การอยู่นิ่งกับที่ ในผู้สูงอายุ

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ม.ค. 20, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที

ภาวะการอยู่นิ่งกับที่หรือขยับร่างกายได้น้อย ส่วนหนึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงไปตามวัฏสงสาร โดยในช่วงระยะเจ็บป่วยทุพพลภาพก่อนวาระสุดท้ายของชีวิต ถ้าไม่นับผู้ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุหรือเสียชีวิตอย่างกะทันหัน ผู้ป่วยทุกคนจะอยู่ในภาวะนี้ แต่บางคนอาจอยู่ในภาวะนี้เป็นระยะเวลานาน ทำให้เกิดปัญหาแทรกซ้อนต่างๆ ตามมา การอยู่นิ่งกับที่เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ โดยอาจเกิดได้จากสาเหตุทางกาย สาเหตุทางจิตใจ และปัจจัยของสิ่งแวดล้อม

สาเหตุทางกาย

โรคในระบบต่างๆ ที่อาจทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ดีจนต้องอยู่นิ่งกับที่ ที่พบบ่อยได้แก่

  • โรคระบบกล้ามเนื้อและข้อต่อกระดูก เช่น กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือปวดข้อโดยเฉพาะจากข้อเข่าเสื่อม ถือเป็นความผิดปกติที่พบบ่อย
  • โรคระบบประสาทที่พบบ่อย ได้แก่ โรคอัมพฤกษ์จากหลอดเลือดสมองตีบหรือแตก ทำให้แขนขาไม่มีแรงหรือเดินเซ ภาวะสมองเสื่อมทำให้ความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวันลดลง โรคพาร์คินสันที่ทำให้ร่างกายมีอาการแข็งเกร็ง ก้าวขาไม่ออก สั่น  เคลื่อนไหวช้า และเดินไม่คล่อง ผู้ป่วยจึงไม่ลุกเดิน หรือโรคของไขสันหลังที่ทำให้ขาไม่มีแรงเดิน
  • โรคระบบไหลเวียนเลือดและหัวใจ เช่น หัวใจวายทำให้เหนื่อยง่าย ความดันตกเวลาลุกขึ้นยืนจึงมีอาการหน้ามืด โรคหลอดเลือดหัวใจทำให้เจ็บแน่นหน้าอกเวลาเดิน หลอดเลือดแดงที่ขาตีบทำให้ปวดขาเวลาเดิน
  • โรคระบบทางเดินหายใจ เช่นถุงลมโป่งพอง ทำให้มีอาการหอบเหนื่อยเวลาเดินออกกำลัง
  • โรคตา ทำให้มองเห็นไม่ชัด ผู้ป่วยจึงไม่กล้าเดิน
  • โรคอื่นๆ เช่น ซีดหรือเลือดจางทำให้เหนื่อยเพลียเวลาเดินออกกำลัง การขาดสารอาหารทำให้ไม่มีแรงเดิน การนอนอยู่บนเตียง ไม่ได้เดินเป็นเวลานานๆ ทำให้กล้ามเนื้อไม่มีแรง ลุกขึ้นแล้วหน้ามืดเดินไม่ไหว ภาวะนี้พบได้บ่อยในผู้สูงอายุที่เจ็บป่วยด้วยโรคที่ทำให้เดินไม่ไหว เมื่อต้องลุกเดินหลังหายจากโรคดังกล่าวแล้ว ก็ยังไม่สามารถเดินได้ทันที
  • ยาบางชนิดมีผลข้างเคียงทำให้ผู้ป่วยอยู่นิ่งกับที่ เดินได้ไม่ดี ไม่ว่าจะผ่านกลไกใดของร่างกายก็ตาม เช่น ยานอนหลับอาจทำให้ง่วงซึม ไม่ตื่นและยาบางชนิดที่มีผลให้ความดันต่ำลงเวลาลุกยืน

สาเหตุทางจิตใจ

ผู้ที่มีภาวะซึมเศร้าอาจรู้สึกหดหู่ ซึมเศร้า ไม่อยากทำกิจกรรมใดๆ ทำให้ไม่อยากลุกเดิน ผู้สูงอายุบางคนที่เคยหกล้มมาก่อน อาจกลัวการหกล้มอีก จึงไม่กล้าลุกเดิน

ปัจจัยของสิ่งแวดล้อม

บางครั้งผู้ดูแลผู้สูงอายุ รวมทั้งบุคลากรทางการแพทย์อาจมีส่วนทำให้ผู้ป่วยไม่ได้ลุกเดิน เช่น ถ้าผู้ป่วยเคยหกล้มหรือเดินเซๆ ผู้ดูแลอาจเกรงว่าผู้ป่วยจะหกล้มอีก จึงไม่ให้ผู้ป่วยลุกเดิน หรือการที่ผู้ป่วยต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล ขอบกั้นเตียง สายน้ำเกลือ สายสวนปัสสาวะ สายให้อาหารทางจมูก อาจทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถลุกเดินได้สะดวก

นอกจากนี้การที่ผู้สูงอายุไม่มีอุปกรณ์ช่วยเดินที่เหมาะสม อาจทำให้ผู้ป่วยเดินได้ไม่มั่นคง ผู้ป่วยจึงไม่ยอมเดิน สภาพแวดล้อมภายในบ้านที่ไม่สะดวกต่อการเดินไปมาก็อาจเป็นสาเหตุหนึ่ง เช่น พื้นมีขั้นหรือต้องขึ้นลงบันได

ปัญหาแทรกซ้อน

การที่ร่างกายไม่ได้เคลื่อนไหวจนถึงกับอยู่ติดเตียง อาจส่งผลกระทบต่อระบบต่างๆ ของร่างกายดังนี้

  • ระบบผิวหนัง เกิดแผลกดทับในบริเวณที่น้ำหนักกดลงไปมาก เช่น ก้นกบ ตาตุ่ม ส้นเท้า ในบางรายที่มีกระดูกหลังโก่งมาก อาจเกิดแผลกดทับในบริเวณดังกล่าวได้
  • ระบบข้อต่อ กระดูก และกล้ามเนื้อ ถ้าผู้ป่วยไม่ได้เคลื่อนไหวร่างกายนานๆ อาจทำให้กล้ามเนื้อฝ่อลีบหรือข้อยึด นอกจากนี้ การที่ไม่ได้มีการลงน้ำหนักตัวบนกระดูก ยังอาจทำให้เกิดกระดูกพรุนได้
  • ระบบการไหลเวียนเลือด ผู้ป่วยที่นอนราบอยู่นานๆ เมื่อต้องลุกขึ้นอาจมีความดันโลหิตลดลงช่วงที่เพิ่งลุกเปลี่ยนท่าได้ ทำให้มีอาการมึนงง เวียนศีรษะ หน้ามืด ทรงตัวไม่ดี และอาจเกิดการหกล้มได้ นอกจากนี้การที่ไม่ได้มีการเคลื่อนไหวของแขนขา ยังอาจทำให้เลือดไหลเวียนไม่ดี เกิดลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ โดยสังเกตได้จากการที่ผู้ป่วยจะมีขาบวมข้างหนึ่ง ลิ่มเลือดอุดตันนี้อาจหลุดไปอุดหลอดเลือดที่ปอด ซึ่งเป็นภาวะที่มีอันตรายมาก เพราะจะทำให้เกิดอาการหอบเหนื่อยอย่างทันทีทันใด หรืออาจช็อกได้
  • ระบบทางเดินหายใจ การนอนอยู่กับที่ทำให้การถ่ายเทอากาศในปอดไม่ดีเหมือนเดิม มีโอกาสเกิดปอดแฟบได้ในบางส่วน โดยเฉพาะในผู้ที่มีเสมหะมาก เสมหะอาจอุดตันหลอดเลือดในปอดได้
  • ระบบทางเดินอาหาร ผู้ที่ต้องนอนอยู่กับที่นานๆ อาจเบื่ออาหารได้เนื่องจากการเคลื่อนไหวของลำไส้ลดลง อาจมีอาการท้องผูกหรือบางรายถึงกับมีอุจระอุดในบริเวณทวารหนัก
  • ระบบทางเดินปัสสาวะ การที่ไม่เคลื่อนไหวอาจทำให้เกิดการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ ปัสสาวะคั่งค้างถ่ายออกได้ไม่หมด และมีการตกตะกอนของสารต่างๆ ในปัสสาวะ เกิดเป็นนิ่วขึ้นได้ นอกจากนี้ผู้ที่ไม่ได้เคลื่อนไหวยังอาจปัสสาวะเล็ดราดกลั้นไม่อยู่ได้
  • ระบบเมแทบอลิก ผู้ป่วยอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงของส่วนประกอบต่างๆ ในร่างกายได้ เช่น ปริมาตรของสารพลาสมาในเลือดลดลง สมดุลไนโตรเจนลดลง ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้น ร่างกายจัดการกับยาที่ได้รับไม่เหมือนเดิม
  • จิตใจและอารมณ์ การเคลื่อนไหวไม่ได้ทำให้ผู้ป่วยมีอารมณ์ซึมเศร้า โดยจะเฉื่อย เฉย ไม่สนใจในสิ่งที่เคยสนใจอยู่เดิม รู้สึกเศร้าหมองหรือท้อแท้ สิ่งแวดล้อมที่ผู้ป่วยรับรู้ได้จะลดลงคือ การมองเห็นหรือได้ยินจะเป็นเฉพาะบริเวณในห้องที่ผู้ป่วยอยู่เท่านั้น รวมถึงผู้ป่วยอาจมีอาการสับสนได้ง่าย

ขอบคุณข้อมูลดีๆจากหนังสือ "รู้จริงและเข้าใจ สุขภาพผู้สูงวัยและภาวะสมองเสื่อม" โดยรองศาสตราจารย์ นายแพทย์วีรศักดิ์ เมืองไพศาล ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ ระบบประสาท และภาวะสมองเสื่อม ปรับปรุงและเพิ่มเติมเนื้อหาจากหนังสือ "สุขภาพดีสมใจ ในวัยสูงอายุ" จากสำนักพิมพ์ซีเอ็ด

 

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่