Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
มะเร็งและโรคร้าย

อุจจาระปนเลือด สัญญาณเตือนสุขภาพลำไส้และทวารหนัก

หลังทำธุระเสร็จ ก้มมองดูกันสักนิด เพื่อชีวิตและสุขภาพที่ดีไม่มีโรค
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 18 ก.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,559,696 คน

อุจจาระปนเลือด สัญญาณเตือนสุขภาพลำไส้และทวารหนัก

รีวิวโดยทีมแพทย์และเภสัชกร HonestDocs วันที่ 14/05/2562

อุจจาระไม่ใช่สิ่งที่น่ารังเกียจแต่เป็นสิ่งที่ทุกคนควรให้ความสนใจ เนื่องจากลักษณะและสีของอุจจาระสามารถบ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากอุจจาระของคุณมีเลือดปนออกมาด้วย ยิ่งแก้ไขเร็ว ความผิดปกตินั้นยิ่งมีโอกาสคลี่คลายลง  หรือหายเป็นปกติได้ ดีกว่านิ่งเฉยคิดว่า เดี๋ยวมันก็หายไป เพราะบางครั้งความผิดปกตินั้นอาจรุนแรงมากกว่าที่คุณคิด 

โฆษณาจาก HonestDocs
เเพ็กเกจตรวจหัวใจ ❤️ ลด 30 - 50% ถึงวันที่ 24 ก.ย. นี้เท่านั้น 🔥

เหนื่อยง่าย เจ็บหน้าอก หอบ ลองมาเช็คสมรรถภาพหัวใจกันดีกว่า ❤ เริ่มต้นที่ 1450 บาท

Internal ad heartcheck

อุจจาระปนเลือดคืออะไร  

อาการที่มีเลือดออกจากทวารหนักเมื่อมีการขับถ่ายอุจจาระ  อาจมีอาการปวดท้อง หรือเจ็บที่บริเวณรูทวารรวมอยู่ด้วย  อาการดังกล่าวพบมากพอสมควรในประเทศไทย สิ่งที่ทุกคนควรจำไว้ก็คือ การถ่ายเป็นเลือดไม่ใช่สิ่งที่ควรมองข้ามเลยแม้แต่น้อยเพราะมันเป็นสัญญาณเตือนว่า ลำไส้และทวารหนักของเรากำลังเผชิญหน้ากับโรคแทรกซ้อน หรือความผิดปกติของอวัยวะภายในร่างกาย

สาเหตุและการรักษา

การที่มีเลือดออกมาพร้อมกับการถ่ายอุจจาระนั้นเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เลือดจะเป็นตัวบ่งบอกถึงสาเหตุของความผิดปกติได้เป็นอย่างดี โดยลักษณะของเลือดืั้ปนออกมากับอุจจาระนี้สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 จำพวก ดังนี้

1. ถ่ายปนเลือดสีแดงสด

เลือดสีแดงสดที่ถูกขับออกมาพร้อมอุจจาระมักจะมีความเกี่ยวข้องกับลำไส้ใหญ่และทวารหนัก

  • เลือดออกในลำไส้ใหญ่ ส่วนใหญ่แล้วหากมีเลือดออกในลำไส้ใหญ่ เลือดมักจะมีทั้งสีแดงสดจากเลือดใหม่และมีสีแดงคล้ำ  หรือลิ่มเลือดปนอยู่ด้วยจากเลือดที่ตกค้างอยู่ภายใน หากมีเลือดออกเป็นจำนวนมาก ผู้ป่วยมักจะมีอาการปวดท้องรวมอยู่ด้วย   แนะนำให้เก็บเลือดบางส่วนไปให้แพทย์ตรวจสอบหาสาเหตุของการที่มีเลือดออกในลำไส้ใหญ่ เพื่อรับการรักษาให้ตรงจุด
  • ท้องผูก เ ลือดสีแดงสดอาจมาจากอาการท้องผูก ก้อนอุจจาระมีขนาดใหญ่และแข็ง เมื่ออุจาระจึงทำให้รูทวารได้รับการบาดเจ็บได้ หากนี่เป็นสาเหตุ บริเวณรูทวารของผู้ป่วยมักมีอาการแสบ   วิธีการรักษาคือ ดื่มน้ำให้มาก และรับประทานอาหารที่มีกากใยสูง เช่น ผักและผลไม้ชนิดต่างๆ โดยเฉพาะฟักทอง มะละกอ และมะขาม
  • โรคริดสีดวงทวารหนัก โรคนี้มีสาเหตุโดยตรงมาจากอาการท้องผูก อาการที่เกี่ยวข้องคือ การมีเลือดสีแดงสดไหลออกมาเป็นจำนวนมากเวลาอุจจาระ โดยอาจไหลออกมาเป็นหยดๆ หรือเป็นสายเลือดเลยก็ได้ อีกทั้งยังมีอาการเจ็บและแสบมากที่บริเวณทวาร     วิธีรักษา คือให้ดื่มน้ำและรับประทานอาหารที่มีกากใยสูง เมื่อเลือดไหลเป็นจำนวนมากและไม่หยุดทันทีหลังจากการขับถ่าย ผู้ป่วยควรประคบเย็นที่บริเวณทวารจนกว่าเลือดจะหยุด ในกรณีที่รู้สึกปวดบริเวณรูทวารมากๆ ให้ใช้ยาเหน็บในการรักษาวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น หากไม่หายดีควรไปพบแพทย์

2. ถ่ายปนเลือดสีแดงคล้ำ

การถ่ายอุจจาระปนเลือดสีแดงคล้ำ หรือสีดำ บ่งบอกถึงความผิดปกติเกี่ยวกับทั้งกระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก และลำไส้ใหญ่ ซึ่งอาจเกิดจากหนึ่งในสาเหตุหลักดังนี้

  • เลือดออกในกระเพาะอาหารหรือลำไส้เล็ก สาเหตุที่เลือดออกด้านในกระเพาะอาหาร หรือลำไส้เล็กนั้นอาจเกิดจากการรับประทานอาการที่มีรสเผ็ดจัด การเป็นฝีในกระเพาะอาหาร รับประทานยาบางชนิด เช่น ยากลุ่ม NSAID หรือ ยาต้านการแข็งตัวของเลือด หรือสาเหตุอื่นๆ ที่ต้องได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์    ผู้ป่วยควรงดน้ำและอาหาร จากนั้นให้เก็บอุจจาระบางส่วนใส่ภาชนะปิดมิดชิด และนำไปให้แพทย์ตรวจสอบ หากลักษณะของอุจจาระนั้นค่อนข้างเหลว มีสีคล้ำ และผู้ป่วยมีอาการอาเจียนรวมอยู่ด้วยก่อน หรือหลังการขับถ่าย ควรรีบพบแพทย์ให้เร็วที่สุด
  • เลือดออกในลำไส้ใหญ่  เลือดมักจะมีทั้งสีแดงคล้ำ  หรือลิ่มเลือดปนอยู่ด้วยจากเลือดที่ตกค้างอยู่ภายใน หากมีเลือดออกเป็นจำนวนมาก ผู้ป่วยมักจะมีอาการปวดท้องรวมอยู่ด้วย 
  • โรคริดสีดวงทวารหนัก   มีเลือดสีแดงคล้ำไหลออกมาเป็นจำนวนมากเวลาอุจจาระ โดยอาจไหลออกมาเป็นหยดๆ หรือเป็นสายเลือดเลยก็ได้
  • สาเหตุอื่นๆ ที่ไม่เป็นอันตราย เช่น การรับประทานยาบำรุงเลือด การรับประทานเลือดสัตว์ หรือการกลืนเลือดกำเดา  หรือเลือดที่ออกในช่องปาก   แนะนำให้หยุดพฤติกรรมเหล่านี้สักระยะเวลาหนึ่งแล้วสังเกตดูว่า ยังมีอาการถ่ายปนเลือดอยู่หรือไม่ หากยังคงมีเลือดออกแสดงว่ามีสาเหตุมาจากอย่างอื่น ซึ่งควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง 

3. ถ่ายปนลิ่มเลือด

ลิ่มเลือด หรือมูกเลือด ที่ถูกขับออกมาพร้อมกับอุจจาระมักเกิดจากการที่มีเลือดออกมาเป็นระยะเวลาพอสมควร และมักมีสาเหตุมาจากปัญหาสุขภาพดังนี้

  • โรคมะเร็งลำไส้   แผลจากการเป็นมะเร็งทำให้มีเลือดออกในลำไส้เป็นเวลานานกว่า 2 สัปดาห์  และมีลักษณะเป็นลิ่มเลือดสีเข้ม พบมากในผู้ใหญ่วัยกลางคนและผู้สูงอายุ    คำแนะนำคือ ให้เก็บอุจจาระบางส่วนพร้อมเลือดไปให้แพทย์ตรวจสอบ ในกรณีนี้อาจมีการตรวจภายในรวมอยู่ด้วย
  • การติดเชื้อในลำไส้ใหญ่    โรคที่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อนี้คือ โรคบิด ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากการได้รับเชื้อจากแบคทีเรีย  หรือพยาธิ ผู้ป่วยมักมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง ถ่ายเหลวปนลิ่มเลือดสีเข้ม มีไข้ และรู้สึกอ่อนเพลีย หากการติดเชื้อนี้เกิดจากแบคทีเรีย อุจจาระจะไม่มีกลิ่นเหม็นนัก แต่หากเกิดจากพยาธิ กลิ่นของอุจจาระจะเหม็นมากคล้ายกลิ่นเหม็นเน่า    วิธีการรักษาโดยเบื้องต้นผู้ป่วยสามารถรับประทานยาปฏิชีวนะเพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรคได้ แต่หากยังไม่หายดีภายใน 5-7 วัน ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยหาสาเหตุและรับการรักษาอย่างถูกต้อง

อุจจาระครั้งต่อไปควรก้มลงดูสักนิด อย่าเพิ่งรีบร้อนทำความสะอาด เพราะไม่แน่ว่า ร่างกายอาจต้องการส่งสัญญาณบางอย่างบอกคุณผ่านทางอุจจาระก็เป็นได้ 

โฆษณาจาก HonestDocs
เเพ็กเกจตรวจหัวใจ ❤️ ลด 30 - 50% ถึงวันที่ 24 ก.ย. นี้เท่านั้น 🔥

เหนื่อยง่าย เจ็บหน้าอก หอบ ลองมาเช็คสมรรถภาพหัวใจกันดีกว่า ❤ เริ่มต้นที่ 1450 บาท

Internal ad heartcheck

ที่มาของข้อมูล

พันธุ์ภัทร์ จักรพันธุ์, ภาวะเลือดออกในทางเดินอาหาร (http://www.med.cmu.ac.th/dept/surgery/2017/images/documents/year4/GI/GIbleed.pdf)

สิริกาญจน์  ยามาดะ, ภาวะเลือดออกในทางเดินอาหาร (http://www.med.cmu.ac.th/dept/surgery/gastro/upload/education_document/Gastrointestinal%20Hemorrhage%20lecture%20note.doc)

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
ชนิดของมะเร็งลำไส้
ชนิดของมะเร็งลำไส้

มะเร็งลำไส้ชนิดต่าง ๆ

ระยะของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรงมีอะไรบ้าง
ระยะของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรงมีอะไรบ้าง

มะเร็งลำไส้ใหญ่มี 5 ระยะซึ่งแต่ละระยะจะมีการรักษาแตกต่างกันออกไป

ฉันควรรับประทานอาหารอย่างไรหลังจากการผ่าตัดทำทวารเทียมหรือการผ่าตัดเอาลำไส้ใหญ่ออก
ฉันควรรับประทานอาหารอย่างไรหลังจากการผ่าตัดทำทวารเทียมหรือการผ่าตัดเอาลำไส้ใหญ่ออก

การเปลี่ยนแปลงอาหารเล็กๆ น้อยๆ หลังการผ่าตัดทำทวารเทียมจะช่วยให้ร่างกายของคุณปรับตัวได้

ดูในแอป