Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS

มะเร็งผิวหนังชนิด Squamous Cell Carcinoma ในแมว

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,090,539 คน

ผิวหนังประกอบด้วยหลายชั้น ชั้นนอกสุดจะสร้างมากจากเซลล์ที่เรียกว่า squamous epithelium ซึ่งชั้นนี้จะครอบคลุมพื้นผิวส่วนมากของร่างกาย โดยที่ squamous cell carcinoma เป็นชนิดของมะเร็งที่มีจุดกำเนิดมาจาก squamous epithelium ซึ่งจะพบเป็นคราบขาวหรือตุ่มนูนขึ้นมาจากผิวหนัง โดยมากแล้วก้อนเนื้อที่มีการนูนขึ้นมาจะมีเนื้อตายหรือแผลหลุมที่ตรงกลางและบางครั้งอาจพบว่ามีเลือดออก

มะเร็ง carcinoma ถือว่าเป็นมะเร็งที่มีความรุนแรง ดังนั้นควรที่จะได้รับการวินิจฉัยและการรักษาโดยเร็ว มะเร็งชนิดนี้มีการโตค่อนข้างรวดเร็วแมวบางตัวอาจพบแผลบาดเจ็บบนผิวหนังได้ถึง 30 แผล ซึ่งเราจะเรียกว่า Bowen’s disease  นอกจากนี้ยังสามารถแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นๆได้ ถ้าหากว่าแผลหลุมถูกวินิจฉัยได้ก่อนที่จะเป็นมะเร็งร้ายจะสามารถรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพในบางตัว

Squamous cell carcinomas มักพบในแมวที่อาศัยอยู่ในละติจูดที่สูงและใช้เวลาส่วนมากในแสงแดด แมวขนขาวหรือแมวที่มีสีอ่อนมักจะมีความเสี่ยงในการเกิดมากกว่าแมวอื่นๆ มักพบในแมวอายุมากมากกว่า 

อาการ

  • แผลหลุม
    • เป็นสะเก็ดหรือมีเลือดออกบนผิวหนังที่ไม่สามารถรักษาหายได้ด้วยยาปฏิชีวนะหรือครีมยาทา
    • แผลที่ไม่หายภายใน1 เดือน
    • แผลอยู่ที่บริเวณที่ขนมีสีขาวหรือสีอ่อน
  • Bowen’s Disease
    • ผิวหนังมีเปลี่ยนสีและมีแผลหลุมบริเวณตรงกลาง
    • ขนร่วงง่าย
    • ขนแห้งและเป็นสะเก็ดบริเวณบาดแผล
    • พบบาดแผลสูงถึง 30 แผลที่บริเวณหัว คอ และไหล่
  • ก้อนเนื้อและเนื้องอก
    • มีสีขาว
    • พบในบริเวณที่มีขนสีขาวหรือสีผิวอ่อน
  • บริเวณที่พบมากที่สุด ได้แก่ ด้านหน้าจมูก เปลือกตา ริมฝีปาก และปลายหู

สาเหตุ

สัมผัสแสงแดดและรังสีUVเป็นระยะเวลานาน

การวินิจฉัย 

คุณเจ้าของควรที่จะบอกเล่าถึงประวัติสุขภาพของแมวแก่สัตวแพทย์ตั้งแต่เริ่มแสดงอาการจนถึงสิ่งที่สามารถเหนี่ยวนำให้เกิดอาการได้ เช่น แมวมีการต่อสู่มาก่อนซึ่งทำให้ผิวหนังได้รับบาดเจ็บ หรือโดนเห็บกัดซึ่งทำให้เกิดเป็นแผลเปิดจากการเกา ภายหลังจากการซักถามจนครบถ้วนแล้วสัตวแพทย์จะทำการตรวจร่างกายแมวโดยจะสนใจบริเวณผิวหนังแมวที่ไม่ดีขึ้นเป็นระยะเวลานาน สัตวแพทย์จะทำการคลำต่อมน้ำเหลืองเพื่อดูความบวม โดยต่อมน้ำเหลืองจะเป็นตัวบอกว่าร่างกายมีการต่อสู่กับเชื้อโรคอยู่หรือไม่ และจะมีการเก็บตัวอย่างน้ำเหลืองไปตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการณ์ด้วย ถ้าหากพบว่ามีเซลล์มะเร็งอยู่ที่ต่อมน้ำเหลืองจะสามารถบ่งบอกได้ว่ามีการแพร่กระจายทั่วร่างกาย โดยสัตวแพทย์จะต้องทำการตรวจพื้นฐานเพื่อประเมินการทำงานของอวัยวะต่างๆ เช่น การตรวจค่าเลือดทางเคมี การนับเม็ดเลือด เป็นต้น

เนื่องจากเนื้องอก carcinoma นั้น ถือเป็นเนื้องอกที่มีความรุนแรงและแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว เพราะฉะนั้นสัตวแพทย์จะทำการเอ็กซ์เรย์ช่องอกและช่องท้องเพื่อดูอวัยวะภายในและปอด เช่น ถ้าหากว่าแมวมีก้อนเนื้องอกที่บริเวณขา สัตวแพทย์จะทำการเอ็กซ์เรย์ขาเพื่อดูว่าเซลล์มะเร็งมีการกระจายไปที่เนื้อกระดูกด้านล่างหรือยัง 

การเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อจากก้อนเนื้อจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการบอกชนิดของเนื้องอก  

การรักษา

การรักษาจะขึ้นอยู่กับขนาดและปริมาณของเนื้องอก ในบางรายถ้าหากมีการวินิจฉัยว่ามีแผลหรือตุ่มก่อนเกิดเป็นมะเร็งอาจจะได้รับการรักษาด้วยยาทาก่อน

ถ้าหากแมวของคุณมีก้อนเนื้องอกเล็กๆและไม่มีการแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นๆ อาจได้รับการเอาออกด้วยวิธีการผ่าตัดโดยใช้ความเย็น หรือใช้เทคนิคพิเศษที่เรียกว่า photodynamic

แต่ถ้าหากว่าก้อนเนื้อมีขนาดใหญ่จะต้องได้รับการรักษาร่วมกับการผ่าตัด ในช่วงของการผ่าตัดเนื้อเยื่อรอบข้างของก้อนเนื้องอกจะต้องได้รับการเอาออกไปด้วยเพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีการหลงเหลือของเซลล์มะเร็งอยู่ ซึ่งบางครั้งอาจจะต้องเอาออกมากจนต้องนั้นผิวหนังบริเวณมาปกคลุมแทน เรียกว่า skin grafting

ในบางรายอาจมีความรุนแรงมาก เช่น การมีก้อนเนื้องอกที่เท้าจะต้องทำการตัดขาออก หรือ เนื้องอกที่จมูกอาจจะต้องทำการตัดบางส่วนของจมูกออกไปด้วย ถ้าพบก้อนเนื้องอกที่ใบหูอาจจะต้องเอาบางส่วนของหูออกไปด้วย ซึ่งการผ่าตัดนี้จะต้องผ่าตัดในลักษณะของการศัลยกรรมตกแต่ง

ถ้าหากว่าเนื้องอกไม่สามารถเอาออกได้ทั้งหมด สัตวแพทย์จะแนะนำให้ทำการฉายรังสีหรือรักษาด้วยเคมีบำบัดภายหลังจากการผ่าตัด บางครั้งถ้าหากไม่สามารถผ่าตัดได้จะมีการรังสีและเคมีบำบัดรักษาอย่างเดียวก็เป็นได้ โดยการรักษาด้วยสารเคมีจะช่วยชะลอการเจริญเติบโตของเนื้องอกไม่ให้โตเร็วจนเกินไป 

การจัดการและความเป็นอยู่

ภายหลังจากการผ่าตัด แมวจะมีอาการเจ็บปวดดังนั้นสัตวแพทย์จะทำการจ่ายยาแก้ปวดให้ โดยจะต้องทำการใช้ยาอย่างระมัดระวัง เนื่องจากส่วนมากแล้วมักจะมีการใช้ยาเกินขนาด รวมถึงจะต้องจำกัดกิจกรรมของแมวในช่วงที่ฟื้นตัว จัดให้อยู่ในสถานที่ที่เงียบสงบ ห่างออกจากกิจกรรมต่างๆในบ้าน เด็ก และสัตว์ตัวอื่น ๆ บางครั้งอาจจะต้องหากรงมาให้สำหรับการพักผ่อน

การติดตามดูอาหารและน้ำดื่มขณะที่แมวฟื้นตัวนั้นค่อนข้างมีความสำคัญมาก ถ้าหากแมวไม่อยากอาหารอาจจะต้องทำการสอดท่อเพื่อให้แมวได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน โดยสัตวแพทย์จะทำการสาธิตการใช้ท่อให้แก่คุณเจ้าของและทำการกำหนดตารางการให้อาหาร ในขณะที่แมวกำลังรักษาตัวนั้นคุณควรที่จะวางกระบะทรายไว้ใกล้ ๆ กับตัวแมวเพื่อความสะดวกสบาย

ถ้าหากว่าคุณมีการใช้ยาทารักษาแผลที่ผิวหนัง คุณควรที่จะปฏิบัติตามขั้นตอนที่สัตวแพทย์แนะนำอย่างเคร่งครัด

ภายหลังจากการที่แมวฟื้นตัวแล้วสัตวแพทย์จะทำการวางตารางการตรวจเช็คอย่างเป็นประจำให้แก่แมว เนื่องจากเนื้องอกนี้สามารถกลับมาเกิดใหม่ได้ รวมถึงสัตวแพทย์จะทำการเอ็กซ์เรย์ช่องอกและช่องท้องเพื่อดูว่ามีการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งเข้าสู่ปอดหรืออวัยวะภายในหรือไม่ การหายขาดนั้นจะขึ้นอยู่กับขนาดและตำแหน่งของก้อนเนื้องอกนั้นด้วย 

การป้องกัน

ควรจำกัดเวลาที่แมวจะอยู่ในแสงแดดโดยเฉพาะช่วงเวลา 10 โมงเช้าจนถึงบ่ายสองโมง เนื่องจากเป็นเวลาที่ดวงอาทิตย์ปล่อยแสงในการทำลายมากที่สุด ถ้าแมวของคุณใช้เวลาส่วนมากอยู่บริเวณกระจกคุณควรพิจารณาติดฟิล์มบังแสงให้เพื่อป้องกันแสง UV ถ้าคุณจะปล่อยแมวออกไปเล่นข้างนอกในช่วงที่มีแสงแดด คุณอาจจะต้องทำการทาครีมกันแดดให้ที่บริเวณใบหูและจมูกก่อนออกไปเล่น และถ้าหากว่าคุณพบแผลเพิ่มเติมหรือเนื้องอกใหม่ให้รีบพาไปพบสัตวแพทย์โดยเร็วที่สุด

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามสัตวแพทย์ที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งคำถาม