การผ่าตัด

อาการแสดงและอาการของลิ่มเลือด

คุณมีลิ่มเลือดหรือไม่ ?
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
อาการแสดงและอาการของลิ่มเลือด

การมีลิ่มเลือดอาจทำให้เกิดปัญหาที่ร้ายแรงได้ โดยเฉพาะช่วงเวลาที่คุณกำลังพักฟื้นหลังการผ่าตัด

ร่างกายของเรามีความสามารถในการทำให้เลือดกลายเป็นลิ่มเลือดขึ้นมาเพื่อที่จะป้องกันการสูญเสียเลือดที่อาจเป็นอันตรายแก่ชีวิตได้ เช่น จากการได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยอย่างการถูกมีดบาด แต่การที่มีลิ่มเลือดนั้นอาจไม่ได้ดีเสมอไป เพราะลิ่มเลือดอาจเกิดขึ้นในเวลาที่ไม่เหมาะสมหรือในตำแหน่งที่ไม่ต้องการก็เป็นได้

ทำไมถึงเกิดลิ่มเลือด ?

ในสภาวะปกติ เมื่อร่างกายได้รับบาดเจ็บจะมีการสั่งการให้เกิดกลไกการห้ามเลือดเพื่อป้องกันไม่ให้เสียเลือด นั่นคือการสร้างลิ่มเลือดขึ้นมาในตำแหน่งที่ได้รับบาดเจ็บ แต่หากร่างกายไม่สามารถเกิดกลไกการสร้างลิ่มเลือดขึ้นได้นั้น เพียงการได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เช่นโดนมีดบาดที่นิ้ว อาจทำให้คุณเสียเลือดจนกระทั่งเสียชีวิตได้

ลิ่มเลือดคืออะไร?

เมื่อร่างกายได้รับบาดเจ็บจะส่งผลให้หลอดเลือดได้รับบาดเจ็บตามมา การบาดเจ็บชนิดฟกช้ำคือเมื่อมีอุบัติเหตุใดที่ทำให้หลอดเลือดเสียหายจนเลือดที่อยู่ภายในหลอดเลือดไหลออกมาทำให้เห็นสีบริเวณผิวหนัง

เมื่อไรก็ตามที่คุณได้รับบาดเจ็บที่ทำให้หลอดเลือดขนาดเล็กเสียหาย  เกล็ดเลือดจะมารวมตัวกันในตำแหน่งที่บาดเจ็บและจะเชื่อมต่อกันเพื่ออุดตำแหน่งที่เลือดจะออกมา เมื่อเกล็ดเลือดเริ่มทำงานจะมีโปรตีนชนิดหนึ่งที่เรียกว่า ไฟบริน ทำหน้าที่เชื่อมสร้างเป็นร่างแหไฟเบอร์เพื่อสร้างความแข็งแรงของลิ่มเลือด

ให้จินตนาการว่าหลอดเลือดนั้นทำหน้าที่คล้ายกับเขื่อน: ทันใดที่เขื่อนเกิดมีรอยร้าวเล็ก ๆ ขึ้น น้ำในเขื่อนเริ่มที่จะไหลแทรกตัวออกมา เกล็ดเลือดจะเป็นตัวตอบสนองชนิดแรกที่เข้ามาในเหตุการณ์นี้ มันสามารถช่วยอุดรูรั่วดังกล่าวได้ชั่วคราว ไฟบรินจะเป็นตัวที่มาช่วยซ่อมเขื่อนในภายหลัง โดยเพิ่มความแข็งแรงของเขื่อนจนกระทั่งกลับมาแข็งแรงเช่นเดิมอีกครั้ง

ร่างกายของคุณสามารถสร้างลิ่มเลือดขึ้นมาเมื่อไรก็ตามที่ต้องการ เช่น เมื่อคุณไปชนเข้ากับบางอย่างแล้วเกิดจุดฟกช้ำขึ้นซึ่งเป็นตัวอย่างของลิ่มเลือดที่อยู่ภายในหลอดเลือด  หากปราศจากกระบวนการดังกล่าว เราสามารถเสียชีวิตได้จากการเสียเลือดถึงแม้จะเป็นการบาดเจ็บเล็กน้อยก็ตาม

แล้วเมื่อไรที่จะเกิดลิ่มเลือดที่ไม่ดีขึ้น ?

ลิ่มเลือดนั้นเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ทรอมบัส(thrombus) ซึ่งสามารถทำให้เกิดปัญหาได้ 2 ทางด้วยกัน อย่างแรกคือ เมื่อทรอมบัสนั้นกลายเป็นเอ็มโบลัส ซึ่งหมายถึงการหลุดลอยของทรอมบัสไปยังตำแหน่งอื่น ๆ ที่ไม่ต้องการผ่านทางกระแสเลือด  นอกจากนี้ ทรอมบัสยังทำให้เกิดปัญหาได้อีกเมื่อมันมีขนาดใหญ่มากจนอุดตันหลอดเลือด ซึ่งมักจะเห็นได้ในเหตุการณ์ที่พบบ่อย เช่น ภาวะหัวใจล้มเหลว เส้นเลือดสมองอุดตัน และภาวะหลอดเลือดขาอุดตัน

หลอดเลือดแดงนั้นจะมีขนาดเล็กลงเรื่อย ๆ เมื่อยิ่งห่างจากหัวใจ ฉะนั้นลิ่มเลือดที่อยู่ใกล้หัวใจจะไปอุดหลอดเลือดที่มีขนาดเล็กกว่า ซึ่งจะทำให้เลือดที่ขนส่งออกซิเจนไปเลี้ยงในตำแหน่งนั้น ๆ ไม่สามารถไปเลี้ยงได้อย่างเพียงพอ ภาวะเส้นเลือดสมองอุดตันชนิดembolic stroke เป็นตัวอย่างที่พบบ่อยที่สุดในภาวะเส้นเลือดสมองอุดตัน ซึ่งเกิดจากการที่มีลิ่มเลือดลอยไปอุดตันบริเวณสมอง ทำให้ไม่มีเลือดและออกซิเจนไปเลี้ยงได้อย่างเพียงพอ

ในทางตรงกันข้าม หลอดเลือดดำนั้นมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อนำเลือดกลับเข้าสู่หัวใจ ดังนั้นลิ่มเลือดที่อยู่ในหลอดเลือดดำสามารถผ่านเข้าสู่หัวใจส่งออกไปยังปอด ซึ่งจะนำมาสู่ภาวะที่อันตรายถึงชีวิตที่เรียกว่า ภาวะลิ่มเลือดอุดกั้นในหลอดเลือดปอด(pulmonary embolism)  นอกจากนี้ยังมีการอุดตันของหลอดเลือดอื่น ๆ ที่พบบ่อย นั่นคือการอุดตันของหลอดเลือดบริเวณขา

อาการแสดงและอาการของลิ่มเลือด

อาการแสดงและอาการของลิ่มเลือดนั้นขึ้นอยู่กับตำแหน่งของลิ่มเลือดว่าอยู่ที่ใด อีกทั้งยังขึ้นอยู่กับว่าลิ่มเลือดอยู่ในหลอดเลือดแดงหรือหลอดเลือดดำ รวมถึงขนาดของหลอดเลือด  ความรุนแรงของอาการนั้นหลากหลาย อาจรุนแรงถึงขั้นเป็นเส้นเลือดในสมองอุดตัน หรือมีเพียงอาการปวดขาเล็กน้อย

อาการแสดงและอาการเบื้องต้นที่แสดงถึงการมีลิ่มเลือดในหลอดเลือดแดงมีดังนี้ :

  • มีอาการปวดปานกลาง-รุนแรงเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน
  • ผิวซีดในตำแหน่งที่มีการอุดตัน
  • มีความรู้สึกคล้ายเข็มทิ่ม
  • มีอาการบวมเหนือบริเวณที่มีการอุดตัน

หากมีลิ่มเลือดในหลอดเลือดแดงที่บริเวณสมอง (หลอดเลือดสมองอุดตัน) อาจจะทำให้เกิดอาการสับสนหรืออาการอัมพาตตามมา แต่ลิ่มเลือดที่อยู่บริเวณขา (หลอดเลือดขาอุดตัน) นั้น อาจทำให้มีอาการปวด ผิวหนังที่ขามีสีซีดลง มีความรู้สึกเปลี่ยนแปลงไป เช่น รู้สึกเหมือนมีเข็มทิ่ม ความสามารถในการเดินลดลง  นอกจากนี้หากมีลิ่มเลือดอุดตันหลอดเลือดที่เลี้ยงหัวใจอาจทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดหัวใจขาดเลือด หรือหัวใจล้มเหลวได้

อาการแสดงและอาการของหลอดเลือดดำอุดตัน ดังนี้

  • ตำแหน่งที่มีการอุดตันร้อนขึ้น
  • มีอาการบวม
  • มีอาการเจ็บ
  • มีอาการปวดปานกลาง-รุนแรงซึ่งเพิ่มขึ้นเป็นชั่วโมงหรือเป็นวัน

ตัวอย่างเช่น การมีลิ่มเลือดที่ขา ซึ่งรู้จักกันในชื่อหลอดเลือดดำที่ขาอุดตันอาจทำให้เกิดอาการปวดและรู้สึกร้อนขึ้นมาในตำแหน่งที่มีการอุดตัน ขาด้านที่ผิดปกติจะมีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าอีกข้างเนื่องจากมีการบวมและเมื่อสัมผัสจะรู้สึกเจ็บ

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่

บทความต่อไป
ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนของการผ่าตัดหัวใจ
ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนของการผ่าตัดหัวใจ

เข้าใจถึงความเสี่ยงที่เป็นไปได้ของการผ่าตัดหัวใจ