Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
การดูแล

สังเกตให้ดี….8 อาการที่บอกว่าสุนัขปวดข้อ

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 12 พ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,939,684 คน

สังเกตให้ดี….8 อาการที่บอกว่าสุนัขปวดข้อ

สุนัขก็สามารถปวดข้อต่อได้เช่นเดียวกับมนุษย์ ซึ่งมีงานวิจัยหนึ่งพบว่า 20% ของสุนัขที่อยู่ในวัยกลางคน และ 90% ของสุนัขแก่ (มีอายุมากกว่า 8 ปี) จะประสบอาการปวดข้อหรือโรคข้อเสื่อม อย่างไรก็ตาม มันเป็นเรื่องจำเป็นที่เจ้าของทุกคนควรรู้สัญญาณของอาการปวดข้อในสุนัข ซึ่งมักสังเกตได้ยากจนกว่าอาการจะลุกลาม สำหรับสัญญาณที่พอบอกได้ว่าสุนัขของคุณกำลังปวดข้อมีดังนี้

1.เดินโซเซ เคลื่อนไหวน้อย หรือข้อแข็ง

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ปวดตึงกล้ามเนื้อหลัง ชาตามมือตามแขน เจ็บบริเวณข้อมือ อย่าปล่อยทิ้งไว้เด็ดขาด

ทำกายภาพบำบัด รักษา Office Syndrome เริ่มต้นที่ 940 บาท ถึง 19 พ.ย. นี้ เท่านั้น

Physicalinternal ad

การเดินโซเซถือเป็นท่าเดินที่ผิดปกติของสัตว์ และมันอาจบอกได้ว่าสุนัขกำลังปวดตัว ทั้งนี้ในระยะแรกของโรค สุนัขจะอ่อนแอ และเขาจะใช้เวลาพักหลังจากเดินเป็นเวลานาน หรือข้อแข็งหลังจากลุกขึ้นจากพื้น ในกรณีที่โรคมีความรุนแรง สุนัขก็จะแสดงอาการเหล่านี้ออกมามากขึ้น และอาการจะยังคงอยู่นานขึ้นเช่นกัน

2.ไม่เต็มใจออกกำลังกาย ลุกขึ้น หรือเคลื่อนไหวร่างกาย

ถ้าเจ้าตูบของคุณหลีกเลี่ยงที่จะทำกิจกรรมที่เขาเคยเพลิดเพลิน หรือหากเขาหยุดกระโดดขึ้นเฟอร์นิเจอร์อย่างที่เคยทำ มันก็อาจเป็นสัญญาณที่บอกว่าเขากำลังปวดข้อ นอกจากนี้สุนัขอาจใช้เวลานอนราบกับพื้นนานขึ้น หรือไม่ยอมเดินขึ้นลงบันได แม้จะดูเหมือนว่าสุนัขไม่ได้แสดงอาการใดๆ ออกมา แต่มันก็มีแนวโน้มที่จะเป็นสัญญาณของโรคที่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวตามธรรมชาติ

3.ไม่ให้สัมผัส

อาการปวดในระยะลุกลาม หรือ Advanced Stages มักเกิดขึ้นเมื่อมีการสัมผัสกับบริเวณที่มีปัญหา ในระยะแรก มันจะเกิดขึ้นหลังจากตื่นนอน หรือหลังจากที่นั่งอยู่ในท่าเดิมเป็นเวลานาน สุนัขอาจไม่ให้คุณจับบริเวณที่มีปัญหา และอาจกัด และเลียบริเวณที่เขารู้สึกเจ็บ เพื่อให้อาการบรรเทาลง

4.ข้อบวมหรือเจ็บ

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ปวดตึงกล้ามเนื้อหลัง ชาตามมือตามแขน เจ็บบริเวณข้อมือ อย่าปล่อยทิ้งไว้เด็ดขาด

ทำกายภาพบำบัด รักษา Office Syndrome เริ่มต้นที่ 940 บาท ถึง 19 พ.ย. นี้ เท่านั้น

Physicalinternal ad

กระบวนการอักเสบในข้อต่อจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อที่มีความนุ่มรอบๆ ข้อต่อ ซึ่งมันจะทำให้ข้อต่อของสุนัขแข็งขึ้น พร้อมกับทำให้การเคลื่อนไหวลดลง ทั้งนี้คุณอาจสังเกตว่าบริเวณของข้อต่อที่มีปัญหาจะมีขนาดใหญ่กว่าบริเวณอื่นๆ รวมถึงงอหรือกางขาได้ยากกว่าเดิม และจะมีของเหลวก่อตัวขึ้นในช่องของข้อต่อ ทำให้สุนัขมีอาการปวดขา และหากสัมผัสที่ผิว คุณจะรู้สึกเหมือนมีน้ำอยู่ใต้ผิวของเขาค่ะ

5.มีเสียงในข้อต่อ

การมีเสียงหรือการสั่นสะเทือนในร่างกาย ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อพื้นผิวที่ผิดปกติหรือเนื้อเยื่อแผลเป็น เกิดการเสียดสีจนทำให้เกิดเสียง ในบางครั้งอาการที่ว่านี้ไม่ได้มีความสำคัญต่อการวินิจฉัย และมันเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องรู้ว่าระดับของการมีเสียงไม่ได้มีความสัมพันธ์กับระดับการเป็นโรคของสุนัข แต่มันก็ยังเป็นหนึ่งในสัญญาณของอาการปวดข้อที่เป็นไปได้ที่คุณสามารถใช้ในการวิเคราะห์อาการของสุนัข

6.มีท่าทางผิดปกติขณะที่เคลื่อนไหว

ในขณะที่สุนัขเดิน การมีท่าทางที่เปลี่ยนไปถือเป็นหนึ่งในสัญญาณที่บอกว่ามีบางสิ่งกำลังผิดปกติ การเปลี่ยนการเคลื่อนไหวหรือท่าเดิน ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าสุนัขกำลังปวดข้อ สำหรับวิธีที่มีประสิทธิผลมากที่สุดที่ใช้สังเกตท่าเดินที่ผิดปกติในสุนัขคือ เมื่อเขาวิ่ง  ขาหลังทั้งสองข้างจะเคลื่อนไหวเกือบพร้อมกัน ราวกับไม่เต็มใจที่จะทำให้ขาหลังแตะพื้น แต่ทั้งนี้ให้คุณจำไว้ว่า การเคลื่อนไหวในลักษณะนี้ถือเป็นเรื่องปกติสำหรับลูกสุนัข เพราะมันเป็นหนึ่งในกระบวนการเรียนรู้ของเขาค่ะ

7.กล้ามเนื้อลีบ

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ปวดตึงกล้ามเนื้อหลัง ชาตามมือตามแขน เจ็บบริเวณข้อมือ อย่าปล่อยทิ้งไว้เด็ดขาด

ทำกายภาพบำบัด รักษา Office Syndrome เริ่มต้นที่ 940 บาท ถึง 19 พ.ย. นี้ เท่านั้น

Physicalinternal ad

กล้ามเนื้อลีบคือ ภาวะที่มีการลดลงของมวลกล้ามเนื้อ ซึ่งคุณจะสังเกตได้ว่าร่างกายบางส่วนของสุนัขมีขนาดเล็กลงหรืออ่อนแอ สำหรับสาเหตุสำคัญที่ทำให้สุนัขมีอาการดังกล่าวก็คือ การไม่ได้ทำกิจกรรมทางกายภาพหรือเคลื่อนไหว ซึ่งถือเป็นหนึ่งในอาการปวดข้อของสุนัข เพราะเขาหลีกเลี่ยงที่จะใช้งานอวัยวะส่วนที่ปวด ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นลีบได้ในที่สุด ซึ่งมันจะเกิดขึ้นหลังจากที่สุนัขไม่เคลื่อนไหวประมาณ 4 สัปดาห์ และคุณจะสังเกตว่าขนาดและรูปทรงของกล้ามเนื้อลดลง

8.มีพฤติกรรมเปลี่ยนไป

ในท้ายที่สุดแล้ว ถ้าสุนัขทำตัวผิดปกติไปจากเดิม มันก็อาจเป็นอีกหนึ่งสัญญาณของการปวดข้อต่อในสุนัข แต่สาเหตุที่เป็นไปได้น้อยอื่นๆ ก็ยังจำเป็นต้องถูกตัดออกไป อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของสุนัขสามารถแตกต่างกันโดยขึ้นอยู่กับสุนัขแต่ละตัว สายพันธุ์ และนิสัย ตัวอย่างนิสัยที่เปลี่ยนไป เช่น มีอาการซึมเศร้า ก้าวร้าว เบื่ออาหาร น้ำหนักขึ้น ผงะเมื่อสัมผัสถูกบริเวณที่ปวด ฯลฯ

ด้วยความที่สุนัขแก่มักจะมีโรคมารุมเร้าเมื่ออายุมากขึ้น คุณจึงต้องคอยสังเกตพฤติกรรม และการเปลี่ยนแปลงของร่างกายเป็นประจำ เพราะหากคุณปล่อยปะละเลย มันก็อาจทำให้โรคลุกลาม และยากต่อการรักษา เมื่อพบความผิดปกติใดๆ คุณก็ควรรีบพาเขาไปพบสัตวแพทย์ค่ะ

ที่มา : https://topdogtips.com/joint-p...

 


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามสัตวแพทย์

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป