Doctor men
เขียนโดย
ทีมแพทย์แผนไทยประยุกต์ HONESTDOCS
Doctor men
รีวิวโดย
ทีมแพทย์ HONESTDOCS
การกินเพื่อสุขภาพ

บวบหอม (Sponge gourd)

คุณประโยชน์ และวิธีรับประทานบวบหอม พร้อมไขข้อสงสัย บวบหอมให้พลังงานกี่แคลอรี่?
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 17 ม.ค. 2020 รีวิวเมื่อวันที่ 17 ม.ค. 2020 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,381,542 คน

บวบหอม (Sponge gourd)

บวบหอมเป็นผักที่นิยมนำมาประกอบอาหาร เนื่องจากเป็นผักที่มีกากใยสูง มีส่วนช่วยในการขับถ่ายได้ดี และยังมีสรรพคุณทางยาที่น่าสนใจอีกหลายประการ

ชื่อวิทยาศาสตร์ Luffa cylindrica (L.) M.Roem.

ชื่อวงศ์            CUCURBITACEAE

ชื่ออังกฤษ         Smooth Loofah, Sponge Gourd, Vegetable Sponge

ชื่อท้องถิ่น         กะตอร่อ บวบกลม บวบอ้ม มะนอยขม มะนอยอ้ม

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของบวบหอม

บวบหอมเป็นไม้เถา มีอายุเพียงปีเดียว ลำต้นและกิ่งก้านมีขนที่จะจะค่อยๆ หลุดร่วงไปเมื่อแก่ ใบเดี่ยว เรียงสลับกัน ปลายใบแหลม ขอบใบหยักเล็กน้อย มีรอยเว้าลึกเป็น 5 แฉก โคนใบเว้าเป็นรูปหัวใจ ก้านใบเป็นเหลี่ยม ดอกเพศผู้และเพศเมียอยู่บนต้นเดียวกัน ออกดอกเดี่ยว หรือออกเป็นช่อก็ได้ ดอกเพศผู้เป็นช่อ กลีบรองกลีบดอกโคนเชื่อมติดกันเป็นท่อสั้นๆ ปลายแยกเป็นกลีบเล็กๆ เรียวยาว มีขน กลีบดอก 5 กลีบรูปรี สีเหลือง ขอบกลีบมีรอยย่นเป็นคลื่น เกสรผู้ 3 อัน อับเรณูมีจำนวนช่องไม่เท่ากัน ดอกเพศเมียมักออกเป็นดอกเดี่ยว กลีบรองกลีบดอกและกลีบดอก มีลักษณะเหมือนดอกเพศผู้ รังไข่รูปทรงกระบอกอยู่ต่ำกว่ากลีบรองกลีบดอกและกลีบดอก ภายในมี 3 ช่อง ท่อรังไข่กลมสั้น ปลายแยกเป็น 3 แฉก ผลรูปทรงกระบอก ปลายผลมีรอยของกลีบรองกลีบดอกเหลืออยู่ ผลอ่อนสีเขียว มีลายสีเขียวแก่ ผลแก่สีเขียวอมเหลือง หรือเขียวเข้มปนเทา เนื้อในมีเส้นใยเหนียวเป็นร่างแห เมล็ดรูปรีแบนเมื่อแก่จะเปลี่ยนเป็นสีดำ

คุณค่าทางโภชนาการของผลบวบหอม ต่อ 100 กรัม ให้พลังงาน 16 กิโลแคลอรี

  • โปรตีน 0.7 กรัม
  • ไขมัน 0.1 กรัม
  • คาร์โบไฮเดรต 3.0 กรัม
  • เส้นใยอาหาร 0.2 กรัม
  • น้ำ 95.9 กรัม
  • วิตามินบี 1 0.37 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี 2 0.05 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี 3 0.2 มิลลิกรัม
  • วิตามินซี 15 มิลลิกรัม
  • ธาตุแคลเซียม 3 มิลลิกรัม
  • ธาตุฟอสฟอรัส 3 มิลลิกรัม
  • ธาตุเหล็ก 0.4 มิลลิกรัม

แหล่งที่มา : สำนักโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

สรรพคุณของบวบหอม

ตำราแพทย์แผนจีนและแพทย์แผนไทยโบราณ ได้นำบวบหอมมาปรุงยารักษาโรค โดยมีวิธีทำและสรรพคุณดังนี้

  • ตามคัมภีร์แพทย์แผนไทยโบราณ กล่าวว่า บวบหอมเป็นยาบำรุงธาตุ การรับประทานผลสด จะช่วยบรรเทาอาการไข้และบำรุงน้ำดี ทำให้เจริญอาหาร
  • ใบรักษาแผลสด ห้ามเลือด หรือหากมีอาการเหงื่อออกมาก ให้ใช้ใบสดผสมกับเมนทอลแล้วนำมาตำใช้เป็นยาทาหรือใช้พอก
  • ตามศาสตร์การแพทย์แผนจีน ระบุส่วนใบ ผล ใยบวบ รากและเถา มีรสขมหวานเย็น ออกฤทธิ์ที่ตับ ใช้เป็นยาขับพิษร้อน ถอนพิษไข้ ดอกมีรสชุ่มหวานและเย็นจัด ช่วยดับร้อนในร่างกาย ช่วยทำให้เลือดเย็น วิธีรับประทานคือ นำส่วนต่างๆ ของบวบหอมมาตากแห้ง แล้วต้มในน้ำเดือด รับประทานก่อนอาหารวันละ 3 ครั้ง ติดต่อกัน 7 วัน
  • ผลมีรสชุ่มและเย็น ใช้เป็นยารักษาโรคบิดถ่ายเป็นเลือด โดยใช้ผลแห้งประมาณ 1 ผล นำไปเผาให้เป็นถ่านแล้วบดเป็นผง ใช้ผสมกับน้ำปูนใสดื่มครั้งละประมาณ 6 กรัม
  • เถาใช้เป็นยารักษาหลอดลมอักเสบเรื้อรัง ให้ใช้เถาประมาณ 100-150 กรัม นำมาหั่นเป็นแว่นบางๆ ต้มกับน้ำ 1,000 ซีซี โดยต้มจนเหลือน้ำประมาณ 400 ซีซี เสร็จแล้วพักไว้ก่อน นำกากที่ต้มครั้งแรกมาต้มกับน้ำอีก 800 ซีซี แล้วต้มจนเหลือ 400 ซีซี แล้วนำน้ำที่ต้มทั้งสองมารวมกัน เคี่ยวด้วยไฟอ่อน ๆ จนเหลือน้ำประมาณ 150 ซีซี ใช้แบ่งดื่มวันละ 3 ครั้ง ครั้งละ 50 ซีซี ติดต่อกัน 10 วัน
  • นำเถามาคั่วให้เหลืองแล้วบดเป็นผง ใช้ทำเป็นยานัตถุ์เป่าเข้าจมูก แก้แผลเรื้อรังในจมูก ทำติดต่อกัน 2-4 วัน
  • กรณีมีพยาธิตัวกลมในลำไส้ ผู้ใหญ่ใช้เมล็ด 40-50 เม็ด เด็กใช้เมล็ด 30 เม็ด นำมาตำให้ละเอียด รับประทานช่วงท้องว่าง หรือก่อนมื้ออาหาร วันละ 1 ครั้ง ติดต่อกัน 2-3 วัน จะช่วยถ่ายพยาธิตัวกลมออกทางอุจจาระ

การนำบวบอ่อนมาปรุงอาหาร

บวบหอมสามารถนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายโดยไม่จำเป็นต้องปอกเปลือก เช่น บวบผัดไข่ บวบผัดเต้าหู้ อ่อมไก่ใส่บวบ แกงจืดบวบ เป็นต้น

ข้อห้ามและข้อควรระวังในการรับประทานบวบหอม

แพทย์แผนโบราณกล่าวว่า หากรับประทานเมล็ดของบวบหอมมากเกินไป อาจทำให้อาเจียนและท้องเดิน ส่วนเนื้อผลของบวบหอมเป็นผักที่สามารถรับประทานได้เป็นประจำ


ที่มาของข้อมูล

เสงี่ยม พงษ์บุญรอด, ไม้เทศเมืองไทย, 2522.

โรงเรียนแพทย์แผนโบราณ, ประมวลสรรพคุณยาไทย ภาคสอง, 2521.

ลีนา ผู้พัฒนพงศ์ ธวัชชัย วงศ์ประเสริฐ. สมุนไพรไทย ตอนที่ 5, 2530


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป