Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
เซ็กส์อย่างถูกวิธี

พูดคุยกับคนรักอย่างไรดีกับเรื่องโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ Talking to Your Partner About STDs

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 28 ธ.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,782,619 คน

พูดคุยกับคนรักอย่างไรดีกับเรื่องโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ Talking to Your Partner About STDs

คุณทราบดีว่าคุณควรต้องพูดคุยกับคนรักของคุณเกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ก่อนที่จะเริ่มมีเพศสัมพันธ์กัน แต่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าจะเริ่มพูดคุยเกี่ยวกับหัวข้อนี้อย่างไร ลองอ่านบทความต่อไปนี้ที่จะช่วยให้คุยสามารถเปิดใจพูดคุยกับคนรักได้

คุณและคนรักของคุณตกลงจะมีเพศสัมพันธ์กัน และคุณก็รู้ดีว่าจะต้องถามหรือพูดคุยเกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ก่อนการมีเซ็กส์ ทว่ามันยากเหลือเกินที่จะเริ่มพูดคุยกันในหัวข้อนี้

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
รู้ตัวว่าเสี่ยงอย่ามัวกังวล ตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ให้รู้ผลกันไปเลย

ตรวจความเสี่ยงโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น HIV ไวรัสตับอักเสบบี ซิฟิลิส เริ่มต้นที่ 518 บาท

Istock 500358904

คนที่ค่อนข้างมั่นใจในตัวเองอาจไม่ได้มีอุปสรรคมากนักที่จะพูดคุยเรื่องนี้กับคนรัก แต่หากคุณไม่ได้มั่นใจมากพอล่ะ ลองอ่านบทความต่อไปนี้

ก่อนการพูดคุย

มีข้อมูลที่แท้จริงเกี่ยวกับเรื่องที่จะพูด มันจะทำให้การพูดคุยง่ายขึ้นมากหากคุณเชื่อว่าโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เป็นปัญหาทางสุขภาพที่จำเป็นต้องได้รับการใส่ใจและดูแลเป็นพิเศษ ดังนั้นคุณควรเซาะแสวงหาข้อมูลที่คุณอยากรู้เกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ข้อเท็จจริงที่ได้ศึกษามาจะช่วยให้คุณมีความมั่นใจมาก

ขึ้นและทำให้คุณสามารถตอบคำถามต่างๆ ที่คนรักถามได้ ศึกษาข้อมูลที่เชื่อถือได้ เช่น ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เป็นต้น

ทราบวัตถุประสงค์และสิ่งที่คุณต้องการทราบจากการพูดคุย เนื่องจากคุณไม่สามารถทราบได้ว่าใครเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์จากการมองผิวเผินภายนอกหรือจากการซักประวัติความสัมพันธ์กับแฟนเก่าของคนรักได้ ดังนั้นสิ่งที่จะทำให้คุณทั้งสองมั่นใจได้คือการรับการตรวจร่งกายและตรวจเลือดก่อนการมีเพศสัมพันธ์ คุณอาจเพิ่มความมั่นใจด้วยการให้คนรักใช้ถุงยางอนามัย และถามเขาว่าเคยเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ใดๆ มาก่อนหรือไม่ และหากคุณเป็นรคติดต่อคุณจำเป็นต้องบอกใก้คนรักของคุณรู้ก่อนการมีเซ็กส์ด้วยเช่นกัน

หากการพูดคุยเรื่องนี้เป็นเรื่องยาก ลองหาสาเหตุก่อนว่าทำไม คุณอาจรู้สึกเขินอายที่จะพูด หรือมีอะไรมากกว่าความรู้สึกเขินอายอีกหรือไม่ สาวๆ บางคนกังวลที่จะถามเพราะเกรงว่าคนรักจะเข้าใจว่าคุณคิดว่าเขาอาจมีโรคและกลัวว่าเขาจะหมดรักหรือเลิกรากันไป เพราะคุณเชื่อว่าการพูดคุยเรื่องนี้อาจทำให้ความรักของคุณสั่นคลอนลงได้ ยกตัวอย่างเช่น หลายคนอาจเลือกที่จะเลิกกันมากกว่าที่จะสวมถุงยางอนามัยซึ่งคนเหล่านี้ถือว่าไม่ได้เคารพหรือให้เกียรติคนรักหรือตัวเองเอาซะเลย ดังนั้นคุณจึงต้องคำนึงถึงข้อกังวลที่คุณมีก่อนเป็นอันดับแรกจะช่วยให้คุณเตรียมตัวเตรียมใจ และหากคุณรู้สึกเขินอายมากจริงๆ คุณอาจลองเขียนข้อกังวลของคุณลงในกระดาษและส่งให้คนรักของคุณอ่านเพื่อให้เขาทราบเกี่ยวกับความกังวลใจของคุณจะทำได้ง่ายกว่าการพูดตรงๆ กับเขา

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
รู้ตัวว่าเสี่ยงอย่ามัวกังวล ตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ให้รู้ผลกันไปเลย

ตรวจความเสี่ยงโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น HIV ไวรัสตับอักเสบบี ซิฟิลิส เริ่มต้นที่ 518 บาท

Istock 500358904

วางแผนก่อนว่าจะพูดคุยหัวข้ออะไรบ้าง การวางแผนก่อนล่วงหน้าจะช่วยให้การพูดคุยนั้นง่ายขึ้น คุณอาจลองร่างคำสนทนาออกมาเป็นข้อๆ ในเรื่องที่คุณต้องการพูดคุยกับคนรัก และเมื่อคุยอยู่คุณสามารถหยิบโน๊ตดังกล่าวมาดูได้หากคุณลืมประเด็นใดประเด็นหนึ่งไป หรือคุณอาจลองหาสถานที่ตรวจร่างกายหรือตรวจเลือดไว้ล่วงหน้าด้วยเพื่อที่คุณจะสามารถแนะนำคนรักให้ไปตรวจพร้อมกันกับคุณได้

การพูดคุยเข้าเรื่อง

เลือกเวลาที่เหมาะสมในการพูดคุย หาที่เงียบสงบที่คุณสามารถพูดคุยกับเขาได้โดยไม่ถูกขัดจังหวะ อย่ารอไปจนกว่าคุณมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งการพูดคุยเรื่องนี้จะง่ายขึ้นหากคุณทั้งสองไม่ได้นอนอยู่บนเตียงด้วยกัน นอกจากนี้ การพูดคุยในขณะที่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดอารณ์เสียอยู่นั้นไม่ควรทำอย่างยิ่งเพราะจะทำให้ทั้งคู่อาจเลิกกันได้ในที่สุด

การพูดเกริ่นนำซึ่งต้องมีคนใดคนหนึ่งเริ่มก่อน! เริ่มต้นการพูดคุยจากความรู้สึกที่คุณมีอยู่จริงๆ โดยอาจเริ่มจากการพูดว่า “จริงๆ เราเคยคุยกันมาก่อนแล้วเรื่องที่เราจะมีเซ็กส์กันและฉันคิดว่าฉันพร้อมแล้ว อีกอย่างฉันอยากรู้สึกสบายใจและสนุกร่วมกับคุณ แต่ฉันจะไม่สามารถมีได้จนกว่าฉันจะแน่ใจว่าเราทั้งคู่มีวิธีป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์หรือมีการตรวจร่างกายหรือตรวจเลือดก่อน”

อย่าลืมที่จะสังเกตปฏิกิริยาตอบสนองของคนรัก หลังจากที่คุณเริ่มเกริ่นนำไปแล้ว สังเกตดูปฏิกิริยาของเขาด้วยว่าเขาตอบรับอย่างไรบ้าง หากไม่มีคำพูดใดๆ คุณสามารถถามเขาตรงๆ ว่าเขามีความคิดเห็นอย่างไร และหากคนรักของคุณไม่ต้องการใช้ถุงยางอนามัย คุณอาจต้องบอกเขาไปตามตรงด้วยเหตุผลที่คุณมีว่าคุณจะไม่สามารถมีได้หากเขาไม่ใช้ถุงยาง และหากทั้งคู่ตกลงใช้ถุงยางอนามัยคุณทั้งสองสามารถเริ่มพูดคุยในหัวข้อถัดไป คือเรื่องของการตรวจร่างกายหรือตรวจเลือด

บอกเขาว่าคุณต้องการไปตรวจร่างกายร่วมกับเขา โดยเสนอข้อมูลที่คุณมีอยู่เกี่ยวกับแพ็กเกจหรือสถานที่ตรวจ

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
รู้ตัวว่าเสี่ยงอย่ามัวกังวล ตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ให้รู้ผลกันไปเลย

ตรวจความเสี่ยงโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น HIV ไวรัสตับอักเสบบี ซิฟิลิส เริ่มต้นที่ 518 บาท

Istock 500358904

รับฟังมุมมองของคนรัก การเป็นผู้ฟังที่ดีแสดงให้เห็นว่าคุณเคารพเขาและเป็นการรักษาบรรยากาศของการสนทนา การฟังยังทำให้คุณรู้ในสิ่งที่คนรักของคุณกำลังคิดหรือต้องการ โดยคุณจะรู้สึกได้ว่าเขาคลายความกังวลลงหากต้องไปตรวจร่างกาย แต่อาจมีความกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายเข้ามาแทนที่

พูดคุยอย่างสงบและอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง การพูดคุยบนพื้นฐานของข้อเท็จจริงจะช่วยเลี่ยงข้อถกเถียงที่อาจมีขึ้นจากความคิดเห็น ความรู้สึกส่วนตัว และคำกล่าวอ้างลอยๆ

เป็นเรื่องปกติที่คุณจะรู้สึกประหม่าอยู่บ้างที่จะพูดคุยเรื่องโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ แม้คุณจะรู้สึกเขินหรือไม่กล้าที่จะพูดในช่วงแรก แต่อาการนี้จะผ่านไปได้ด้วยดีหากคุณพูดคุยและรับฟังเกี่ยวกับเรื่องนี้มากขึ้น และหากคุณอยากรู้สึกสบายใจมากขึ้นคุณอาจนัดพบแพทย์เพื่อขอคำแนะนำและข้อมูลก่อนการพูดคุยกับคนรัก วิธีการนี้ไม่เพียงจะช่วยให้คุณได้มีโอกาสฝึกซ้อมการพูดคุยแล้วยังเป็นโอกาสที่คุณจะได้รับข้อมูล คำแนะนำ ข้อเสนอแนะจากแพทย์เกี่ยวกับแนวทางการพูดคุย รวมไปถึงคำแนะนำเกี่ยวกับการตรวจร่างกายหรือการตรวจเลือดด้วย

การพูดคุยเรื่องโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อาจทำให้คุณรู้สึกเขอะเขินที่จะพูดในตอนแรก แต่มันอาจดีกว่าหากคุณมีเซ็กส์และติดโรคหรือแพร่กระจายโรคเหตุเพราะคุณไม่กล้าที่จะพูดคุยเรื่องนี้กับคนรัก นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสอันดีที่คุณจะได้รู้จักคนรักและกระชับความสัมพันธ์ระหว่างคุณสองคนมากขึ้น เช่น คุณจะเห็นว่าเขาอยากจะคุยเรื่องนี้กับคุณหรือไม่ เขาเคารพและให้เกียรติในสิ่งที่คุณต้องการรึเปล่า เขาช่วยทำให้การพูดคุยที่มีเป็นไปได้อย่างราบรื่นโดยการับฟัง เขามีปฏิกิริยาทางบวกหรือเข้าใจในสิ่งที่พูด หรือเขาอาจทำให้การพูดคุยนั้นยากขึ้นไปอีกโดยการนิ่งเงียบ ไม่พูดหรือตอบสนองใดๆ มีปฏิกิริยาต่อต้าน หรือคิดว่าสิ่งที่คุณพูดเป็นเรื่องตลก เป็นต้น ดังนั้น การพูดคุยเรื่องนี้กับคนที่ใช่จะทำให้ความสัมพันธ์ของคุณทั้งสองยิ่งแน่นแฟ้นขึ้น

ที่มาของข้อมูล http://kidshealth.org/en/teens...


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป