Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
ทั่วไป

การให้ยาสุนัขจะไม่ยากอีกต่อไป หากรู้วิธี

ทำความเข้าใจกับยาของสุนัข และวิธีการให้ยาสุนัขแบบต่างๆ ที่จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 12 เม.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 754,828 คน

การให้ยาสุนัขจะไม่ยากอีกต่อไป หากรู้วิธี

เมื่อสุนัขมีอาการเจ็บป่วย ปัญหาใหญ่ที่เจ้าของมักจะเจอ ก็คือการให้ยาสุนัข เนื่องจากบางคนไม่เคยให้ยาสุนัขมาก่อน และสุนัขก็ไม่ให้ความร่วมมือในการกินยา จึงทำให้อาการเจ็บป่วยรุนแรงมากขึ้น ถ้าหากคุณกำลังประสบปัญหานี้อยู่ คุณอาจลองใช้วิธีการให้ยาสุนัขตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ ดังนี้

ทำความเข้าใจวิธีการใช้ยาก่อน

ยาของสัตว์ไม่ต่างจากยาของคน คุณจึงต้องสอบถามรายละเอียดของยาจากสัตว์แพทย์ให้ดี เช่น

โฆษณาจาก HonestDocs
เชื้อ HPV สาเหตุหลักของการเกิดมะเร็งปากมดลูก

ฉีดวัคซีน ป้องกันไว้ก่อนเลยวันนี้ เริ่มต้นเพียง 3,185 เท่านั้น

Hpv35 internal ad
  • ช่องทางการให้ยา : การให้ยาทางปาก การให้ยาทางหู การให้ยาทางตา หรือการฉีดยา
  • ความถี่ของการให้ยา : เช่น ทุก 12 ชั่วโมง หรือทุกวัน
  • ระยะเวลาในการกินยา : เช่น 7 วันติดต่อกัน หรือจนกว่าอาการจะดีขึ้น
  • ผลข้างเคียงจากการให้ยา : ซึม มึนงง ไม่ร่าเริง กินอาหารไม่ได้

เมื่อทราบรายละเอียดของยาจากสัตว์แพทย์แล้ว คุณจะสามารถวางแผนให้ยากับสุนัขเพื่อบรรเทาอาการต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น แม้การป้อนยาให้สุนัขทางปากจะไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งถ้าเจอสุนัขที่มีนิสัยเลือกกิน หรือฉลาดที่จะกินอาหารทีละน้อยเพื่อดูว่ามียาซ่อนอยู่หรือไม่ ก็อาจจะทำให้การป้อนยาไม่ประสบความสำเร็จ และอาจทำให้สุนัขไม่ไว้วางใจคุณอีก คุณจึงอาจต้องใช้วิธีเหล่านี้สลับกันไปเพื่อไม่ให้สุนัขรู้ว่าถูกป้อนยา

  • ป้อนยาทางปาก : วิธีนี้คือวิธีที่สัตวแพทย์หรือบุคลากรในโรงพยาบาลใช้ ซึ่งคุณสามารถหัดป้อนยาสุนัขด้วยตัวเองได้ ด้วยขั้นตอนดังนี้
    • ยืนหรือคุกเข่าด้านข้างสุนัข โดยถือยาระหว่างนิ้วโป้งและนิ้วชี้ที่มือขวาหากคุณอยู่ด้านขวาของสุนัข หากคุณอยู่ด้านซ้ายมือ ให้คุณเปลี่ยนไปใช้มือซ้ายแทน
    • ใช้มือซ้ายจับที่ด้านบนของจมูกสุนัข และใช้นิ้วโป้งและนิ้วกลางบีบระหว่างฟันบนและฟันล่าง นิ้วโป้งของคุณควรอยู่ที่ปากด้านหนึ่งของสุนัข ในขณะที่นิ้วกลางอยู่อีกด้าน
    • พยายามให้นิ้วอยู่ด้านหลังฟันเขี้ยว หากคุณทำถูกต้อง ด้านข้างของริมฝีปากบนจะม้วนเข้าขณะที่นิ้วของคุณอยู่ในปากของสุนัข
    • เมื่อนิ้วของคุณอยู่ภายใน ให้คุณค่อยๆ เอนศีรษะของสุนัขไปด้านหลังเพื่อกระตุ้นให้เขาเปิดปาก
    • เมื่อสุนัขเปิดปากแล้ว ให้คุณใช้นิ้วชี้ด้านขวาและนิ้วโป้งวางยาใกล้กับฐานของลิ้น จากนั้นให้ชักมือออกอย่างรวดเร็วเพื่อให้สุนัขกลืนยา
    • ถูคอของสุนัขเบาๆ และให้สุนัขกินน้ำเล็กน้อยเพื่อให้กลืนยาได้สะดวก
  • ใช้ยาน้ำ : บางครั้งสัตวแพทย์อาจจ่ายยาให้สุนัขเป็นยาน้ำ ถึงแม้ว่าจะกินง่ายกว่าแบบเม็ด แต่ก็ต้องใช้เวลา และความสามารถในการป้อนเช่นกัน โดยวิธีดังนี้
    • ใช้หลอดหยดหรือไซริงค์ดูดยา และใช้มือขวาถืออุปกรณ์หากคุณอยู่ด้านขวาของสุนัข
    • ยืนหรือคุกเข่าที่ด้านขวาของสุนัขหากคุณใช้มือขวา จากนั้นให้คุณวางมือซ้ายที่ด้านหลังหัวของสุนัขเพื่อให้อยู่นิ่ง คุณสามารถลูบที่ด้านหลังหัวของสุนัขเบาๆ เพื่อเบนความสนใจของสุนัข
    • ใช้มือขวาใส่ปลายของหลอดหยดหรือไซลิงค์เข้าไปด้านในปากของสุนัข โดยให้คุณพยายามใส่อุปกรณ์ดังกล่าวใกล้กับด้านหลังปากของสุนัข หรือใกล้ฟันกรามและไกลจากฟันเขี้ยวหรือใกล้กับด้านหน้าของปาก
    • เมื่อปลายอุปกรณ์เข้าไปข้างใน ให้คุณฉีดยาเข้าไปในปากและปล่อยศีรษะของสุนัข
    • ลูบคอของสุนัขเบาๆ เพื่อให้สุนัขกลืนยา
  • ทำให้เป็นการแข่งขัน : หากคุณมีสัตว์เลี้ยงมากกว่า 1 ตัวที่บ้าน ให้พาพวกเขามาอยู่รวมกัน และให้ขนมแก่สุนัขทั้งหมด ซึ่งสุนัขส่วนมากจะรีบกินอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันสังเกตว่ามียาซ่อนอยู่ เมื่อมีสุนัขตัวอื่นๆ อยู่ในสายตา
  • แกล้งทำอาหารตก : เมื่อคุณเตรียมอาหาร สุนัขส่วนมากจะวิ่งมาดูเพื่อที่จะได้หาจังหวะกินอาหารที่คุณบังเอิญทำหล่นตรงพื้น ดังนั้นในขณะที่คุณเตรียมอาหารหรือให้อาหารสุนัข ให้คุณโยนขนมที่มียาลงบนพื้นให้ดูเหมือนกับไม่ได้ตั้งใจ สุนัขบางตัวจะรีบกินจนไม่รู้ว่ามียาซ่อนอยู่ภายในอาหาร
  • หลอกสัตว์เลี้ยง : ให้คุณหยิบขนมมา 3-4 ชิ้น โดยมีทั้งขนมแบบปกติและขนมที่คุณซ่อนยาไว้ข้างใน จากนั้นให้คุณหยิบอันที่ไม่มียาให้สุนัขก่อน แล้วค่อยให้ขนมที่มียาทีหลัง เพื่อให้กินยาเข้าไปโดยไม่รู้ตัว
  • เบี่ยงความสนใจ : ให้ขนมที่สอดไส้ยา ในขณะที่สุนัขถูกเบี่ยงความสนใจ เช่น ตอนเดินเล่นหรือตอนอยู่ในรถ
  • ใช้ยาที่ถูกผลิตมาเพื่อสัตว์เลี้ยงแบบเฉพาะเจาะจง : มียาบางรูปแบบที่ถูกผลิตออกมาเพื่อใช้กับสัตว์เลี้ยงแบบเฉพาะเจาะจง เช่น ยาชนิดใช้ทาผิวและดูดซึมผ่านทางผิว หรือยาที่ถูกแต่งกลิ่นและรสเพื่อให้สุนัขรับประทานได้ง่ายขึ้น
  • ฉีดยา : มียาหลายชนิดที่ถูกผลิตออกมาให้อยู่ในรูปแบบยาฉีด เช่น ยาคอนวีเนีย ซึ่งเป็นยาปฏิชีวนะแบบฉีดที่ค่อยๆ ออกฤทธิ์ในตัวสัตว์เลี้ยงช้าๆ เป็นเวลา 2 สัปดาห์หลังจากที่มีการฉีดยา คุณสามารถปรึกษาสัตวแพทย์ได้ว่า สัตว์เลี้ยงของคุณสามารถฉีดยาได้หรือไม่ ในกรณีที่ไม่สามารถป้อนยาได้เลย

ข้อควรระวังในการให้ยาสุนัข

  • ยาเม็ดบางชนิดมีรสชาติขมมาก การบดแล้วนำยาไปใส่ในแคปซูลจะช่วยให้รสชาติและกลิ่นหายไป คุณสามารถซ่อนแคปซูลในอาหาร และสัตว์เลี้ยงของคุณอาจไม่ทันรู้ว่ามียาซ่อนอยู่ข้างใน อย่างไรก็ตาม ข้อเสียของการใช้วิธีนี้คือ สุนัขของคุณต้องกินยาให้หมดภายในครั้งเดียวโดยไม่ให้แคปซูลแตก
  • หากเกิดความผิดปกติขึ้นกับสุนัข ภายหลังกินยาเข้าไป ควรปรึกษาสัตวแพทย์ทันที

ที่มาของข้อมูล

Dr. Alison Birken, Vet-Approved Pet Care Tricks to Give Your Dog Medicine (https://petcentral.chewy.com/vet-approved-pet-care-tricks-make-dog-take-medication/), 26 May 2017

Vetstreet, How to Give Your Dog Medication (http://www.vetstreet.com/dogs/how-to-give-your-dog-medication), 23 January 2013

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามสัตวแพทย์

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งคำถาม