อาหารการกิน

โรคผิวหนังเนื่องจากการแพ้อาหารในสุนัข

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ย. 2, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 978,229 คน

โรคผิวหนังเนื่องจากการแพ้อาหารในสุนัข

ปฏิกิริยาตอบสนองต่ออาหารที่มีต่อผิวหนังไม่เป็นปฏิกิริยาตามฤดูกาล ซึ่งเมื่อมีการกลืนกินวัตถุในอาหารมากกว่าหนึ่งอย่าง ปฏิกิริยาตอบสนองทางร่างกาย คือ อาการคันที่มากเกินไปบ่อย ๆ ส่งผลให้เกิดรอยถลอกที่เกิดจากการเกาเต็มไปหมด

ในขณะที่การเกิดของอาการยังไม่เป็นที่เข้าใจอย่างถ่องแท้ ปฏิกิริยาแบบเกิดขึ้นทันทีและปฏิกิริยาแบบเกิดขึ้นช้า ถูกคิดว่าเป็นเนื่องมาจากการตอบรับต่อภูมิคุ้มกันที่มีความไวเกินไป ในทางกลับกัน การไม่อดทนต่ออาหารเป็น ปฏิกิริยาที่ไม่พึงประสงค์เนื่องจากการดูดซึม ผลของสารพิษหรือเภสัชวิทยาของส่วนผสมที่ผิดแปลกออกไป เนื่องจากมันไม่ง่ายเลยที่จะแยกแยะระหว่างภูมิคุ้มกันกับอาการไม่พึงประสงค์ โดยมากแล้ว ผลตอบรับที่เป็นลบต่ออาหารจะหมายถึง ภูมิแพ้อาหาร

โฆษณาจาก HonestDocs
จัดส่งยาให้น้องหมาถึงบ้าน

ส่งด่วนภายใน 1 วันในกรุงเทพ หรือส่งธรรมดาด้วย EMS ใน 2-3 วันทั่วประเทศ

คลิก

อาการที่พบ

  • อาการคันที่ไม่ได้เกิดขึ้นตามฤดูกาลตามตัว
  • การตอบรับต่อยาแก้อักเสบชนิด กลูโคคอร์ติคอยด์ที่ไม่ดี ซึ่งโดยปกติแล้วจะแนะนำให้แก่ผู้ที่มีอาการไวต่ออาหาร
  • อาเจียน
  • ท้องร่วง
  • เสียงที่มาจากไส้ใน ผายลมหรือลำไส้ขยับตัวโครกคราก
  • เกลื้อน (อาการติดเชื้อรา), pyoderma อาการติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนัง และหูชั้นนอกอักเสบ
  • ผิวหนังเป็นแผ่นกว้าง นูนขึ้น
  • ตุ่มหนอง – ผิวหนังนูนมีการติดเชื้อที่มีน้ำเหลืองข้างใน
  • ผื่นแดง
  • แผ่นแข็ง – น้ำเหลืองแห้งแข็งบนพื้นผิวของแผลพุพองหรือผื่นแดงที่แตกออก
  • ผิวหนังเป็นแผ่น – สะเก็ดหรือแผ่นของผิวหนังที่ตายแล้วบนพื้นผิว
  • การทำให้ผิวหนังโล้นเตียนจากการเกาของตัวมันเอง
  • รอยขีดข่วน/เจ็บแสบบนผิวหนังเนื่องจากการเกา
  • ผิวหนังหนาขึ้นเป็นแผ่นคล้ายเปลือกไม้
  • รอยดำขึ้นที่ผิวหนัง
  • ลมพิษ – ผิวหนังบวมหรือเป็นผื่นติดเชื้อ
  • จุดร้อน – การอักเสบที่ผิวหนังเนื่องจากการเกาอย่างรุนแรงและแบคทีเรียเข้าไปที่บาดแผล

สาเหตุ

  • ปฏิกิริยาภูมิคุ้มกัน – ผลจากการกลืนกินและกาแสดงผลหลังจากนั้นของหนึ่งหรือมากกว่าไกลโคโปรตีน (สารก่อให้เกิดภูมิแพ้) ไม่ว่าจะก่อนหรือหลังการย่อย; การแพ้อาจเกิดขึ้นหลังจากที่อาหารผ่านเข้าไปในลำไส้ หลังจากสสารได้ถูกดูดซึมหรือทั้งสองกรณี
  • ไม่ใช่ปฏิกิริยาภูมิคุ้มกัน (อาการแพ้อาหารแบบแฝง) – ผลจากการกลืนกินอาหารที่มีฮิสตามีน (สารที่ก่อให้เกิดการแพ้ เป็นที่รู้จักกันว่าเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดความไวต่อภูมิคุ้มกัน) หรือสารที่กระตุ้นให้หลั่งฮิสตามีนไม่ว่าจะโดยตรงหรือผ่านสื่อที่ก่อให้เกิดการหลั่งฮิสตามีน
  • มีการคาดเดากันว่าในสัตว์วัยเด็ก ปรสิตที่ลำไส้หรือการอักเสบที่ลำไส้ของสัตว์วัยเด็กอาจเป็นสาเหตุของความเสียหายของเมือกลำไส้ ส่งผลให้มีการดูดซึมที่ผิดปกติของสารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้และความไวต่อส่วนประกอบบางชนิดในเวลาต่อมา

การวินิจฉัยโรค

สัตวแพทย์จะทำการตรวจสอบทางกายภาพกับสุนัข รวมไปถึงการตรวจที่ผิวหนัง โรคผิวหนังที่ไม่ได้มีสาเหตุมาจากอาหารควรจะถูกขีดฆ่าออกไป แพทย์จะทำการตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือดรวมถึงการแปลผลทางเคมีของเลือด การตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด การตรวจเพื่อบอกถึงความสมดุลของเกลือแร่ในเลือด และการตรวจปัสสาวะ เพื่อทำการกำจัดสาเหตุของโรคอื่น ๆ ออกไป สัตวแพทย์จะทำการซักประวัติทางสุขภาพของสุนัขทั้งหมด รวมไปถึงประวัติของอาการและเหตุการณ์ที่เป็นไปได้ที่ส่งผลต่ออาการของโรค โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับการเปลี่ยนโภชนาการ ส่วนประกอบของอาหารที่มีการเพิ่มเติมลงไปในอาหาร แม้ว่าจะเป็นครั้งคราวก็ตาม

การเลี่ยงอาหารที่สงสัยเป็นวิธีที่จะถูกนำมาใช้กับสุนัขที่สงสัยว่าจะมีอาการไม่พึงประสงค์จากอาหาร ส่วนมากแล้วอาหารเหล่านี้จะประกอบไปด้วยอาหารที่สุนัขถูกจำกัดไม่ให้กินหรือไม่มีอาการแพ้มาก่อน เป็นโปรตีน 1 ส่วนและคาร์โบไฮเดรต 1 ส่วน จะเห็นพัฒนาการจากอาหารจะเห็นได้ก็ต่อเมื่อผ่านไป 4 อาทิตย์ และหลังจากการใช้วิธีการเลี่ยงอาหารที่สงสัย สัญญาณที่สามารถสังเกตว่ามีการทุเลาลง จะแสดงได้ภายในระยะเวลาที่มากที่สุดถึง 13 อาทิตย์

ถ้าสุนัขมีการพัฒนาขึ้นหลังจากใช้วิธีการเลี่ยงอาหารที่สงสัย ควรจะมีการทดลองเพื่อให้แน่ใจว่า โภชนาการแต่เริ่มแรกเป็นสาเหตุของโรคและเพื่อระบุว่าส่วนผสมใดในอาหารตั้งต้นเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์

การทดลอง: ให้สุนัขกินอาหารที่เคยให้ตั้งแต่เริ่มแรก ถ้ามีอาการเกิดขึ้น แสดงถึงมีบางสิ่งบางอย่างในอาหารที่เป็นสาเหตุของอาการ ระยะเวลาการทดลองควรจะนานพอที่จะทำให้อาการกลับมาแต่ไม่ควรเกิน 10 วัน

ถ้าการทดลองแน่ใจว่ามีการกฎของอาการไม่พึงประสงค์จากอาหาร ขั้นตอนถัดไปคือ ทำการทดลองการกระตุ้นโดยใช้อาหาร: กลับไปที่การเลี่ยงอาหารที่สงสัย โดยเริ่มใส่ส่วนผสมอย่างเดียวเดี่ยว ๆ ลงไปในอาหาร หลังจากที่รอสักระยะหนึ่งให้ส่วนผสมแสดงออกว่า น่าพอใจ หรือ ไม่พึงประสงค์ ถ้าไม่แสดงออกถึงปฏิกิริยาทางร่างกายใด ๆ ขยับไปสู่ลำดับถัดไป เพิ่มส่วนผสมอื่นเข้าไปในอาหารอีก ในแต่ละครั้งของการทดลองควรจะใช้เวลาประมาณครั้งละ 10 วัน ถ้าแสดงอาการเร็วขึ้น ให้ใช้เวลาน้อยลง (สุนัขใช้เวลาแสดงอาการภายใน 1-2 วัน) เมื่อใดที่อาการไม่พึงประสงค์เกิดขึ้น หยุดให้ส่วนผสมล่าสุดที่ก่อให้เกิดอาการ และรอให้อาการหยุดเสียก่อนที่จะให้อาหารที่มีส่วนผสมลำดับถัดไป

ส่วนผสมที่ใช้ในการทำการทดลองอาหารที่มีตัวกระตุ้นจะประกอบไปด้วย เนื้อต่าง ๆ (เนื้อวัว, เนื้อไก่, ปลา, เนื้อหมู และเนื้อแกะ) ธัญพืชต่าง ๆ (ข้าวโพด, ข้าวสาลี, ถั่วเหลือง และข้าว) ไข่ และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนมต่าง ๆ ผลจากการทดลองจะช่วยให้คุณเลือกซื้ออาหารที่มีขายตามท้องตลาด ที่ไม่มีสารที่ก่อให้เกิดอาการแพ้กับสุนัขของคุณได้

การรักษา

หลีกเลี่ยงอาหารที่มีสารที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ ตามผลจากช่วงระยะเวลาการทดลองตัวกระตุ้นในอาหารของการวินิจฉัยโรค สัตวแพทย์อาจจะทำการสั่งจ่ายยาปฏิชีวนะหรือยาต้านเชื้อรา ถ้าอาการขั้นทุติยภูมิของเกลื้อนหรืออาการติดเชื้อราเกิดขึ้น

การบริหารและการใช้ชีวิต

ควรกำจัดขนม ของขบเคี้ยว วิตามิน และของขบเคี้ยวที่เป็นยาอื่น ๆ (เช่น ยาป้องกันพยาธิหัวใจ) ที่อาจมีส่วนผสมจากอาหารของสุนัขก่อนหน้านี้ ให้แน่ใจว่าอ่านฉลากของส่วนผสมอย่างละเอียด ถ้าสุนัขใช้ชีวิตอยู่นอกบ้าน คุณจะต้องสร้างบริเวณที่จำกัดเพื่อป้องกันการออกไปหาอาหารหรือคุ้ยเขี่ย เนื่องจากการกระทำเหล่านั้นจะทำให้ผลการทดลองของอาหารคลาดเคลื่อน สมาชิกในครอบครัวทุกคนจะต้องมีความระมัดระวังถึงการทดลองและช่วยกันทำให้การทดลองไม่ปนเปื้อนจากอาหารแหล่งอื่น การร่วมมือกันถือเป็นสิ่งจำเป็นที่จะทำให้การรักษาอาการนี้ประสบความสำเร็จ

ถามสัตวแพทย์

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งคำถาม