การติดเชื้อพยาธิตัวตืดในสุนัข

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 19, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 1 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 796,386 คน

การติดเชื้อพยาธิตัวตืด (cestodiasis) ในสุนัขเกิดจากการกินหรือได้รับไข่ของพยาธิตัวตืด (tapeworm) เข้าไป ซึ่งเมื่อไข่พยาธิเข้าสู่ลำไส้เล็กก็จะแตกออกแล้วกลายเป็นตัวอ่อน และอาศัยอยู่ในนั้นต่อไป พยาธิตัวตืดที่พบได้บ่อยมากที่สุดในสุนัขเรียกว่า พยาธิตืดหมัด (Dipylidium caninum) ซึ่งมีลักษณะปล้องคล้ายเม็ดแตงกวา พยาธิชนิดนี้มีหมัดเป็นพาหะนำโรคที่สำคัญ ส่วนพยาธิตัวตืดชนิดอื่นๆได้แก่ Taenia sp. Echinococcus sp. และ Mesocestoides sp. ไข่พยาธิมักจะสะสมอยู่ตามดิน หรือแหล่งน้ำจืด ซึ่งสุนัขสามารถไปเล่น กินหรือเลียบริเวณดังกล่าวแล้วติดได้

อาการ

การได้รับเชื้อพยาธิตัวตืดนั้นไม่จำเป็นจะต้องทำให้ท้องเสียเสมอไป แต่อุจจาระอาจจะมีลักษณะเหลวมากขึ้น และสุนัขจะกินอาหารมากแต่กลับซูบผอม หรือในบางครั้งอาจพบภาวะท้องมาน (มีน้ำในช่องท้อง) เนื่องมาจากการสูญเสียโปรตีนและสารอาหารไปให้พยาธิในลำไส้ ในอุจจาระอาจพบลักษณะของข้อปล้องของพยาธิ หรืออาจะไม่เห็นก็ได้ แต่สุนัขมักจะคันหรือเลียรอบก้นบ่อยๆ

การวินิจฉัย

แนะนำให้เก็บอุจจาระไปให้สัตวแพทย์ตรวจ โดยเฉพาะอุจจาระที่พบข้อปล้องของพยาธิตืดหมัด คล้ายเม็ดแตงกวา แต่หากไม่พบก็ไม่เป็นไร การเก็บอุจจาระไปให้สัตวแพทย์ สามารถนำไปใช้ส่องตรวจทางกล้องจุลทรรศน์ เพื่อหาไข่หรือข้อปล้องของพยาธิเหล่านี้ต่อไปได้

การรักษา

พยาธิตัวตืดจัดอยู่ในกลุ่มของหนอนพยาธิตัวแบน ซึ่งมักจะให้การตอบสนองได้ดีต่อยาในกลุ่ม praziquantel อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่แล้วสัตวแพทย์มักจะให้ยาถ่ายพยาธิแบบรวมหลายๆตัวยา เพื่อป้องกันการติดเชื้อร่วมกับพยาธิชนิดอื่นๆอีก การรักษาทางยามักจะให้การตอบสนองที่ค่อนข้างดี

การดูแลและจัดการ

พยาธิตัวตืดเกิดจากการมีหมัดเป็นพาหะ เป็นหลัก การพบพยาธิตืดหมัดมักบ่งบอกถึงสาเหตุของการดูแลเอาใจใส่ไม่เพียงพอ สัตว์เลี้ยงควรได้รับการป้องกันเห็บ-หมัดเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการใช้ผลิตภัณฑ์หยอดหลัง ปลอกคอ การพาไปให้สัตวแพทย์ฉีดยา หรือยากินที่ได้รับการรับรองว่าสามารถป้องกันเห็บ-หมัดได้โดยไม่ส่งผลเสียต่อสัตว์ ร่วมกับการถ่ายพยาธิซ้ำทุกๆ 3-6 เดือน หากออกไปเล่นในสนามหญ้าหรือบริเวณที่มีดิน แต่นอกจากเรื่องของหมัดแล้ว พาหะอื่นๆที่สามารถนำพยาธิตัวตืดได้แก่ กระต่าย หนู นก หรือซากสัตว์ ก็จะพบตัวอ่อนของพยาธิได้ ควรหลีกเลี่ยงไม่ให้สุนัขกินหรือไปเลียเล่น เพื่อป้องกันการนำเชื้อเข้าสู่ร่างกาย

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามสัตวแพทย์ที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งคำถาม