Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS

สะอึก (Singultus)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 782,466 คน

อาการสะอึก คือการบีบรัดตัวของกล้ามเนื้อกะบังลมซ้ำๆ และควบคุมไม่ได้ โดยกล้ามเนื้อดังกล่าวจะอยู่ใต้ปอดคล้ายกับเป็นผนังกั้นระหว่างหน้าอกกับช่องท้อง มีหน้าที่ควบคุมการหายใจ เมื่อกะบังลมบีบรัดตัว ปอดจะสูบเอาออกซิเจนเข้าไป และเมื่อกะบังลมคลายตัว ปอดจะปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา

การบีบรัดตัวเป็นจังหวะของกะบังลมทำให้เกิดอาการสะอึกขึ้นมา ซึ่งการกระตุกแต่ละครั้งจะทำให้กล่องเสียงและเส้นเสียงปิดตัวลงกะทันหันจนทำให้มีอากาศไหลเข้าไปในปอดอย่างรวดเร็ว ร่างกายจะตอบสนองกับการขาดช่วงนี้ด้วยการหายใจเฮือกหรือส่งเสียงแหลมออกมาจนกลายเป็นเสียงสะอึก

ปัจจุบันยังไม่มีวิธีคาดเดาการเกิดอาการสะอึกได้ แต่สังเกตได้ว่าแต่ละครั้งที่มีการกระตุกขึ้น มักจะทำให้หน้าอกหรือลำคอแน่นตัวขึ้นเล็กน้อยก่อนจะเปล่งเสียงสะอึกออกมา

อาการสะอึกส่วนมากจะเริ่มขึ้นและหยุดลงได้เองภายในไม่กี่นาที แต่สำหรับอาการสะอึกที่เกิดนานกว่าสองเดือนจะถือว่าเป็นอาการเรื้อรังที่เริ่มรักษาได้ยาก

สาเหตุของอาการสะอึก

ขณะนี้มีการค้นพบสาเหตุของอาการสะอึกมากมาย แต่ก็ยังไม่มีการจัดทำสรุปรายการสิ่งที่ทำให้เกิดอาการสะอึกขึ้นจริง จึงกล่าวได้เพียงว่าอาการสะอึกจะเกิดขึ้นและหายไปเองโดยไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด

แต่สาเหตุทั่วไปที่อาจทำให้เกิดอาการสะอึก ได้แก่

  • การรับประทานอาหารมากเกินไป
  • การรับประทานอาหารรสเผ็ด
  • การบริโภคแอลกอฮอล์
  • การดื่มน้ำอัดลม
  • การรับประทานอาหารเย็นจัดหรือร้อนจัด
  • การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิของอากาศโดยรอบ
  • การกลืนอากาศหรือการเคี้ยวหมากฝรั่ง
  • ความตื่นเต้นหรือความเครียดทางอารมณ์
  • การกลืนอากาศมากเกินไป (Aerophagia)

อาการสะอึกที่คงอยู่นานกว่า 48 ชั่วโมง มักจะเกิดจากการระคายเคืองหรือการบาดเจ็บที่เส้นประสาทเวกัส (Vagus) หรือฟรินิก (Phrenic) ซึ่งทั้งสองเป็นเส้นประสาทที่ใช้ควบคุมการเคลื่อนไหวของกะบังลม โดยสิ่งที่ส่งผลต่อเส้นประสาทเหล่านี้ได้แก่

  • ความระคายเคืองที่แก้วหู ที่อาจเกิดจากการที่มีสิ่งแปลกปลอมเข้าหู
  • อาการเจ็บคอหรือระคายคอ
  • โรคคอพอก (Goiter)
  • โรคกรดไหลย้อน (Gastroesophageal Reflux)
  • เนื้องอกหรือก้อนซีสต์ที่หลอดอาหาร

ส่วนสาเหตุอื่นของอาการสะอึกอาจเกิดจากระบบประสาทส่วนกลาง (Central Nervous System (CNS)) ที่ประกอบไปด้วยสมองกับไขสันหลัง หากระบบประสาทส่วนกลางได้รับความเสียหาย ร่างกายจะสูญเสียความสามารถในการควบคุมอาการสะอึก โดยภาวะที่สร้างความเสียหายต่อระบบประสาทส่วนกลางและอาจทำให้เกิดอาการสะอึกต่อเนื่อง ได้แก่

  • โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)
  • โรคปลอกประสาทเสื่อม (Multiple Sclerosis)
  • เนื้องอก (Tumor)
  • โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (Meningitis) หรือไข้สมองอักเสบ (Encephalitis)
  • การบาดเจ็บที่ศีรษะหรือสมอง
  • ภาวะโพรงสมองคั่งน้ำ (Hydrocephalus)
  • โรคซิฟิลิสระบบประสาท (Neurosyphilis) หรือการติดเชื้อที่สมองอื่น ๆ

บางครั้งอาจพบอาการสะอึกที่ยาวนานจากสาเหตุดังต่อไปนี้

นอกจากโรคและภาวะทางการแพทย์แล้ว ระหว่างที่มีการดำเนินงานทางการแพทย์ก็อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการสะอึกระยะยาวขึ้นมาอย่างไม่ตั้งใจก็ได้ เช่น

  • การใช้งานสายสวนไปยังกล้ามเนื้อหัวใจ
  • การใส่ขดลวดหลอดอาหารเพื่อดามเปิดหลอดอาหารไว้
  • การส่องกล้องหลอดลม (Bronchoscopy)
  • การเจาะคอ (Tracheostomy)

การรักษาอาการสะอึก

อาการสะอึกส่วนมากไม่ใช่เรื่องฉุกเฉิน แต่หากมีอาการที่เกิดขึ้นต่อเนื่องยาวนานก็อาจทำให้เกิดความไม่สบายตัวและรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันบ้าง ดังนั้นหากพบอาการสะอึกเกิดขึ้นนานกว่า 2 วัน ให้รีบไปพบแพทย์เพื่อระบุสาเหตุและความรุนแรงของอาการ

มีหลายวิธีที่ช่วยรักษาอาการสะอึกได้ เช่น

  • หายใจเข้าออกในถุงกระดาษ
  • รับประทานน้ำตาลป่น 1 ช้อนชา
  • กลั้นหายใจ
  • ดื่มน้ำเย็น
  • ดึงลิ้น
  • ยกลิ้นไก่ด้วยช้อนชา
  • พยายามเรอหรือหายใจเฮือก
  • ทำการเคลียร์หูด้วยการปิดปากกับจมูกก่อนพ่นลมหายใจออกแรงๆ
  • ควบคุมการหายใจให้เป็นไปอย่างช้าๆ และผ่อนคลาย

หากปฏิบัติแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น และยังคงมีอาการสะอึกนานกว่า 48 ชั่วโมงให้ไปพบแพทย์เพื่อรับการล้างท้อง (Gastric Lavage) หรือนวดบริเวณ Carotid Sinus ที่อยู่ในคอ

มียาหลายชนิดที่แพทย์นำมาใช้รักษาอาการสะอึกที่หาสาเหตุไม่ได้ เช่น

  • ยาต้านอาการทางจิต ได้แก่ Chlorpromazine และ Haloperidol
  • Benzodiazepines (กลุ่มของยากล่อมประสาท)
  • Benadryl (ยาต้านฮีสตามีน)
  • Metoclopramide (ยาบรรเทาอาการคลื่นไส้)
  • Baclofen (ยาคลายกล้ามเนื้อ)
  • Nifedipine (ยาความดันโลหิต)
  • ยารักษาโรคชัก อย่าง Gabapentin

หากผู้ป่วยยังมีอาการสะอึกที่รุนแรงและต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจต้องเข้ารับการรักษาด้วยวิธีดังต่อไปนี้

  • การสอดสายยางเข้าไปในกระเพาะอาหาร (Nasogastric Intubation)
  • การฉีดยาระงับประสาทเพื่อปิดกั้นเส้นประสาทฟรินิก
  • การปลูกถ่ายเครื่องกระตุ้นกะบังลม ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ใช้แบตเตอรีกระตุ้นกะบังลมเพื่อควบคุมการหายใจ

การป้องกันอาการสะอึก

ยังไม่มีวิธีใดที่พิสูจน์แล้วว่าสามารถป้องกันอาการสะอึกได้ แต่หากมีอาการสะอึกบ่อยครั้ง ก็ขอแนะนำให้ลองหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นเหล่านี้ดู

  • ไม่รับประทานอาหารมากเกินไป
  • หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มอัดลม และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • ใส่เสื้อผ้า หรือหาวิธีป้องกันตัวเองจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่เหมาะสม
  • พยายามหลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้เกิดปฏิกิริยาทางอารมณ์และทางร่างกายที่รุนแรงเกินไป

ที่มาของข้อมูล

Anna Giorgi, singultus (https://www.healthline.com/symptom/hiccups), 26 กันยายน 2015

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่