นอนไม่หลับ ในผู้สูงอายุ

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ม.ค. 20, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที

ผู้สูงอายุมักมีปัญหาเรื่องนอนไม่ค่อยหลับ ซึ่งอาจเกิดจากสาเหตุต่อไปนี้

  • ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ ทำให้หลับตื้นขึ้น หลับไม่สนิทเหมือนคนวัย หนุ่มสาว ทำให้บางครั้งคิดว่านอนไม่หลับทั้งๆ ที่หลับ แต่หลับตื้นๆ ตื่นง่าย นอกจากนี้ความต้องการของร่างกายที่ต้องการหลับยาวๆ อาจลดลง ให้สังเกตว่ามีอาการง่วงนอนในตอนกลางวันหรือไม่ ถ้าไม่มีก็แสดงว่าน่าจะหลับได้เพียงพอ
  • การเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติอีกอย่างหนึ่งที่พบได้ คือ ผู้สูงอายุมักง่วงและเข้านอนเร็วกว่าปกติ เช่น เข้านอนตอน 2 ทุ่ม และตื่นเร็วกว่าปกติ เช่นตื่นตอนตี 2 หรือ ตี 3 แล้วไม่หลับอีก
  • มีความเครียด คิดกังวลมาก หรือมีอาการซึมเศร้าเบื่อหน่ายก็อาจทำให้นอนไม่หลับได้เช่นกัน
  • ผู้สูงอายุอาจมีความเจ็บป่วยทางร่างกาย ทำให้ต้องตื่นขึ้นมาในตอนดึก แล้วหลับต่อได้ยาก เช่น ต่อมลูกหมากโตหรือเป็นโรคเบาหวาน ต้องตื่นมาปัสสาวะหลายครั้ง จึงทำให้นอนไม่หลับหรือบางคนมีอาการปวดข้อ ปวดกระดูก เป็นตะคริว ทำให้ต้องตื่นตอนดึก
  • ในบางครั้งอาการนอนไม่หลับนั้น อาจเกิดจากการกินยาบางชนิด เช่น ยาแก้คัดจมูก ยาขยายหลอดลม ยาพาร์คินสัน ยาขับปัสสาวะ ยาไทรอยด์ ยาแก้ชัก ยารักษาโรคซึมเศร้า ยาสเตียรอยด์ ยารักษาภาวะสมองเสื่อม
  • นอกจากนี้การนอนพักผ่อนมากเกินไปในตอนกลางวัน หรือการดื่มชาและกาแฟมาก ก็อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้นอนไม่หลับได้เช่นกัน

ก่อนกินยานอนหลับ ลองให้ผู้ป่วยปฏิบัติตัวตามคำแนะนำต่อไปนี้ หากไม่ได้ผลจึงค่อยปรึกษาแพทย์

  • อย่าเข้านอนเร็วเกินไป กำหนดเวลาเข้านอนและเวลาตื่นที่แน่นอน
  • มีช่วงเวลาผ่อนคลายร่างกายก่อนเข้านอนประมาณ 20-30 นาที เช่น ฟังเพลงเบาๆ นั่งสมาธิ
  • ออกกำลังกายอย่างเหมาะสมในระหว่างวัน และหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายอย่างหักโหมในช่วงเย็น
  • จัดสภาพแวดล้อมและอุณหภูมิของห้องให้พอเหมาะ ไม่ให้มีเสียงดังรบกวนและไม่มีแสงจ้าใน ช่วงที่นอน
  • ไม่ควรเข้านอนในขณะที่กำลังหิว โดยอาจดื่มนมอุ่นๆ อาหารที่มีทริปโทแฟนสูง เช่นกล้วย หรือกินของว่างก่อนนอนที่มีคาร์โบไฮเดรต จะช่วยให้ง่วงนอนได้ แต่ก็จะทำให้น้ำหนักขึ้นได้เช่นกัน
  • ก่อนนอนอย่ากินอาหารอิ่มเกินไป หลีกเลี่ยงการดื่มชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในมื้อเย็น
  • ก่อนนอนอย่าดื่มน้ำมาก เพราะจะทำให้ต้องตื่นมาปัสสาวะบ่อยขึ้น ควรจิบเพียงแก้กระหาย  หากมียาก่อนนอนอาจปรึกษาแพทย์เพื่อเลื่อนเวลากินยาเป็นเช้าหรือเย็นแทน หากไม่ได้กินยาและจิบน้ำเพียงเล็กน้อย
  • หลีกเลี่ยงการงีบหลับในเวลากลางวัน โดยเฉพาะหลัง 15.00 น.
  • ออกไปรับแสงแดดในระหว่างวันและช่วงเย็น หลีกเลี่ยงการอยู่ในห้องมืดๆ ระหว่างวัน
  • เข้านอนเมื่อมีอาการง่วง หากยังไม่ง่วงก็ควรอยู่บนเตียง และควรหากิจกรรมอื่นที่ทำให้ง่วงหลับได้
  • ควรใช้เตียงสำหรับการนอนหลับเท่านั้น ไม่ควรทำกิจกรรมอื่นบนเตียง เช่น นอนอ่านหนังสือหรือดูโทรทัศน์ หากนอนไม่หลับ ให้ลุกมาทำกิจกรรมที่ผ่อนคลาย เช่น อ่านหนังสือสวดมนต์ และเข้านอนเมื่อง่วง
  • อาจเปิดเพลงเบาๆ หรือนวดเพื่อผ่อนคลายก่อนนอน
  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ ซึ่งอาจกระตุ้นให้ตื่น

ขอบคุณข้อมูลดีๆจากหนังสือ "รู้จริงและเข้าใจ สุขภาพผู้สูงวัยและภาวะสมองเสื่อม" โดยรองศาสตราจารย์ นายแพทย์วีรศักดิ์ เมืองไพศาล ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ ระบบประสาท และภาวะสมองเสื่อม ปรับปรุงและเพิ่มเติมเนื้อหาจากหนังสือ "สุขภาพดีสมใจ ในวัยสูงอายุ" จากสำนักพิมพ์ซีเอ็ด

 

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่