เทคโนโลยีด้านสุขภาพ

Stemcell คืออะไร? ทำความรู้จักและเข้าใจอย่างลึกซึ้ง

เซลล์ที่สามารถแบ่งตัวเองได้อย่างไม่จำกัด เพื่อที่จะเข้าไปแทนที่เซลล์ต่างๆ ในร่างกายที่เสื่อมสภาพลง
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
Stemcell คืออะไร? ทำความรู้จักและเข้าใจอย่างลึกซึ้ง

Stemcell เชื่อว่าหลายคนอาจจะเคยได้ยินบ่อยๆ แต่มีเพียงไม่กี่คนที่ทราบว่า Stemcell คืออะไรและมีความสำคัญอย่างไร ดังนั้นเราจะมาทำความเข้าใจและรู้จักกับสเต็มเซลล์ให้มากขึ้น ซึ่งก็ได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสเต็มเซลล์มาบอกต่อกันดังนี้

Stemcell คืออะไร?

สเต็มเซลล์หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งตามความเข้าใจก็คือเซลล์ต้นกำเนิดนั่นเอง โดยเซลล์ชนิดนี้จะมีอยู่แทบทุกส่วนในร่างกายของคนเราสามารถแบ่งตัวเองได้อย่างไม่จำกัด เพื่อที่จะเข้าไปแทนที่เซลล์ต่างๆในร่างกายที่เสื่อมสภาพลง ทำให้ร่างกายมีการฟื้นฟูและเจริญเติบโตได้ดียิ่งขึ้นซึ่งก็สามารถพบได้ทุกช่วงเวลาของการเจริญเติบโตในสิ่งมีชีวิตเลยทีเดียว

Stemcall มีกี่ประเภท?

สเต็มเซลล์ สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ โดยแต่ละประเภทก็จะมีต้นกำเนิดและคุณสมบัติที่แตกต่างกันไป ได้แก่

1.เซลล์ต้นกำเนิดที่แยกได้จากตัวอ่อน

Stemcell ประเภทนี้จะสามารถเปลี่ยนแปลงไปเป็นเซลล์ต่างๆ ได้เกือบทุกชนิดในร่างกาย จึงสามารถเข้าไปทดแทนเซลล์ที่เสื่อมสภาพได้ทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็นสมอง ผิวหนัง กล้ามเนื้อ หัวใจหรือเซลล์เม็ดเลือด เป็นต้น นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมร่างกายของคนเรามักจะฟื้นตัวได้เร็วอยู่เสมอ แถมทางการแพทย์ก็มีการนำสเต็มเซลล์มาใช้เพื่อรักษาโรคบางชนิดอีกด้วย

 

2.เซลล์ต้นกำเนิดที่แยกได้จากสิ่งมีชีวิตโตเต็มวัย

เป็นเซลล์ต้นกำเนิดที่สามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองไปเป็นเซลล์เนื้อเยื่อนั้นๆ ได้เท่านั้น ไม่สามารถเปลี่ยนไปเป็นเซลล์อื่นๆ ในร่างกายได้ ซึ่งก็มีคุณสมบัติที่ด้อยกว่าสเต็มเซลล์แบบแรกพอสมควร ตัวอย่างสเต็มเซลล์ประเภทนี้ เช่น สเต็มเซลล์ของเลือด ก็จะเปลี่ยนเป็นเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาวและเกล็ดเลือด หรือสเต็มเซลล์ของผิวหนัง ก็จะเปลี่ยนเป็นเซลล์ผิวนั่นเอง

Stemcell ถูกนำมาใช้ในการรักษาโรคชนิดใดบ้าง?

สำหรับการนำสเต็มเซลล์มาใช้ในการรักษาโรคทางการแพทย์ได้อนุญาตให้นำมาใช้รักษาโรคที่เกิดจากความผิดปกติของระบบเลือดเท่านั้น ส่วนโรคอื่นๆ ยังไม่มีผลการวิจัยที่แน่นอน

ซึ่งก็กำลังอยู่ในขั้นตอนการทดลองและศึกษาวิจัยทางคลินิกแต่คาดว่าในอนาคตจะสามารถนำสเต็มเซลล์มารักษาโรคอื่นๆ ได้มากขึ้น

โดยโรคที่นิยมนำสเต็มเซลล์มารักษาในปัจจุบันได้แก่

  •  โรคลูคีเมีย
  •  โรคทาลัสซีเมีย
  •  โรคจากภูมิคุ้มกันบกพร่องแต่กำเนิด
  •  มะเร็งบางชนิด เช่น มะเร็งต้านม มะเร็งไต เป็นต้น
  •  ภาวะเม็ดเลือดแดงแตก
  •  โรคเอสแอลอี
  •  โรคไขกระดูกฝ่อที่เกิดภายหลัง
  •  ฯลฯ

จำเป็นต้องเก็บสเต็มเซลล์ของตนเองไว้ไหม?

หลายคนมีความคิดว่าควรเก็บสเต็มเซลล์ของตนเองโดยการแช่แข็งเอาไว้เพื่อใช้สำหรับรักษาตัวเองในอนาคต แต่ความจริงแล้วเราไม่จำเป็นต้องเก็บ Stemcell ของตนเองไว้เสมอไป เพราะแพทย์สามารถเก็บเซลล์ในร่างกายของผู้ป่วยได้ทุกช่วงเวลาและนำมาใช้ได้ทันทีนั่นเอง นอกจากนี้โดยส่วนมากแล้วในการรักษาจะไม่นิยมใช้สเต็มเซลล์ของตัวผู้ป่วยเองแต่จะใช้สเต็มเซลล์ที่ได้จากผู้บริจาครายอื่นที่มีความสมบูรณ์แบบมากกว่า นั่นก็เพราะสเต็มเซลล์ที่ได้จากผู้ป่วยอาจมีความผิดปกติทางพันธุกรรมในระบบเลือดแฝงอยู่ทำให้ผลการรักษาไม่เป็นไปดั่งที่ต้องการและอาจทำให้อาการแย่ลงกว่าเดิมได้ สเต็มเซลล์จากสายสะดือทารกจำเป็นหรือไม่? ในอดีต สเต็มเซลล์ที่ได้จากสะดือทารกมีความจำเป็นมากเพราะเป็นสเต็มเซลล์ต้นกำเนิดที่แยกได้จากตัวอ่อน จึงมีคุณสมบัติในการแปลงเป็นเซลล์ต่างๆ ในร่างกายเพื่อเข้าไปแทนที่เซลล์ที่เสื่อมสภาพได้เป็นอย่างดี แต่เนื่องจากในปัจจุบันสามารถสร้างเซลล์ตัวอ่อนเฉพาะบุคคลในช่วงวัยใดก็ได้และมีคุณสมบัติที่ไม่แตกต่างกัน จึงไม่จำเป็นต้องเก็บ Stemcell จากสะดือของทารกต่อไป โดยกระบวนการดังกล่าวเรียกว่า IPS cell นั่นเอง

ข้อดีและข้อเสียของ Stemcell

แม้ว่าจะเป็นเซลล์ต้นกำเนิดที่สามารถฟื้นฟูร่างกายและซ่อมแซมในส่วนที่สึกหรอได้ดี แต่การนำสเต็มเซลล์มาใช้ประโยชน์ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียเช่นกัน ได้แก่

ข้อดี

1.การรักษาโรคด้วยสเต็มเซลล์จะให้ผลลัพธ์ในระยะยาวซึ่งส่วนใหญ่ผู้ที่รักษาจนหายขาดแล้วจะไม่กลับมาเป็นโรคเดิมอีก

2.สเต็มเซลล์สามารถแปลงตัวเองและเข้าไปแทนที่เซลล์ต่างๆในร่างกายได้อย่างดีเยี่ยม โดยไม่ต้องใช้สารกระตุ้นใดๆ ทั้งสิ้น

3.สเต็มเซลล์ที่ได้รับการพัฒนาแล้วจะสามารถนำมาใช้เพื่อชะลอความแก่ได้

4. ช่วยเพิ่มโอกาสในการมีบุตรสำหรับผู้ที่มีบุตรยากหรือมีปัญหาสุขภาพที่เป็นอุปสรรคต่อการมีบุตร

 

ข้อเสีย

1.มีราคาค่อนข้างแพง การจะรักษาด้วยสเต็มเซลล์จึงต้องมีงบประมาณสูงมาก

2.ต้องใช้บุคลากรทางการแพทย์ที่มีความชำนาญด้านการรักษาด้วยสเต็มเซลล์โดยเฉพาะ เพราะมีความเสี่ยงต่อการผิดพลาดสูงมาก

 

สรุปได้ว่า Stemcell ก็คือเซลล์ต้นกำเนิดชนิดหนึ่งที่อยู่ในร่างกายของคนเราสามารถนำมารักษาโรคต่างๆ เกี่ยวกับระบบเลือดได้และยังมีข้อดีอีกมากมายอีกด้วย แต่ในปัจจุบันนี้การนำสเต็มเซลล์มาใช้ประโยชน์ยังไม่เต็มที่มากนักเนื่องจากยังอยู่ในขั้นตอนการวิจัยค้นคว้า ซึ่งคาดว่าในอนาคตคงจะสามารถนำสเต็มเซลล์มารักษาโรคอื่นๆ ได้มากขึ้น

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่