ปัญหาผิวหนังในสุนัข: รู้จักผิวหนังของสุนัขเบื้องต้น

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 16, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที

ปัญหาผิวหนังของสุนัขมีมากกว่า 160 โรคที่แตกต่างกันออกไป ส่วนใหญ่มักเป็นโรคที่เป็นปัญหาเรื้อรัง การรู้จักปัญหาต่างๆเป็นการช่วยให้สัตวแพทย์วินิจฉัยโรคได้อย่างง่ายมากขึ้น การให้ข้อมูลต่างๆอย่างถูกต้องและละเอียด จะทำให้สัตวแพทย์วินิจฉัยถูกทางและรักษาเจ้าตัวน้อยให้หายจากอาการได้เร็ว แต่การทำงานก็ต้องเป็นทีม เจ้าของอาจต้องเชื่อมั่นในตัวหมอว่ามีประสิทธิภาพ ประกอบกับหมอเองอาจต้องใช้เทคนิคบางอย่างซึ่งอาจมีค่าใช้จ่ายตามมา แต่ถ้าสำหรับน้องหมาซึ่งเปรียบเสมือนครอบครัวของเราแล้ว การจ่ายเงินบางครั้งก็คุ้มในระยะยาว

ปัญหาผิวหนังแบบเรื้อรังเป็น ปัญหาในโรงพยาบาลสัตว์กว่า 10% ที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แถมประวัติการรักษาอาจยาวเหยียดเนื่องจากบางครั้งการวินิจฉัยจำเป็นต้องอาศัยผลการตรวจวินิจฉัยหลกหลาย หรือผลแบบต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการตรวจผิวหนังทั่วไป ผลตรวจชิ้นเนื้อ หรือแม้กระทั่งผลสรุปจากหมอผู้เชี่ยวชาญ ดังนั้นแล้วการ “ป้องกัน” ย่อมดีกว่าการรักษาอย่างแน่นอน

รักษาหาย หรือ ไม่หาย

ถ้าต้องแบ่งโรคผิวหนังทั้งหลายในสุนัข คงต้องขอแบ่งคร่าวๆอย่างง่ายออกเป็นโรคที่ รักษาให้หายขาดได้ กับโรคที่รักษาให้หายขาดไม่ได้ สิ่งที่ต้องรู้คือกำลังเผชิญกับโรคชนิดไหนอยู่ เซลล์ผิวหนังสุนัขจะผลัดเปลี่ยนทุกๆ 4 สัปดาห์ ซึ่งบางครั้งโรคบางโรคใช้เวลาไม่กี่สัปดาห์ก็หาย แต่ในรายที่ป่วยแบบรักษาให้หายขาดไม่ได้ สิ้งที่สำคัญกว่าก็คือการดูแลจัดการ ไม่ว่าจะเป็น อาหาร ยากิน ยาใช้ภายนอก แชมพู อาหารเสริมต่างๆ ก็ต้องได้รับตามแต่ความจำเป็น

แต่ก่อนจะไปสู่ขั้นตอนการรักษา การวินิจฉัยเป็นสิ่งจำเป็นที่สุด สุนัขมักจะมีปัญหาในเรื่องของการ “คัน” อาการคันนี้ไม่ใช่โรคแต่เป็นอาการซึ่งเกิดตามมาจากโรคภายหลัง ดังนั้นเมื่อเกิดอาการคัน คงไม่สามารถสรุกได้ทันทีว่ารักษาหายหรือไม่หาย เป็นติดเชื้อ หรือภูมิแพ้ ก็คงต้องให้คุณหมอตรวจเพิ่มหาสาเหตุ บางครั้งอาจใช้เวลานานหน่อยแต่โรคผิวหนังไม่ใช่ภาวะฉุกเฉิน บางครั้งต้องรอเวลาให้ร่างกายตอบสนองต่อยาหรืออาหารก่อนนั่นเอง

โรคที่รักษาหายได้

ส่วนใหญ่โรคเรื้อรังที่สามารถรักษาให้หายได้ มักจะพบว่าเป็นการติดเชื้อแบคทีเรียอย่างซ้ำซ้อน ซึ่งทำให้เกิดภาวะขนร่วงเป็นหย่อม สะเก็ด ผื่นแดง ตุ่มหนองหรือซากที่แตกออกแล้ว หากเกิดจากแบคทีเรียจริงๆ ก็ควรจะต้องได้รับยากินซึ่งอาจต้องทานวันละ 2-3 เวลา เป็นเวลา 2-3 เดือนหรือนานกว่านั้น หรืออาจะเกิดจากการติดเชื้อยีสต์ Malassezia pachydermitis ซึ่งพบได้มากในสุนัขพันธุ์ Cocker Spaniel และ West highland white terrier ลักษณะของผิวหนังจะมันเยิ้มและมีกลิ่น หรือเป็นเชื้อราที่เรียกว่า ringworm ซึ่งสามารถติดคนได้ ลักษณะเหล่านี้จำเป็นต้องใช้ยาฆ่าเชื้อราทั้งในรูปแบบกินหรือรูปแบบของแชมพู การติดเชื้อไร เช่น ไรในหู ไรขี้เรื้อน หรือเห็บ หมัด ก็สามารถรักษาได้ โดยการใช้ยาซึ่งอาจจะอยู่ในรูปยาฉีด ยากินหรือยาหยอดหลัง เป็นต้น

โรคที่รักษาให้หายขาดไม่ได้

สุนัขที่เป็นโรคเหล่านี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ เพราะจำเป็นที่จะต้องมีกระบวนการรักษาหรือการจัดการยาวนานมาก ไม่ว่าจะเป็นโรคของการแพ้อาหาร ซึ่งทำให้สุนัขคันมาก ไม่ว่าจะทานยาเท่าไหร่ก็ไม่ช่วย หรือ โรคภูมิแพ้ผิวหนัง (atopy; atopic dermatitis) ที่จำเป็นจะต้องกินยาในกลุ่มลดอักเสบหรือกดภูมิคุ้มกันไปตลอดชีวิต หรือโรคที่เกิดจากความผิดปกติของฮอร์โมน ไม่ว่าจะเป็น ฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำ (hypothyroidism) หรือโรคคุชชิ่ง (Cushing’s disease) เหล่านี้ล้วนเป็นโรครักษาให้หายขาดไม่ได้

โรคภูมิคุ้มกันทำลายผิวหนัง

โรคเหล่านี้เป็นโรคของสุนัขมีกรรม เพราะพบว่าภูมิคุ้มกันที่ช่วยปกป้องร่างกายกลับมาทำลายเซลล์ผิวหนังตัวเอง ทำให้ผิวหนังเกิดการลอกหลุดหรืออักเสบแบบไม่ติดเชื้อ (sterile inflammation) แต่ลักษณะของรอยโรคจะค่อนข้างร้ายแรง และมักพบบริเวณใบหน้า โดยเฉพาะใกล้เยื่อเมือก เช่น ริมฝีปาก จมูก เป็นต้น การรักษาก็อาจจะต้องกินยากดภูมิคุ้มกันเพื่อไม่ให้ทำลายเซลล์ร่างกายไปมากกว่านี้

โรคทางพันธุกรรมที่เกิดขึ้นตั้งแต่เด็กที่เกิดที่ผิวหนังมักจะเป็นโรคที่ไม่มีทางรักษาให้หายขาดได้ บางครั้งอาจส่งผลเล็กน้อยต่อการใช้ชีวิตของสุนัข เช่น สิวในสุนัขที่มักเกิดขึ้นกับพันธุ์ Doberman pinscher จนไปถึงโรคที่อันตรายถึงชีวิต เช่น โรคกล้ามเนื้อถูกทำลายในพันธุ์ Collies และ Shelties

ข้อเตือนใจและสิ่งที่ควรระวัง

ยาที่ใช้ในการรักษาในกลุ่มยากดภูมิคุ้มกันส่วนใหญ่มักเป็นสเตียรอยด์ ซึ่งเปรียบเสมือนดาบสองคม เพราะในแง่ของการช่วยลดอาการคันนั้น สามารถทำให้สุนัขหยุดคันได้ดีจริง แต่การใช้อย่างผิดวิธีมักจะพบในกรณีที่เกิดการติดเชื้อ เพราะการใช้ยากดภูมิคุ้มกัน จะทำให้โรคผิวหนังที่เกิดจากการติดเชื้อ เช่น แบคทีเรีย ไรขี้เรื้อนเปียก ไรขี้เรื้อนแห้ง มีจำนวนมากขึ้น และสุนัขจะแสดงอาการแย่ลงได้ ดังนั้นการนำยาสเตียรอยด์มาใช้ในการรักษาเองโดยยังไม่ได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้องจะทำให้การใช้ยากลายเป็นโทษไปในทันที

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามสัตวแพทย์ที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ