มะเร็งและโรคร้าย

สัญญาณและอาการเบื้องต้นของการติดเชื้อ HIV หรือโรคเอดส์

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
Istock 175242896 %281%29

หนุ่มสาวหลายคนในสังคมปัจจุบันมีค่านิยมเกี่ยวกับการมีคู่ครองที่น่ากลัวมากขึ้น ซึ่งมักจะต้องมีเรื่องเพศสัมพันธ์เข้ามาเกี่ยวข้อง จนทำให้ละเลยการป้องกันโรคติดต่อร้ายแรงอย่างโรคเอดส์ แม้แต่คนที่มีหน้าตาดีแลดูสะอาดสะอ้าน ก็ใช่ว่าจะปลอดเชื้อ HIV 100% เพราะกว่าจะตรวจพบนั้นจะต้องตรวจเลือดให้ครบ 3 ครั้ง แต่ละครั้งห่างกัน 3 เดือน เนื่องจากเราไม่สามารถตรวจหาเชื้อ HIV ให้เจอได้ทันทีในครั้งแรกนั่นเอง

โรคเอดส์สามารถติดต่อกันได้หลายช่องทาง แต่เมื่อเราได้รับเชื้อ HIV หรือเชื้อไวรัสเอดส์เข้าสู่ร่างกายแล้วจะยังไม่แสดงอาการเจ็บป่วยออกมาอย่างชัดเจน เนื่องจากมีภูมิคุ้มกันของร่างกายที่ปกป้องไว้ พอภูมิคุ้มกันถูกทำลายจนเหลือน้อยหรือมีปริมาณเม็ดเลือดขาวลดลงจำนวนมาก ทำให้ไม่สามารถจัดการและควบคุมเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมที่ทำให้เราเจ็บป่วยได้ ส่งผลให้เราอยู่ในภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องแล้วประสบปัญหาโรคฉวยโอกาสที่คร่าชีวิตเราไปในที่สุด อย่างเช่นโรควัณโรคและโรคปอดบวม เป็นต้น

สำหรับสัญญาณเตือนหรืออาการโรคเอดส์ที่แสดงออกมานั้น โดยปกติจะมีอาการเกิดขึ้นภายใน 2 – 6 สัปดาห์ หลังจากที่ร่างกายได้รับเชื้อไวรัส HIV ซึ่งเป็นกลุ่มอาการของโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องที่สร้างความเสียหายให้กับภูมิคุ้มกันของร่างกาย และทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนที่ทำให้เสียชีวิต โดยมี 12 สัญญาณเตือนหรืออาการโรคเอดส์ที่บ่งบอกว่าเราอาจจะติดเชื้อไวรัสเอดส์ได้ดังนี้

                สัญญาณที่ 1 มีไข้ เป็นอาการหนึ่งที่พบได้มากที่สุดของการติดเชื้อไวรัส HIV ในระยะแรกๆ สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งเพศชายและเพศหญิง โดยมักจะปรากฏในเวลาไม่นานหลังจากที่ร่างกายได้รับเชื้อเข้ามาภายใน 2 – 4 สัปดาห์ แล้วอาการไข้ก็จะค่อยๆ หายไปเอง

                สัญญาณที่ 2 ปวดศีรษะ อาการปวดศีรษะอาจจะดูเหมือนอาการปวดแบบปกติทั่วไปที่คุ้นเคยในแต่ละวัน แต่ผู้ชายจำนวนไม่น้อยที่ติดเชื้อไวรัส HIV นี้มักจะเป็นไข้จากโรคหลอดเลือดในสมอง แล้วทำให้มีอาการปวดศีรษะเล็กน้อยถึงปานกลาง จึงเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ส่งผลต่อการละเลย เพราะมองว่าเป็นเรื่องปกติแล้วไม่รักษา

                สัญญาณที่ 3 ต่อมน้ำเหลืองบวม ผู้ที่ได้รับเชื้อไวรัส HIV จะมีอาการบวมหรืออักเสบของต่อมน้ำเหลืองที่อยู่ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น ลำคอ รักแร้ และขาหนีบ จะมีอาการค่อยๆ บวมขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด แต่ไม่สร้างความเจ็บปวดจนทำให้เข้าใจว่าเป็นอาการจากโรคอื่น

                สัญญาณที่ 4 ปวดเมื่อยตามตัว โดยเฉพาะในผู้ชายที่ได้รับเชื้อไวรัส HIV จะรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงของร่างกายอย่างมาก ด้วยความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและระดับพลังงานที่มีในตัว พบว่ามีอาการเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าได้ง่ายกว่าปกติทั่วไป แต่ถ้าออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะทำให้รู้สึกผิดแปลกไปจากคนปกติทั่วไป

                สัญญาณที่ 5 มีผื่นเป็นหย่อมๆ อาการในระยะแรกๆ ที่เกิดขึ้น จะปรากฏเป็นผื่นที่ขึ้นเป็นหย่อมๆ บนผิวหนังที่มีสีซีดจาง จากนั้นจะขยายบริเวณไปยังรอบข้าง โดยผื่นที่เกิดขึ้นนั้นจะจางหายไปเองภายใน 1 สัปดาห์ หลังจากที่เชื้อไวรัส HIV ในร่างกายเจริญเติบโตมากขึ้น

                สัญญาณที่ 6 คลื่นไส้อาเจียน มีอาการวิงเวียนศีรษะจนคลื่นไส้และอาเจียนออกมา เมื่อรักษาตามอาการด้วยวิธีปกติแล้วกลับไม่หาย หรือมีอาการดีขึ้นแม้แต่น้อย

                สัญญาณที่ 7 น้ำหนักลด น้ำหนักตัวลดลงในระยะเวลาเพียงสั้นๆ โดยไม่ทราบสาเหตุ ทั้งที่รับประทานอาหารในปริมาณตามปกติแล้วก็ตาม

                สัญญาณที่ 8 ไอเรื้อรัง มีลักษณะอาการแบบไอแห้งๆ เรื้อรังติดต่อกันเป็นระยะเวลาที่นานผิดปกติ

                สัญญาณที่ 9 สมาธิสั้น รู้สึกกระวนกระวาย กังวลหรือหงุดหงิดง่าย ความจำสั้น สมาธิสั้น และมีปัญหาเกี่ยวกับการจดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

                สัญญาณที่ 9 เหงื่อออกมาก ถึงแม้ว่าสภาพอากาศจะเย็นสบายก็ตาม แต่กลับมีเหงื่อออกมากผิดปกติ

                สัญญาณที่ 10 เล็บผิดปกติ เล็บมีรูปร่างและสีที่เปลี่ยนแปลงไป อาจจะมีลักษณะบิดเบี้ยว แยกชั้น คดโค้งงอ และดูไม่เงางาม

                สัญญาณที่ 12 ชาตามนิ้วมือนิ้วเท้า รู้สึกไม่มีเรี่ยวแรง นิ้วชาทั้งปลายนิ้วมือและนิ้วเท้า เนื่องจากเส้นประสาทได้รับความเสียหายนั่นเอง

                โดยปกติตามธรรมชาติของการติดเชื้อไวรัส HIV นั้น ช่วงแรกๆ จะยังไม่มีการแสดงอาการออกมาให้เห็นทันที แต่เชื้อไวรัสนี้จะแฝงตัวอยู่ในระยะเวลาสักพักหนึ่ง ก่อนที่จะเริ่มแสดงอาการออกมา บางรายที่มีภูมิคุ้มกันดีอาจจะใช้ระยะเวลาเป็นปีๆ หรือถึง 10 ปี ในขณะที่อีกรายหนึ่งที่มีอาการเล็กๆ น้อยๆ ออกมาทันที หลังจากที่ร่างกายติดเชื้อไวรัส HIV แล้ว

                ดังนั้นหากพบว่าตัวเองมีอาการต่างๆ ที่กล่าวมาข้างต้นนี้ปรากฏขึ้น ควรรีบไปรับการทดสอบเชื้อไวรัส HIV ทันที ถึงแม้ว่าเราจะยังไม่ทราบผลการตรวจว่าจะติดเชื้อหรือไม่ก็ตาม แต่ในปัจจุบันนี้สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้ ถ้ารู้จักวิธีปฏิบัติตัวได้อย่างถูกต้อง และยังช่วยให้เราได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที พร้อมกับเป็นการป้องกันการแพร่เชื้อจากตัวเองสู่ผู้อื่นอีกด้วย

                สัญญาณเตือนหรืออาการโรคเอดส์ที่กล่าวมานี้ ดูเผินๆ อาจจะเหมือนกับอาการไม่สบายธรรมดาๆ หรือติดเชื้อไวรัสชนิดอื่น แต่จะต้องพิจารณาร่วมกับลักษณะของกิจกรรมที่ทำก่อนหน้านี้ด้วยเช่นกัน ว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นพฤติกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัส HIV หรือไม่ ถ้ามีอาการดังต่อไปนี้หลายข้อและทวีความรุนแรงมากขึ้น ควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วนที่สุดค่ะ

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่