มะเร็งและโรคร้าย

รู้หรือไม่ เพชฌฆาตตัวการ คือน้ำตาลใกล้ตัว

“หลีกเลี่ยงน้ำตาล” คำเตือนสั้น ๆ ที่ปฏิบัติตามได้ยากเสียเหลือเกินสำหรับใครหลาย ๆ คน
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
Two seniors looking healthy

“Never Be Sick Again” เป็นหนังสือที่เขียนโดย Dr. Raymond Francis ซึ่งผู้เขียนกล่าวอ้างในหนังสือว่า ตลอดระยะเวลา 26 ปีที่ผ่านมา เขาไม่เคยป่วยอีกเลย แม้กระทั่งไข้หวัดเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ไม่มี ปัจจุบัน เขามีอายุ 75 ปี แต่เขามาพร้อมกับสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงสุด ๆ สาเหตุที่ทำให้เขาไม่ป่วยอีกเลย เนื่องมาจากปัจจัยง่าย ๆ คือ เขาเปลี่ยนวิธีการกิน เปลี่ยนวิถีการใช้ชีวิต เรียกได้ว่า รู้จักเลือกกินอย่างพินิจพิจารณา และที่สำคัญ เขาไม่ลืมหาเวลาออกกำลังกายแม้ว่าอายุจะมากแล้วก็ตาม (ดูท่าว่ายิ่งอายุมากยิ่งต้องหันมาออกกำลังกายเสียแล้วล่ะ) และนอกเหนือจากการกิน การใช้ชีวิต และการออกกำลังกายแล้ว เขายังเลือกใช้วิธีการนั่งสมาธิควบคู่ไปด้วยอีกต่างหาก อย่างไรก็ตาม วิธีดังกล่าวข้างต้นนี้ ก็ฟังดูเป็นวิธีปกติทั่วไปที่ใคร ๆ ต่างก็รู้ดีอยู่แล้ว แถมยังได้ยินออกบ่อยไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่เทรนด์รักสุขภาพกำลังมาแรงในขณะนี้ จริงไหมล่ะ ฉะนั้นแน่นอนว่า สิ่งที่จะนำมาแนะนำเพื่อน ๆ ในวันนี้ ต้องต่างออกไป ซึ่งอาวุธขั้นสุดยอดในการห่างไกลจากความเจ็บป่วยที่ว่านั้นจะเป็นอะไร ... ตามมาดูกันเลย

"หลีกเลี่ยงน้ำตาล” คำเตือนสั้น ๆ ที่ปฏิบัติตามได้ยากเสียเหลือเกินสำหรับใครหลาย ๆ คน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาสาว ๆ ที่เสพติดการกินของหวานหรือขนมนมเนยทั้งหลายหลังการรับประทานอาหารมื้อหลัก ยิ่งทุกวันนี้ ร้านของหวานทั้งเก่าและใหม่ต่างก็ตั้งอยู่เรียงรายเต็มท้องตลาดไปหมด คงยากแก่การห้ามใจสุด ๆ ใครเจอร้านไหนน่านั่งน่าลองก็พากันแชร์คลิปวิดีโอ พากันรีวิวความหวานฉ่ำชื่นใจลงสื่อโซเชียลกันเต็มไปหมด หนุ่ม ๆ สาว ๆ คนไหนเห็นแล้วก็ต้องพากันไปเช็คอินเพื่อไม่ให้พลาดของอร่อย (ใช่ไหมล่ะ อย่าส่ายหัว เพราะเรารู้...คุณก็เป็น)

แต่! ของอร่อยมักไม่มีประโยชน์ แต่ใครจะคิดกันเล่าว่า น้ำตาลไม่ใช่แค่ไม่มีประโยชน์ธรรมดา แต่ยังอันตรายอย่างมากอีกด้วย! Dr. Raymond Francis กล่าวว่า เพียงแค่น้ำตาลช้อนเดียวภายในช่วงระยะเวลา 2 ชั่วโมง ก็เต็มไปด้วยข้อเสียนานัปการแล้ว กล่าวคือ ภูมิต้านทานของคุณจะลดเหลือเพียง 50 เปอร์เซ็นต์ นั่นส่งผลให้เชื้อโรคพุ่งหาร่างกายของคุณได้ง่ายขึ้น ร่างกายของคุณจะปั่นป่วน ดังนั้น หากคุณอัดน้ำตาลเข้าสู่ร่างกายทั้งเช้า สาย บ่าย เย็น หรือก่อนนอน (มื้อหิว) แล้วล่ะก็ หายนะแน่ ๆ ซึ่งคุณหมอท่านนี้ยืนยันชัดเจนอีกด้วยว่า ปริมาณที่เหมาะสมในการรับประทานน้ำตาล คือ ไม่มีเลย ไม่มีแม้สักครึ่งช้อนชา...ไม่มี! พูดเป็นเล่น! (นั่นมันความสุขวันละนิดของการกินเชียวนะ) แถมคุณหมอยังย้ำอีกต่างหากว่า ผู้ใหญ่ห้ามเด็กไม่ให้สูบบุรี่กินเหล้า แต่ซื้อขนมนมเนยให้แทน นั่นอันตรายยิ่งกว่าแอลกอฮอลล์และบุหรี่เสียอีก!

หลายคนอาจยังไม่อยากเชื่อและมองว่า หากบริโภคในปริมาณที่เหมาะสม ก็ไม่น่าจะเดือดร้อนตรงไหน แต่แน่นอนล่ะว่า Dr. Raymond Francis ยังกล่าวย้ำต่อไปอีกว่า น้ำตาลนำมาซึ่งโรคต่าง ๆ มากมาย อาทิ โรคอัลไซเมอร์ โรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคเบาหวาน และรวมถึงไข้หวัดต่าง ๆ (ยาพิษใกล้ตัวก็ว่าได้)

อย่างไรก็ตาม เมื่อคุณทราบถึงอันตรายของ “น้ำตาล” แล้ว คงไม่ใช่เรื่องง่ายหากคุณจะหักดิบ ไม่กินน้ำตาล ไม่แตะน้ำตาล ชนิดที่ว่าเป๊ะๆๆๆร้อยเปอร์เซ็นต์ จริงไหม? คุณอาจต้องเริ่มจากการควบคุมปริมาณของการบริโภคทีละน้อย เนื่องจากการหักดิบจะทำให้คุณตบะแตก กล่าวคือ น้ำตาลเป็นสารประกอบคาร์โบไฮเดรตซึ่งมีรสหวาน เป็นสารที่ให้ความหวานและพลังงานแก่ร่างกาย อีกทั้งยังทำให้รู้สึกสดชื่น กระชุ่มกระชวย โดยเฉพาะการอยู่ในประเทศที่อากาศร้อนอบอ้าวเช่นนี้ การดื่มน้ำหวานย่อมช่วยดับกระหายได้เป็นอย่างดี ดังนั้น ร่างกายของคุณยังโหยหามันอยู่ หากคุณอดหรือหักดิบไม่รับประทานเลย ในท้ายที่สุดแล้ว คุณจะอดรนทนไม่ไหวอย่างแน่นอน ฉะนั้นวันนี้ เราเข้าใจคุณดี เราจึงรวบรวมวิธี ”ลด” ปริมาณน้ำตาลมาฝากทุกคนกัน ดังนี้

  1. เริ่มหันมาตวงน้ำตาลใส่ช้อน เพื่อควบคุมปริมาณเบื้องต้น
  2. จดบันทึกปริมาณน้ำตาลที่คุณทานเข้าไปในแต่ละวัน เริ่มจากวันแรกของการลด และต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ จนปัจจุบัน
  3. รู้จักอ่านฉลากโฆษณาสินค้าที่คุณซื้อมาบริโภค หากเขียนบนฉลากว่า “ไม่มีน้ำตาล”, “สกัดจากธรรมชาติ” หรือ “Organic Raw Sugar” หรือ “Honey” ก็คว้ามาทานได้เลย
  4. ลองเปลี่ยนมาดื่มน้ำเปล่าดับกระหายแทนน้ำหวานดูสิ
  5. เปลี่ยนของทานเล่นจากขนมนมเนยมาเป็นผลไม้
  6. การออกกำลังกายวันละ 30 นาทีช่วยลดความอยากน้ำตาลได้
  7. หยุดซื้อขนมหวานเข้าบ้าน!
  8. ลดความเครียด เพราะความเครียดจะทำให้ร่างกายเสียสมดุล ยากแก่การควบคุมปริมาณน้ำตาลให้เหมาะสม
  9. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพราะร่างกายจะสดชื่น ซึ่งนั่นทำให้ร่างกายไม่ต้องการเพิ่มความหวานมากจนเกินไป
  10. ตั้งเป้าหมายและมีความมุ่งมั่น ยิ่งหากคุณไม่ใช่ผู้ป่วย ปริมาณการทานหวานอาจไม่จำเป็นต้องเคร่งเครียดเท่าดังนั้น เพียงแค่รู้จักควบคุมและรู้เท่าทันสมดุลของการรับประทาน ก็นับว่าเจ๋งสุด ๆ แล้ว

ไม่จำเป็นต้องละเลิกการรับประทานน้ำตาลได้แบบ Dr. Raymond Francis และไม่จำเป็นต้องทำให้ได้ครบ 10 ข้อข้างต้น ขอแค่ลองปฏิบัติตามดูทีละข้อสองข้อ และเพิ่มจำนวนข้อขึ้นเรื่อย ๆ ทีละขั้นอย่างไม่เคร่งครัดจนเกินไป ลองดูสิ เพราะทั้งหมดนี้ ... ก็เพื่อสุขภาพที่ดีกว่าของคุณอย่างไรล่ะ

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่

บทความต่อไป
3  เหตุผลที่ทำให้การพยายามทำหลายสิ่งขณะขี่จักรยานเป็นความผิดพลาด
3 เหตุผลที่ทำให้การพยายามทำหลายสิ่งขณะขี่จักรยานเป็นความผิดพลาด

การพยายามทำหลายอย่างเกินไปขณะขี่จักรยานอาจกลายเป็นผลเสียได้และนี่คือเหตุผล

ช่วงของจังหวะการเต้นหัวใจกับการออกกำลังกาย
ช่วงของจังหวะการเต้นหัวใจกับการออกกำลังกาย

การใช้ 5 ช่วงอัตราการเต้นของหัวใจเพื่อการออกกำลังกายอย่างมีประสิทธิภาพ