การคุมกำเนิด

ผลข้างเคียงจากการเลือกใช้วิธีคุมกำเนิดที่ต้องคิดถึงก่อนเลือกใช้

วิธีการคุมกำเนิดแบบใดที่เหมาะกับคุณ?
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 961,240 คน

ผลข้างเคียงจากการเลือกใช้วิธีคุมกำเนิดที่ต้องคิดถึงก่อนเลือกใช้

ในปัจจุบันมีวิธีคุมกำเนิดหลายรูปแบบและมีหลายปัจจัยที่คุณต้องพิจารณาก่อนที่จะตัดสินใจเลือก หากคุณมีภาวะบางอย่างหรือมีปัจจัยเสี่ยงบางข้ออาจจะทำให้คุณไม่เหมาะที่จะใช้วิธีการคุมกำเนิดบางวิธี การรู้ผลข้างเคียงของวิธีคุมกำเนิดแต่ละวิธีก่อนนั้นจะช่วยให้คุณสามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น

คุณอาจจะต้องการพิจารณาว่าคุณเองคิดว่าจะสามารถทนผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้วิธีคุมกำเนิดบางวิธีได้หรือไม่ โดยทั่วไป ผลข้างเคียงเหล่านี้มักไม่รุนแรงและมักจะหายไปหลังใช้ไประยะหนึ่ง

โฆษณาจาก HonestDocs
เราจัดส่งยาถึงบ้านคุณ!

ส่งด่วนภายใน 1 วันในกรุงเทพ หรือส่งธรรมดาด้วย EMS ใน 2-3 วันทั่วประเทศ

คลิก

ตัวอย่างเช่น วิธีการคุมกำเนิดโดยใช้ฮอร์โมนโดยเฉพาะที่ใช้ฮอร์โมนเอสโตรเจนนั้นอาจจะทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงได้

ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยของการรับประทานยาคุมกำเนิดนั้นเช่นอาการคลื่นไส้หรือมีเลือดออกกะปริบกะปรอย

บางคนที่ใช้การฉีดยาคุมกำเนิดนั้นอาจจะเกิดผลข้างเคียงเช่นประจำเดือนออกมากกว่าปกติ หรือน้ำหนักเพิ่ม นอกจากนั้นการใช้การฉีดยาคุมกำเนิดนั้นยังอาจทำให้กระดูกสูญเสียไปในช่วงที่ใช้ยาได้

  • ผลข้างเคียงของการใช้ยาคุมกำเนิด
  • ผลข้างเคียงของการใช้ยาคุมกำเนิดชนิดที่มีฮอร์โมนโปรเจสตินเพียงอย่างเดียว

เพิ่มเติมเกี่ยวกับผลข้างเคียง

ยาฆ่าเชื้ออสุจิบางชนิดอาจทำให้องคชาติหรือช่องคลอดเกิดการระคายเคืองได้ ผู้หญิงบางคนอาจเกิดปฏิกิริยาที่ผิวหนังเมื่อใช้แผ่นแปะคุมกำเนิด

ผู้ที่ใช้ยาฝังคุมกำเนิดนั้นมักจะพบผลข้างเคียงคือประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ และอาจมีอาการปวดบริเวณที่ทำการฝังยา และห่วงคุมกำเนิดเช่น Mirena หรือ ParaGard นั้นทะลุผ่านผนังมดลูกระหว่างการใส่ได้ แต่พบได้น้อยมาก ซึ่งหากไม่ได้รับการแก้ไขแล้ว ห่วงคุมกำเนิดนี้อาจไปทำลายอวัยวะอื่นๆ ในอุ้งเชิงกรานได้

การศึกษาผลข้างเคียงของวิธีการคุมกำเนิดแต่ละชนิดจะช่วยให้คุณสบายใจขึ้นหากคุณมีอาการดังกล่าว

ปฏิกิริยาการแพ้

อีกเรื่องหนึ่งที่จำเป็นต้องคิดถึงคือโอกาสในการแพ้ยา หากคุณหรือคู่นอนของคุณแพ้ยาง คุณอาจจะเลือกใช้ถุงยางอนามัยชนิดที่ทำจากซิลิโคนหรือ polyurethane แทน เช่น

  • ถุงยางอนามัยสำหรับผู้หญิง
  • ถุงยางอนามัยที่ทำจาก polyurethane
  • ถุงยางอนามัยที่ทำจาก SKYN polyisoprene
  • ถุงยางอนามัยที่ทำจากหนังแกะ

และไม่แนะนำให้ผู้ที่มีอาการแพ้บางและซิลิโคนใช้การคุมกำเนิดด้วย diaphragms และ cervical caps บางคนอาจมีอาการแพ้ต่อสารเคมีที่ใช้ในยาฆ่าเชื้ออสุจิ

นอกจากนั้นอาจมีการแพ้ฮอร์โมนที่พบในยาคุมกำเนิดหรือวิธีการคุมกำเนิดโดยใช้ฮอร์โมนวิธีอื่น, แพ้ทองแดงที่อยู่ในห่วงคุมกำเนิด ParaGard และเกิดผื่นแพ้เมื่อใช้ NuvaRing ได้

ประวัติทางการแพทย์

ควรพิจารณาว่าคุณมีประวัติทางการแพทย์ในอดีตที่อาจส่งผลต่อวิธีการคุมกำเนิดบางชนิดหรือไม่ ตัวอย่างเช่น

  • ไม่แนะนำให้ใช้ยาคุมกำเนิดในผู้หญิงที่สูบบุหรี่
  • การใช้ยาคุมกำเนิดในผู้ที่มีภาวะบางภาวะเช่นไมเกรน เบาหวาน และประวัติการสูบบุหรี่หรือโรคหัวใจนั้นอาจจะไม่ปลอดภัย
  • มีผู้หญิงกลุ่มใดที่ไม่ควรใช้วิธีการคุมกำเนิดที่ใช้ฮอร์โมนหรือไม่?
  • ยาคุมกำเนิดสามารถส่งผลต่อความดันโลหิตได้หรือไม่?
  • น้ำหนักกับประสิทธิภาพของการใช้ยาคุมกำเนิด

เรื่องอื่นๆ ที่ควรพิจารณาเพิ่มเติม

การที่คุณเพิ่งคลอดลูกหรือให้นมบุตรนั้นอาจจะส่งผลต่อวิธีการคุมกำเนิดได้ หากคุณอยู่ในช่วงเวลาดังกล่าวการเลือกใช้ยาคุมกำเนิดชนิดที่มีฮอร์โมนโปรเจสตินอย่างเดียวนั้นอาจจะเป็นทางเลือกที่ดี นอกจากนั้นควรพิจารณาด้วยว่าบางวิธีเช่นการใช้ diaphragm, cervical caps และ sponge นั้นอาจจะมีประสิทธิภาพลดลงภายหลังจากที่ผู้หญิงมีการคลอดลูก

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์กับห่วงคุมกำเนิด

อีกปัจจัยหนึ่งที่ต้องคิดถึงก็คือคุณกำลังหรือมีโอกาสในการติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์หรือไม่

หากคุณมีโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อยู่ระหว่างที่มีการใส่ห่วงคุมกำเนิด อาจทำให้มีการนำการติดเชื้อดังกล่าวเข้าสู่มดลูก ซึ่งจะทำให้เกิดการติดเชื้อในอุ้งเชิงกรานและเป็นหมันตามมาหากไม่ได้รับการรักษา หากคุณเลือกใช้ห่วงคุมกำเนิดและมีความเสี่ยงในการติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ คุณอาจจะต้องใช้ถุงยางอนามัยก่อนและหลังจากที่ใส่ห่วงคุมกำเนิด

  • ห่วงคุมกำเนิด ParaGard
  • ห่วงคุมกำเนิด Mirena

การฉีดยาคุมกำเนิดกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

นอกจากนั้น มีการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร Sexually Transmitted Diseases ที่พบว่าผู้หญิงที่ใช้ยาฉีดคุมกำเนิดนั้นมีโอกาสที่จะติดเชื้อ chlamydia หรือหนองในมากกว่าผู้หญิงที่ใช้ยาคุมกำเนิดหรือวิธีการคุมกำเนิดที่ไม่ใช่ฮอร์โมนถึง 3 เท่าในช่าวง 1 ปี

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์กับการใช้ถุงยางอนามัย

หากคุณกำลังเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ควรทราบไว้ว่าการใช้ถุงยางอนามัยนั้นเป็นวิธีเดียวที่จะช่วยป้องกันการแพร่เชื้อโรคนี้ให้กับคู่นอนของคุณ

ในความเป็นจริงแล้ว ถุงยางอนามัยสามารถช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ต่อไปนี้ : หนองในเทียม. หนองในแท้, trichomoniasis, ซิฟิลิส, การติดเชื้อ HIV, โรคตับอักเสบ, chancroid และการติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน การใช้ถุงยางอนามัยยังสามารถป้องกันการเกิดช่องคลอดอักเสบที่เกิดจาก trichomoniasis หรือการเปลี่ยนแปลงสมดุลกรดเบสในช่องคลอดที่อาจถูกกระคุ้นโดยน้ำอสุจิ

อย่างไรก็ตามการใช้ถุงยางอนามัยนั้นไม่ได้ช่วยป้องกันการเกิดหูดหงอนไก่หรือการติดเชื้อเริม

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่