Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HD
Doctor men
รีวิวโดย
ทีมแพทย์ HD
มะเร็งและโรคร้าย

ซิฟิลิส...ภัยไม่เงียบจากการมีเพศสัมพันธ์

ซิฟิลิส โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่อาจแฝงอยู่ในร่างกายได้อย่างไม่แสดงอาการรุนแรง กว่าจะรู้ตัวก็อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ: 23 เม.ย. 2019 อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 11 ก.พ. 2020 รีวิวเมื่อวันที่ 2 พ.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
ซิฟิลิส...ภัยไม่เงียบจากการมีเพศสัมพันธ์

ซิฟิลิส (Syphilis) เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เข้าสู่ร่างกายผ่านทางเยื่อเมือก เช่น ช่องคลอด ท่อปัสสาวะ ทวารหนัก ช่องปาก เยื่อบุตา รอยถลอก หรือบาดแผลเล็กน้อยที่ผิวหนัง และสามารถถ่ายทอดจากมารดาที่ติดเชื้อสู่ทารกน้อยในครรภ์ได้ โดยซิฟิลิสนั้น เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อว่า Treponema Pallidum หลังได้รับเชื้อแล้วจะแพร่กระจายเข้าสู่กระแสเลือด และลามไปสู่อวัยวะต่างๆ ในร่างกาย หากไม่ได้รับการรักษาทันเวลา อาจทำให้เกิดความบกพร่องทางร่ายกาย พิการ วิกลจริต หรือเสียชีวิต

อย่างไรก็ตาม โรคนี้ไม่สามารถติดต่อกันได้ผ่านการสัมผัสมือหรือเสื้อผ้า การนั่งโถส้วม การสัมผัสสิ่งของที่ผู้รับเชื้อสัมผัส การใช้ช้อนส้อม หรือการใช้สระว่ายน้ำร่วมกัน

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
รู้ตัวว่าเสี่ยงอย่ามัวกังวล ตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ให้รู้ผลกันไปเลย

ตรวจความเสี่ยงโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น HIV ไวรัสตับอักเสบบี ซิฟิลิส เริ่มต้นที่ 518 บาท

Istock 500358904

อาการของซิฟิลิส

สำหรับผู้ป่วยที่ติดเชื้อและเป็นโรคซิฟิลิส จะมีการแสดงอาการออกมาเป็น 4 ระยะ ดังนี้

  • ระยะแรก หรือระยะฟักตัว ประมาณ 21 วัน ในระยะแรกที่ติดเชื้อซิฟิลิส ผู้ได้รับเชื้อบางรายอาจไม่มีอาการแสดงให้เห็นเลยในช่วงแรก แต่หลังได้รับเชื้อประมาณ 2 สัปดาห์ไปจนถึง 3 เดือน ก็จะปรากฎอาการในระยะแรกให้เห็น ได้แก่ เกิดแผลเดี่ยวริมแข็ง หรือเป็นตุ่มแดงและแตกเป็นแผลบริเวณที่รับเชื้อ ขอบแผลแข็งนูน แต่ไม่เจ็บ โดยมักพบบริเวณอวัยวะเพศชาย อัณฑะ ทวารหนัก ช่องคลอด ริมฝีปาก และแผลเป็นมักจะหายไปเองในระยะเวลา 1-5 สัปดาห์ อาจพบต่อมน้ำเหลืองโตชนิดกดไม่เจ็บได้
  • ระยะที่สอง เชื้อกระจายเข้าสู่กระแสเลือดและอวัยวะต่างๆ ในระยะ 2-10 สัปดาห์หลังอาการซิฟิลิสระยะแรก หรือ 3-4 เดือนหลังได้รับเชื้อ ระยะที่สองนี้ เชื้อจะแพร่กระจายผ่านกระแสเลือดไปยังอวัยวะต่างๆ และอาจส่งผลกระทบต่อผิวหนัง กระดู ระบบประสาทส่วนกลาง หัวใจ และหลอดเลือดได้ โดยอาการที่มักจะแสดงออกมา ได้แก่ มีผื่นขึ้นตามผิวหนัง ฝ่ามือ ฝ่าเท้า ปวดข้อ ต่อมน้ำเหลืองโต อ่อนเพลีย มีไข้ ปวดศีรษะ เจ็บคอ คลื่นไส้อาเจียน เป็นตุ่มบริเวณอวัยวะเพศ ข้อพับ ขาหนีบ ผมร่วงเป็นหย่อมๆ บางรายอาจจะมีอาการขนคิ้วร่วงร่วมด้วย หากไปตรวจเลือดในระยะนี้ จะพบว่าผลเลือดเป็นบวก
  • ระยะแฝง ในระยะแฝง ผู้ป่วยซึ่งมีผลเลือดเป็นบวกจากการติดเชื้ออาจไม่มีอาการของโรคแสดงออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน ระยะนี้จะกินเวลา 2-30 ปี และหากผู้ที่ได้รับเชื้อเป็นสตรีที่กำลังตั้งครรภ์เชื้อจะสามารถติดต่อไปยังทารกน้อยในครรภ์ได้ บางรายอาจทำให้เกิดอาการแท้ง ทารกเสียชีวิตในครรภ์ หรือพิการได้
  • ระยะที่สาม หรือระยะสุดท้าย ระยะนี้เป็นระยะที่เชื้อเข้าไปทำลายอวัยวะต่างๆ ทั้ง หัวใจ สมอง หลอดเลือด ดวงตา หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อวัยวะเหล่านั้นอาจถูกทำลายจนไม่สามารถกลับมาเป็นปกติได้อีก บางรายอาจถึงขั้นวิกลจริต หูหนวก ตาบอด หรือเสียชีวิตได้

การรักษาซิฟิลิส

โรคซิฟิลิสสามารถรักษาได้โดยการใช้ยาปฏิชีวนะ เช่น ยากลุ่มเพนิซิลลิน โดยการฉีดยาเพนนิซิลินสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ซึ่งระยะเวลาการรักษาขึ้นกับระยะของโรค ในรายที่แพ้ยาเพนิซิลลิน แพทย์จะให้รับประทานยาปฏิชีวนะบางกลุ่มแทน

วิธีป้องกันโรคซิฟิลิส มีอะไรบ้าง

  • ไม่เปลี่ยนคู่นอนบ่อย
  • เข้ารับการตรวจคัดกรองโรคทางเพศสัมพันธ์เสมอ โดยให้คู่ของคุณเข้ารับการตรวจด้วย เพราะหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นพาหะนำโรค ก็จะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้
  • ป้องกันทุกครั้งเมื่อมีมีเพศสัมพันธ์
  • หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่เป็นโรคซิฟิลิส หรือผู้ที่เสี่ยงต่อการเป็นโรค
  • ทำความสะอาดบริเวณอวัยวะเพศและร่างกายอยู่เสมอ
  • หากสงสัยว่าตนอาจติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที ไม่ควรซื้อยากินเอง


4 การอ้างอิง
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
"Syphilis". CDC. 4 June 2015. Archived from the original on 21 February 2016. Retrieved 3 February 2016.
"Syphilis - CDC Fact Sheet (Detailed)". CDC. 2 November 2015. Archived from the original on 6 February 2016. Retrieved 3 February 2016.
พเยาว์ เอนกลาภ, โรคซิฟิลิส (http://www.si.mahidol.ac.th/sidoctor/e-pl/articledetail.asp?id=883), 14 มิถุนายน 2554.

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
รายชื่อโรคติดต่อ
รายชื่อโรคติดต่อ

ค้นหารายชื่อโรคติดต่อได้ง่ายๆ ในลิ้งค์เดียว ไม่ต้องนั่งหาทีละโรค พร้อมคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคติดต่อ รวมมาตอบไว้แล้วที่นี่

โรคเอดส์ การติดต่อ และการป้องกันที่ทุกคนควรรู้
โรคเอดส์ การติดต่อ และการป้องกันที่ทุกคนควรรู้

ตอบชัดเจน คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคเอดส์ เชื้อ HIV ติดได้อย่างไร ทำแบบไหนติดบ้าง และจะป้องกันอย่างไร?

ดูในแอป