Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS

โรค pemphigus ในแมว

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 16 มิ.ย. 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,769,282 คน

Pemphigus เป็นชื่อเรียกรวม ๆ  ของโรคผิวหนังที่เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้เกิดแผล ตุ่มน้ำ หรือตุ่มหนองและสะเก็ดขึ้นตามผิวหนัง และบางชนิดอาจส่งผลต่อเนื้อเยื่อบริเวณเหงือกได้ โรคนี้เกิดจากการที่ตรวจพบ antibody ซึ่งร่างกายสร้างขึ้นมากำจัดเซลล์และเนื้อเยื่อที่ปกติของร่างกายตัวเอง ความรุนแรงของโรคนั้นจะขึ้นกับการสะสมของ antibody ภายในชั้นผิวหนัง

อาการที่เป็นลักษณะจำเพาะสำหรับโรคนี้ก็คือภาวะที่เรียกว่า acantholysis ซึ่งหมายถึงการที่เซลล์ผิวหนังเกิดการแตกและสลายออกเนื่องจากมี antibody เข้าไปสะสมอยู่ที่ช่องว่างที่ยึดระหว่างเซลล์ โรค pemphigus ในแมวมี 3 ชนิดคือ pemphigus foliaceus, pemphigus erythematosusและ pemphigus vulgaris

Pemphigus foliaceus เป็นชนิดที่มีการสะสมของ antibody ที่ผิวหนังชั้นนอกสุดและทำให้เกิดตุ่มน้ำขึ้นตามผิวหนัง Pemphigus erythematosusเป็นชนิดที่พบได้ค่อนข้างบ่อยและมีลักษณะคล้าย pemphigus foliceus แต่รุนแรงน้อยกว่า ในขณะที่ Pemphigus vulgarisนั้นจะมีการสะสมที่ชั้นผิวหนังที่ลึกกว่าและทำให้เกิดแผลที่รุนแรงมากกว่า

อาการที่พบในโรค pemphigus แต่ละชนิด

Foliaceus

  • ผิวหนังแตก, เป็นสะเก็ด, ตุ่มหนอง, แผลตื้นๆ, แดง และคัน
  • อุ้งเท้าหนากว่าปกติและแตก
  • บางครั้งอาจมีตุ่มน้ำขึ้นที่ผิวหนัง
  • มักพบที่ศีรษะ หู และอุ้งเท้า และอาจพบทั่วไปตามร่างกายในเวลาต่อมา
  • อาจพบที่เหงือกและริมฝีปากได้
  • ในแมวมักพบว่ามีอาการเกิดขึ้นที่เต้านมและเล็บ
  • อาจทำให้เกิดต่อมน้ำเหลืองโต, บวมทั่วร่างกาย. ซึมเศร้า มีไข้ และอ่อนเพลียกว่าปกติได้ (หากมีอาการที่อุ้งเท้า) แต่นอกเหนือจากอาการเหล่านี้แล้วมักตรวจไม่พบความผิดปกติอื่น ๆ
  • มีอาการปวดและคันตามผิวหนัง
  • อาจเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียตามมาได้จากการที่ผิวหนังแตกและเป็นแผล

Erythematosus

  • อาการส่วนใหญ่เหมือนกับ pemphigus foliaceus
  • แผลมักจะพบที่ศีรษะ ใบหน้าและอุ้งเท้า
  • อาจพบว่าริมฝีปากซีดได้มากกว่าโรค pemphigus แบบอื่นๆ

Vulgaris

  • เป็นชนิดที่รุนแรงที่สุด
  • รุนแรงมากกว่า pemphigus foliaceusและ erythematosus
  • มีแผลได้ทั้งตื้นและลึก, อาจเกิดตุ่มน้ำ และผิวหนังแตกเป็นสะเก็ดได้
  • อาจทำให้เกิดแผลที่เหงือก ริมฝีปาก และผิวหนัง และอาจมีอาการทั่วทั้งร่างกายได้
  • มักพบแผลในปากซึ่งอาจทำให้เกิดอาการเบื้ออาหาร
  • มักพบแผลที่รักแร้และขาหนีบ
  • มีอาการคันและเจ็บที่ผิวหนัง
  • เบื่ออาหาร ซึมเศร้า และมีไข้
  • พบว่ามีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนได้บ่อย

สาเหตุ

  • ร่างกายมีการสร้าง antibody ที่ทำลายเซลล์และเนื้อเยื่อปกติของร่างกาย
  • สัมผัสแสงแดดมากเกินไป
  • แมวบางสายพันธุ์อาจมีปัจจัยทางพันธุกรรมเข้ามาเกี่ยวข้อง

การวินิจฉัย

สัตวแพทย์จะเริ่มจากการซักประวัติเกี่ยวกับอาการที่เกิดขึ้นและเหตุการณ์ที่อาจกระตุ้นให้เกิดภาวะดังกล่าวก่อนทำการตรวจร่างกายอย่างละเอียดและส่งตรวจเพิ่มเติมทางห้องปฏิบัติการ เช่น การตรวจเลือดและตรวจปัสสาวะ แมวส่วนมากมักมีผลการตรวจเลือดที่ปกติ

การตรวจผิวหนังนั้นเป็นการตรวจที่สำคัญที่สุดในการช่วยวินิจฉัยโรค โดยสัตวแพทย์จะทำการเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อจากผิวหนังร่วมกับเก็บตัวอย่างจากตุ่มหนองและสะเก็ดเพื่อนำมาตรวจเพิ่มเติม หากพบว่ามี acantholytic cells (เซลล์ที่แตกแยกออกจากกัน) และเม็ดเลือดขาวชนิด neutrolphil ก็จะแสดงว่าเป็นโรคนี้ นอกจากนั้นอาจมีการส่งตรวจเพาะเชื้อแบคทีเรียเพื่อดูว่ามีการติดเชื้อแทรกซ้อนหรือไม่ ซึ่งหากมีก็จะต้องได้รับยาปฏิชีวนะในการรักษา

การรักษา

โดยส่วนมากแล้วไม่จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลยกเว้นว่ามีอาการรุนแรง สัตวแพทย์อาจใช้ยาในกลุ่มสเตียรอยด์ในการรักษาเป็นเวลาสั้น ๆ เพื่อควบคุมอาการ ซึ่งในระหว่างที่ใช้ยาสเตียรอยด์และ azathioprine นี้ จะต้องมีการเปลี่ยนอาหารที่แมวรับประทานให้เป็นอาหารที่มีไขมันต่ำเนื่องจากยาเหล่านี้จะทำให้แมวเสี่ยงต่อการเกิดภาวะตับอ่อนอักเสบได้

การดูแลและการจัดการหลังการรักษา

สัตวแพทย์จะทำการนัดตรวจติดตามเป็นระยะทุก ๆ  1 - 3 สัปดาห์ ในการตรวจติดตามจะมีการตรวจเลือดเพื่อดูผลการรักษา และเมื่อสามารถควบคุมอาการได้แล้วอาจนัดตรวจติดตามห่างขึ้นเป็นทุก 1 - 3 เดือน การได้รับแสงแดดนั้นจะยิ่งทำให้โรครุนแรงมากขึ้นดังนั้นคุณควรป้องกันไม่ให้แมวของคุณได้รับแสงแดดมากเกินไป

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามสัตวแพทย์ที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งคำถาม