อาการซึม สับสนเฉียบพลัน ในผู้สูงอายุ

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ม.ค. 20, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที

อาการซึม  สับสนเฉียบพลันเป็นอย่างไร

ผู้ป่วยที่มีอาการซึม  สับสนเฉียบพลัน  จะมีอาการพูดคุยคนละเรื่องไม่เป็นเรื่องราว  ซึม  สับสน  จับต้นชนปลายไม่ถูก  หลงวัน  เวลาและสถานที่  มีอาการเห็นภาพหลอนที่คนอื่นไม่เห็น  เช่นเห็นญาติผู้ใหญ่ที่เสียชีวิตไปแล้ว  ผู้ป่วยจะมีสมาธิไม่ดี  อาการจะเกิดขึ้นค่อนข้างเร็วภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงหรือภายใน  1-2  วัน  บางคนอาการหนักถึงกับปีนเตียง  ไม่หลับไม่นอน  บางคนลุกมาจุดไฟจะเผาบ้านก็มี  แต่ในผู้สูงอายุบางคนกลับแสดงอาการนอนมากขึ้นซึม  พูดน้อยลง

อาการนี้มักพบในผู้สูงอายุมากกว่าวัยอื่น ๆ ยิ่งอายุมากขึ้นยิ่งมีความเสี่ยงสูง  เพราะเซลล์สมองเริ่มตายมากขึ้น  ทำให้ความสามารถของสมองลดลง  รองรับกับการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ของร่างกายได้ไม่ดีเท่าสมองของคนหนุ่มสาว  ผู้สูงอายุที่รับการรักษาตัวในโรงพยาบาลร้อยละ  10-20  เกิดอาการนี้ขณะนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลร้อยละ  และถ้าต้องได้รับการผ่าตัด  เช่น  ผ่าตัดข้อสะโพกหรือป่วยหนัก  โอกาสเกิดอาการนี้ยิ่งสูงขึ้น

สาเหตุ

อาการซึม  สับสนเฉียบพลันถือเป็นภาวะค่อนข้างเร่งด่วนที่ต้องไปพบแพทย์  เพราะเกิดจากความผิดปกติบางอย่างของร่างกายที่ซ่อนอยู่ไม่ใช่จากโรคของจิตใจ  สำหรับความผิดปกติทางกายที่สำคัญ  ซึ่งมักเป็นสาเหตุของอาการนี้ได้แก่

  • ยา  ที่กล่าวถึงยาเป็นสาเหตุแรกเพราะพบได้บ่อยมาก  ยิ่งถ้ากินยาหลายชนิดยิ่งมีโอกาสเกิดอาการซึม  สับสนเฉียบพลันสูง  ตัวอย่างยาที่เป็นสาเหตุ  เช่น  ยาลดน้ำมูก  ยาคลายกล้ามเนื้อ  ยาแก้ปวด  ยานอนหลับ  ยารักษาโรคซึมเศร้า  ยารักษาโรคพาร์คินสัน  เพราะฉะนั้นถ้าเพิ่งได้รับยาใดมาไม่นาน  หรือมีการปรับขนาดยาหรือวิธีการกินยา  ก่อนเกิดอาการซึม  สับสนเฉียบพลัน  ให้หยุดยาดังกล่าวแล้วไปปรึกษาแพทย์  โดยนำตัวอย่างยาทั้งหมดไปให้แพทย์ดูด้วย

อีกกรณีหนึ่ง  เกิดจากการหยุดยาบางตัวอย่างกะทันหัน  เช่น  กินยานอนหลับมานานแล้วหยุดทันที  หรือบางคนดื่มเหล้าจัดมานานแล้วหยุดดื่มทันที  ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็อาจทำให้เกิดอาการซึม  สับสนเฉียบพลันได้

  • โรคติดเชื้อ  ไม่จำเป็นต้องติดเชื้อในสมอง  การติดเชื้อทีอื่นก็เป็นสาเหตุของอาการซึม  สับสนได้  เช่น  ในทางเดินปัสสาวะหรือปอด  หรือเป็นหวัด  (แต่กรณีหลังนี้มักเกิดในผู้ป่วยที่มีปัญหาของสมองอยู่เดิม)  ผู้ป่วยจะมีไข้และมีอาการของอวัยวะที่ติดเชื้อ  เช่น  ติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะก็จะมีไข้  ไอ  เหนื่อยหอบ แต่ถ้าอายุมากแล้วอาจไม่มีไข้และอาการของอวัยวะที่ติดเชื้อไม่ชัดเจน

ความผิดปกติของระดับน้ำตาลและเกลือแร่ในร่างกาย  กรณีนี้มักเกิดในผู้ป่วยที่มีโรคบางโรคอยู่เดิม  เช่น  เป็นโรคเบาหวานแล้วได้รับยาเบาหวาน  แต่มีช่วงที่กินอาหารได้น้อย  จึงเกิดภาวะระดับน้ำตาลในเลือดต่ำเกินไป  หรือผู้ป่วยโรคไตมีระดับเกลือแร่ผิดปกติ

  • โรคอื่น ๆ เช่น  โรคหัวใจวาย  หัวใจสูบฉีดเลือดไม่ดีทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ  โรคถุงลมโป่งพองมีอาการหอบเหนื่อยมาก ๆ ร่างกายขาดออกซิเจน  สมองได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ  หรือโรคตับแข็ง  ตับไม่สามารถทำลายของเสียในร่างกาย  ทำให้มีของเสียคั่งในสมอง
  • หากผู้ป่วยมีภาวะสมองเสื่อมอยู่เดิม  จะยิ่งมีโอกาสเกิดอาการซึมสับสนเฉียบพลันได้ง่าย  บางครั้งแค่เปลี่ยนผู้ดูแลหรือย้ายมานอนในโรงพยาบาลก็มีอาการได้

การป้องกัน

  • พยายามให้ผู้ป่วยได้ทำกิจวัตรประจำวันด้วยตนเอง  เช่น  อาบน้ำ  แต่งตัว  ซึ่งถือเป็นการกระตุ้นร่างกายและสมอง  ทั้งยังทำให้ไม่สับสนเรื่องเวลาอีกด้วย    
  • พยายามพูดคุยกับผู้สูงอายุบ่อย ๆ ถามคำถามเกี่ยวกับความเป้นอยู่พูดคุยเกี่ยวกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ในครอบครัวและสังคม  พยายามให้ผู้ป่วยได้เคลื่อนไหว  ไม่นอนอยู่แต่บนเตียง  ผู้สูงอายุที่พอจะเดินได้  ญาติควรพยายามกระตุ้นให้ผู้ป่วยได้ลุกเดินไปไหนมาไหน
  • ในกรณีที่มีปัญหาเรื่องการมองเห็นและการได้ยิน  ควรให้ผู้ป่วยสวมแว่นตาและเครื่องช่วยฟัง  เพราะจะทำให้มองเห็นและได้ยินดีขึ้น  ทำให้สามารถรับรู้เหตุการณ์รอบตัวได้มากขึ้น
  • ถ้าผู้สูงอายุไม่ค่อยได้ไปไหนมาไหน  อยู่แต่ในบ้าน  ก็พยายามให้ได้สัมผัสแสงแดดบ้าง  ในช่วงเช้าและเย็น  ถ้านอนอยู่แต่บนเตียง  ลุกเดินไม่ได้ก็พยายามเปิดผ้าม่าน  หน้าต่างหรือเปิดไฟให้สว่างในเวลากลางวัน  และพยายามหรี่หรือปิดไฟในช่วงกลางคืน
  • ถ้าต้องนอนโรงพยาบาล  ในกรณีที่มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดอาการซึมสับสนเฉียบพลัน ควรให้ญาติหรือผู้ที่ดูแลผู้สูงอายุเป็นประจำได้อยู่เฝ้าและนำเครื่องใช้ประจำตัวของผู้ป่วยมาด้วย เช่น หมอนหรือผ้าห่ม เพราะผู้ป่วยจะคุ้นเคย
  • หานาฬิกาและปฏิทิน มาวางไว้ในตำแหน่งที่ผู้ป่วยสูงอายุสามารถมองเห็นได้ชัดเจน เปิดวิทยุหรือโทรทัศน์เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการกระตุ้นมากขึ้น
  • พยายามให้ผู้ป่วยสูงอายุได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ หลีกเลี่ยงเสียงและแสงที่รบกวนผู้ป่วยช่วงพักผ่อน เนื่องจากผู้ป่วยสูงอายุที่อดนอนมากๆ บางรายอาจเกิดอาการซึม สับสนได้
  • ทบทวนวัน เวลา และสถานที่ ให้ผู้ป่วยสูงอายุรับทราบเป็นครั้งคราว
  • หลีกเลี่ยงการใช้ยาเอง ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้งก่อนใช้ยาใดๆ
  • เมื่อมีอาการเจ็บไข้ไม่สบายใดๆ ควรไปรักษาตั้งแต่แรก
  • ในกรณีที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลหรือต้องเข้ารับการผ่าตัดควรได้รับการประเมินจากแพทย์ ถึงความเสี่ยงต่อการเกิดอาการซึม สับสนเฉียบพลันและการป้องกันไว้ด้วย
  • กรณีที่เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล แพทย์และพยาบาลควรอธิบายขั้นตอนการปฏิบัติตัว ขั้นตอนการตรวจและการรักษาให้ผู้ป่วยฟังเป็นระยะ จะช่วยให้ผู้ป่วยคลายวิตกกังวลที่อาจนำมาซึ่งอาการซึมสับสนได้
  • ในกรณีที่เกิดอาการซึม สับสนแล้ว ให้รีบหยุดยาที่ไม่แน่ใจและนำผู้ป่วยไปพบแพทย์ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดปกติบางอย่างที่เป็นอันตรายต้องรักษาอย่างเร่งด่วน  

ขอบคุณข้อมูลดีๆจากหนังสือ "รู้จริงและเข้าใจ สุขภาพผู้สูงวัยและภาวะสมองเสื่อม" โดยรองศาสตราจารย์ นายแพทย์วีรศักดิ์ เมืองไพศาล ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ ระบบประสาท และภาวะสมองเสื่อม ปรับปรุงและเพิ่มเติมเนื้อหาจากหนังสือ "สุขภาพดีสมใจ ในวัยสูงอายุ" จากสำนักพิมพ์ซีเอ็ด

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่