ผู้ประกอบวิชาชีพทางสาธารณสุข

ประกาศกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทยเรื่องคุณสมบัติเฉพาะของผู้สมัครเข้าเรียนหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต ฉบับ พ.ศ. 2557

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
Istock 881752282 %281%29

โดยเป็นการสมควรกำหนดคุณสมบัติเฉพาะของผู้สมัครเข้าเรียนหลักสูตรแพทยศาสตร์บัณฑิตให้เหมาะสมโดยยึดหลักการสำคัญ 3 ข้อคือ

  • ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ป่วย
  • ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อนักศึกษาแพทย์เองและ
  • เพื่อไม่เป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม

กลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย จึงมีมติยกเลิกประกาศกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย เรื่องคุณสมบัติเฉพาะของผู้สมัครเข้าเรียนหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต ลงวันที่ 29มิถุนายน 2552 และได้กำหนดคุณสมบัติของผู้สมัครเข้าศึกษาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต ดังต่อไปนี้

1. ต้องมีคุณสมบัติที่จะปฏิบัติงานในส่วนของราชการหรือหน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐได้หลังจากจบการศึกษาแล้ว โดยต้องสามารถทำสัญญาผูกพันฝ่ายเดียว หรือสัญญาปลายเปิดกับรัฐบาล ตามระเบียบและเงื่อนไขของรัฐบาลกับมหาวิทยาลัย (ยกเว้นผู้เข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาเอกชน)

2. ต้องมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง และปราศจากโรค อาการของโรค หรือความพิการอันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม ดังต่อไปนี้

2.1 มีปัญหาทางจิตเวชขึ้นรุนแรงอันอาจเป็นอันตรายต่อตนเอง และ/หรือผู้อื่น เช่น โรคจิต (psychoticdisorders) โรคอารมณ์ผิดปกติ (mood disorders) โรคประสาทรุนแรง (severe neurotic disorders) โรคบุคลิกภาพผิดปกติ (personalitydisorders) โดยเฉพาะantisocial personality disorders หรือ borderline personality disordersรวมถึงปัญหาทางจิตเวชอื่น ๆ อันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม

2.2 เป็นโรคติดต่อในระยะติดต่ออันตราย ที่อาจเกิดอันตรายต่อตนเอง ต่อผู้ป่วย หรือส่งผลให้เกิดความพิการอย่างถาวร อันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม

2.3 เป็นโรคไม่ติดต่อหรือภาวะอันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาที่อาจเกิดอันตรายต่อตนเอง ต่อผู้ป่วย และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม

2.4 มีความพิการทางร่างกายอันอาจเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม

2.5 มีความผิดปกติในการได้ยินทั้งสองข้าง โดยมีระดับการได้ยินเฉลี่ยที่ความถี่ 500-2,000 เฮิรตซ์ สูงกว่า 40 เดซิเบล และความสามารถในการแยกแยะคำพูด (speech discrimination score) น้อยกว่าร้อยละ 70 จากความผิดปกติของประสาทและเซลล์ประสาทการได้ยิน(sensorineural hearing loss) อันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาการปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม

2.6 มีความผิดปกติในการเห็นภาพ และคณะกรรมการแพทย์ผู้ตรวจร่างกายของสถาบันนั้น ๆ เห็นว่าเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาการปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม โดยมีอย่างน้อยข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้

2.6.1 ตาบอดสีอย่างรุนแรง โดยได้รับการตรวจอย่างละเอียดแล้ว

2.6.2 ระดับการมองเห็นในตาข้างดี เมื่อแก้ไขด้วยแว่นสายตาแล้ว แย่กว่า 6/12 หรือ 20/40

2.7 โรคหรือความพิการอื่น ๆ ซึ่งมิได้ระบุไว้ และคณะกรรมการแพทย์ผู้ตรวจร่างกายของสถาบันนั้น ๆ เห็นว่าเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพเวชกรรมทั้งนี้สำหรับปัญหาสุขภาพหรือโรคในข้อ 2 ให้แต่ละคณะ/วิทยาลัย พิจารณาตัดสิน ซึ่งผลการพิจารณาของคณะ/วิทยาลัยถือเป็นที่สิ้นสุด

ประกาศ ณ วันที่ 21 กรกฎาคม 2557

ขอบคุณข้อมูลดี ๆ จากหนังสือ "เป็นหมอไม่ยาก อยากเป็นหมอต้องทำอย่างไร" โดยอมรภัทร รัตนาพันธ์ จากสำนักพิมพ์ยิปซีกรุ๊ป

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่

บทความต่อไป
คำแนะนำในการช่วยลดความกังวลก่อนเปิดเทอม
คำแนะนำในการช่วยลดความกังวลก่อนเปิดเทอม

ผู้ปกครองสามารถทำอะไรได้บ้างเพื่อช่วยลดความกังวลก่อนกลับไปโรงเรียน

ภาวะความผิดปกติด้านบุคลิกภาพแบบไม่เด่นชัด (Personality Disorder Not Otherwise Specified)
ภาวะความผิดปกติด้านบุคลิกภาพแบบไม่เด่นชัด (Personality Disorder Not Otherwise Specified)

เป็นการวินิจฉัยเก่าจากตำราวินิจฉัยด้านความผิดปกติทางจิตฉบับที่ 4 (The Diagnostic and Statistical Manual of Mental Disorders, fourth edition DSM-IV)