน โดยส่วนใหญ่อาการนี้จะเกิดขึ้นภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากได้รับวัคซีน การดูแลเพียงแค่ประคบด้วยผ้าเย็นบริเวณที่ปวด หากมีไข้ให้รับประทานยาลดไข้ และอาการจะหายได้ภายใน 2-3 วัน เว้นแต่ในรายที่มีอาการรุนแรง เช่น มีไข้สูงจัด ชัก ตัวอ่อน ไม่ตอบสนอง ซึ่งพบได้น้อยมากประมาณ 1 ใน 50,000 ราย ผู้ดูแลควรรีบพามาพบแพทย์ทันที เพราะอาจมีความเสี่ยงที่จะแพ้วัคซีนได้

ใครไม่ควรฉีดวัคซีนคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก?

แม้ว่าวัคซีนจะมีประโยชน์ และกระทรวงสาธารณสุขจะกำหนดเป็นมาตรฐานว่าเด็กทุกคนต้องได้รับวัคซีนนี้ แต่ก็มีข้อจำกัดสำหรับการฉีดวัคซีนเช่นกัน ดังนี้

  • ผู้ที่มีภาวะผิดปกติทางสมอง หรือชัก ซึ่งยังควบคุมตัวเองไม่ได้
  • ผู้ที่เคยมีประวัติต่อต้านหรือแพ้วัคซีนชนิดนี้มาก่อน
  • เด็กที่มีอายุมากกว่า 7 ปี และผู้ใหญ่ ที่ไม่เคยได้รับวัคซีนชนิดนี้มาก่อน หากต้องการป้องกันโรค ควรฉีดวัคซีนป้องกันคอตีบและบาดทะยัก (ไม่มีเชื้อไอกรน)
  • ผู้ป่วยที่มีไข้ควรเลื่อนการฉีดวัคซีนและรอให้หายป่วยจึงค่อยกลับมาฉีดวัคซีน

จำเป็นต้องฉีดวัคซีนคอตีบ ไอกรน บาดทะยักซ้ำ เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันหรือไม่?

แม้ว่าในวัยเด็กเราอาจได้รับวัคซีนคอตีบ ไอกรน บาดทะยักครบตามกำหนดแล้ว แต่ก็ควรฉีดกระตุ้นเช่นกัน เพราะเมื่อโตขึ้น ภูมิคุ้มกันที่ร่างกายเคยสร้างไว้อาจเสื่อมถอยลง โดยส่วนใหญ่จะฉีดกระตุ้นอีกครั้งในกลุ่มผู้ที่มีอายุระหว่าง 10-18 ปี ซึ่งเดิมวัคซีนที่ใช้ฉีดกระตุ้นจะเป็นวัคซีนป้องกันโรคคอตีบและบาดทะยัก (ไม่มีไอกรน) เพราะวัคซีนที่มีไอกรนอาจส่งผลข้างเคียงในเด็กโตหรือผู้ใหญ่ได้ค่อนข้างมาก แต่ปัจจุบันได้มีการพัฒนาวัคซีนคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก สำหรับผู้ใหญ่โดยดัดแปลงให้วัคซีนบริสุทธิ์มากขึ้น มีปริมาณเชื้อไอกรนน้อยลง ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดอาการข้างเคียงลงได้มาก

วัคซีนคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก ราคาเท่าไหร่?

วัคซีนคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก เป็นหนึ่งในวัคซีนพื้นฐานที่สถาบันวัคซีนแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข จัดสรรให้สำหรับเด็กเล็กอายุไม่เกิน 12 ปีทุกคน เข้ารับการฉีดวัคซีนได้ที่โรงพยาบาลรัฐโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่สำหรับผู้ใหญ่ที่ต้องการฉีดวัคซีนกระตุ้น สามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนได้ที่โรงพยาบาลรัฐและเอกชนทั่วไป โดยค่าใช้จ่ายในการฉีดวัคซีนเริ่มต้นที่ 512 บาท (อ้างอิงจากราคาของโรงพยาบาลศิริราช)

โรคคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก แม้ฟังดูอาจไม่ร้ายแรงเท่าโรคร้ายอื่นๆ แต่ครั้งหนึ่งก็เคยเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตในเด็กทารก ดังนั้นผู้ปกครองควรพาบุตรหลานไปฉีดวัคซีนให้ครบตามกำหนดเวลา เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจตามมาในภายหลัง นอกจากนี้แม้ว่าผู้ใหญ่บางคนอาจเคยได้รับวัคซีนครบถ้วนแล้ว แต่ก็ไม่ควรนิ่งนอนใจ เพราะภูมิคุ้มกันร่างกายอาจเสื่อมลงตามกาลเวลา จึงควรฉีดกระตุ้น ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแนะนำว่าควรฉีดกระตุ้นทุก 10 ปี เพื่อสุขภาพที่ดี ห่างไกลจากโรค

ที่มาของข้อมูล

ผศ. น.พ. สุพจน์ ตุลยาเดชานนท์ หน่วยประสาทวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี บาดทะยักภัยใกล้ตัวพบมากในผู้สูงอายุ, (https://med.mahidol.ac.th/th/knowledge_awareness_health/07162015-1236-th), 2 กันยายน 2562.

ภญ. ผศ. ดร.จุรีย์ เจริญธีรบูรณ์ ภาควิชาชีวเภสัชศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร, วัคซีนป้องกันคอตีบ บาดทะยัก และไอกรน (http://www.pharmacy.su.ac.th/biop/htdocs/vaccine/compulsory/52-protect-diphtheria), 2 กันยายน 2562.

สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแหงประเทศไทยและกระทรวงสาธารณสุข, วัคซ นปองกันโรค บาดทะยัก-คอตีบ( http://nvi.ddc.moph.go.th/attach/ebook5.pdf), 28 กรกฎาคม 2551.


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป