Voltaren SR 75 (Diclofenac Sodium SR tablet 75 mg) ยาแก้ปวด ต้านการอักเสบ โวลทาเรน เอสอาร์ 75 ขนาดบรรจุ 10 เม็ด/แผง

Novartis
Voltaren SR 75 (Diclofenac Sodium SR tablet 75 mg) ยาแก้ปวด ต้านการอักเสบ โวลทาเรน เอสอาร์ 75 ขนาดบรรจุ 10 เม็ด/แผง
Voltaren SR 75 (Diclofenac Sodium SR tablet 75 mg) ยาแก้ปวด ต้านการอักเสบ โวลทาเรน เอสอาร์ 75 ขนาดบรรจุ 10 เม็ด/แผง
Voltaren SR 75 (Diclofenac Sodium SR tablet 75 mg) ยาแก้ปวด ต้านการอักเสบ โวลทาเรน เอสอาร์ 75 ขนาดบรรจุ 10 เม็ด/แผง
Voltaren SR 75 (Diclofenac Sodium SR tablet 75 mg) ยาแก้ปวด ต้านการอักเสบ โวลทาเรน เอสอาร์ 75 ขนาดบรรจุ 10 เม็ด/แผง
โวลทาเรน ตัวยา Diclofenac ชนิดที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ สำหรับบรรเทาอาการปวดและอักเสบบริเวณต่าง ๆ เช่น ปวดฟัน กล้ามเนื้อ ข้อต่อต่าง ๆ อยู่ในรูปแบบยาเม็ดสามารถออกฤทธิ์ได้ยาวนาน
thb 199.0

Voltaren SR 75

ตัวยาสำคัญ Diclofenac 75 mg ชนิดออกฤทธิ์เนิ่น

Diclofenac เป็นยาในกลุ่มยาแก้ปวดจำพวกเอ็นเสด (NSAIDs) ซึ่งเป็นยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ มีฤทธิ์ยับยั้งการสร้างสารโพรสตาแกลนดิน (Prostaglandin) ในร่างกาย ซึ่งเป็นตัวชักนำให้เกิดการอักเสบ โดยจะเข้าไปขัดขวางการทำงานของเอนไซม์ไซโคลออกซีจีเนส (Cyclooxygenase) ทั้งชนิด 1 (Cox-1) และชนิด 2 (Cox-2) ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของกระบวนการสังเคราะห์สารโพรสตาแกลนดิน ยานี้จึงมีสรรพคุณในการต้านการอักเสบของเนื้อเยื่อต่าง ๆ (โดยเฉพาะอย่างยิ่งการอักเสบของข้อต่อกระดูก เยื่อหุ้มปอด เยื่อหุ้มหัวใจ) ช่วยแก้อาการปวด ลดไข้ ป้องกันและบรรเทาอาการปวดประจำเดือน แต่ในขณะเดียวกันตัวยาก็ไปยับยั้งกลไกการสร้างเมือกปกคลุมเยื่อบุผิวในกระเพาะอาหาร จึงทำให้เยื่อบุผิวกระเพาะอาหารเกิดการระคายเคืองจากน้ำย่อยกลายเป็นโรคแผลเพ็ปติก (แผลในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้น) และกระเพาะอาหารอักเสบได้ง่าย

ข้อบ่งใช้

  1. ใช้บรรเทาอาการปวดศีรษะไมเกรน (Migraine), ปวดประจำเดือน (Dysmenorrhea), ปวดฟัน, อาการปวดและอักเสบในโรคกระดูก, อาการปวดนิ่วในท่อไต, อาการปวดนิ่วในไตและนิ่วในถุงน้ำดี, อาการปวดหลังการผ่าตัดและคลอดบุตร, อาการปวดเฉียบพลันด้วยสาเหตุถูกกระแทก, อาการกดเจ็บ, อาการปวดและอักเสบจากการได้รับบาดเจ็บ
  2. ใช้เป็นยาบรรเทาอาการปวดและลดการอักเสบจากภาวะข้ออักเสบจากสาเหตุต่าง ๆ เช่น โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheumatoid arthritis), โรคข้อเสื่อมชนิดรุนแรง (Osteoarthritis), โรคข้อสันหลังอักเสบเรื้อรัง (Ankylosing spondylitis), การอักเสบของถุงเล็ก ๆ ที่บรรจุน้ำไขข้อ (Bursitis), โรคเกาต์ระยะเฉียบพลัน (Gout)
  3. ใช้เป็นยาลดการอักเสบของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น เช่น เส้นเอ็นอักเสบ (Tendinitis), ข้อเคล็ดข้อแพลง (Sprain) เป็นต้น
  4. ในปัจจุบันยานี้ได้ถูกพัฒนาเป็นยาทาในรูปแบบเจล (Gel) ซึ่งมีไว้สำหรับใช้ทาเพื่อบรรเทาอาการปวด บวม อักเสบจากข้อเสื่อม และจากการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น และข้อ เช่น อาการปวดกล้ามเนื้อหลังจากการเล่นกีฬาหรือจากการทำงานหนัก

วิธีการใช้

รับประทานวันละ 1 ครั้ง ครั้งละ 1 เม็ด หลังอาหาร

อาการข้างเคียงจากการใช้ยา

  • อาการแสดงความเสี่ยงการเกิดความผิดปกติของหลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดสมอง ควรไปพบแพทย์ทันที เช่น เจ็บแน่นหน้าอก หายใจขัดหรือหายใจลำบาก ร่างกายอ่อนแรงครึ่งซีก มีปัญหาการพูด
  • อาการแสดงความเสี่ยงการเกิดความผิดปกติของทางเดินอาหาร ควรหยุดใช้ยาทันทีและแจ้งให้แพทย์ทราบ เช่น ปวดท้อง แสบร้อนกลางอก อาเจียนเป็นเลือดหรือเป็นสีกาแฟ อุจจาระมีเลือดปน มีสีดำ หรือลักษณะคล้ายน้ำมันดินผิว ซีด หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ ปัสสาวะสีขุ่นหรือปนเลือด ปวดหลัง ปัสสาวะลำบาก
  • อาการอื่น ๆ แผลพุพอง (blisters) ผื่น ผื่นลมพิษ อาการคัน อาการบวมที่บริเวณตา ใบหน้า ลิ้น ริมฝีปาก คอ มือ แขน เท้า ข้อเท้า หรือน่อง

คำแนะนำในการใช้ยาไดโคลฟีแนค

คำแนะนำ

  • ให้รับประทานยานี้พร้อมกับน้ำ 1 แก้ว (ให้กลืนยาทั้งเม็ด ห้ามหักแบ่งหรือเคี้ยวเม็ดยา) โดยควรรับประทานยาพร้อมอาหารหรือหลังอาหารทันที และให้ดื่มน้ำตามมาก ๆ เพื่อลดอาการระคายเคืองในกระเพาะอาหาร ไม่ควรนอนลงหลังจากรับประทานยาประมาณ 15-30 นาที เพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคืองทางเดินอาหารส่วนต้นได้ (เช่น หลอดอาหาร) ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาต่อการกลืน
  • เมื่อรับประทานยานี้แล้วควรหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ ไม่รับประทานยาในกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) ยาแก้ปวดหรือยารักษาไข้หวัดที่มีส่วนผสมของยากลุ่มเอ็นเสด และควรหลีกเลี่ยงแสงแดดจ้า ๆ(การรับประทานยาในกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) 2 ชนิดหรือมากกว่า 2 ชนิดร่วมกัน อาจทำให้มีโอกาสเกิดผลข้างเคียงเพิ่มขึ้น ส่วนการใช้ยาพาราเซตามอล แอสไพริน หรือคีโตโรแลค ในขณะที่รับประทานยานี้ก็อาจทำให้มีโอกาสเกิดผลข้างเคียงขึ้นด้วยเช่นกัน โดยความเสี่ยงจะขึ้นอยู่กับจำนวนยาที่รับประทานในแต่ละวัน และขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่รับประทานยาร่วมกัน)
  • ผู้ป่วยควรรับประทานยานี้ตามวิธีใช้ที่ระบุไว้บนฉลากยาหรือตามคำสั่งของแพทย์อย่างเคร่งครัด รับประทานยาให้ตรงเวลาทุกครั้ง และห้ามใช้ยาในขนาดที่น้อยกว่าหรือมากกว่าที่ระบุไว้ หากมีข้อสงสัยควรสอบถามแพทย์หรือเภสัชกร
  • การใช้ยานี้ในเด็กจะต้องอยู่ในดุลยพินิจของแพทย์เท่านั้นเนื่องจากมีข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ยาไดโคลฟีแนคในเด็กน้อย
  • ไม่ควรซื้อยานี้มารักษาตนเองเป็นเวลานานเกินกว่า 1 สัปดาห์ หากต้องใช้ยาติดต่อกันเป็นเวลานานต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

หมายเหตุ: HonestDocs ไม่ได้ขายยา แต่จัดซื้อยาที่เภสัชกรจ่ายได้จากร้านขายยา และจัดส่งยาถึงที่หมายเพื่อความสะดวกของคุณ ในกรณีที่คุณหายาที่ต้องการใกล้ที่อยู่ไม่ได้ หรือป่วยหนักจนไม่สามารถออกไปซื้อยาได้ แต่หากมีอาการป่วยแนะนำให้ไปพบแพทย์

สินค้าที่คุณน่าจะสนใจ
Clindamycin (Vitara Clinda Gel) เจลใสสำหรับแต้มสิวอักเสบ จะช่วยลดการอักเสบของสิว ทำให้สิวแห้งและยุบตัวเร็ว และป้องกันการเกิดรอยดำ ไม่ทำให้ผิวหน้าแห้งตึง
thb 149.0
ยาทารักษาสิวอักเสบ สิวหัวหนอง ออกฤทธิ์โดยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย
thb 79.0
ช่วยบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อ ปวดข้อ ปวดหลัง เกร็ง ช้ำ หรือเป็นตะคริว
thb 129.0

โปรแกรมตรวจสุขภาพที่คุณน่าจะสนใจ
ตรวจสุขภาพผู้ชายช่วงอายุ 50 ปีขึ้นไป โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
thb 12000.0
ล้างสารพิษในเลือดด้วยการทำดีท็อกซ์ ปลอดภัย ไม่มีผลข้างเคียง
thb 2400.0
เตรียมตัวตรวจเช็คสุขภาพก่อนแต่งงานที่สำคัญ เพื่อให้ครอบครัวของคุณก้าวไปข้างหน้าไม่มีสะดุด
thb 6200.0

ขั้นตอนการใช้บริการ

  • ขั้นตอนที่ 1

    เลือกดูยาที่คุณต้องการ

  • ขั้นตอนที่ 2

    เพิ่มเราเป็นเพื่อนในไลน์ @honestdocs แล้วแจ้งตัวยาและสถานที่จัดส่ง เพื่อให้ทีมงานคำนวณยอดโอน

    หมายเหตุ:
    1) เราไม่ได้เป็นร้านขายยา เราซื้อยาจากร้านขายยาที่มีใบอนุญาติและจัดส่งให้คุณเพื่อความสะดวกเท่านั้น
    2) ราคายาบนหน้าเว็บ เป็นราคาโดยประมาณ

    3) เราไม่จัดส่งยาที่อยู่ในกลุ่มยาควบคุมพิเศษ ที่ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์เท่านั้น

  • ขั้นตอนที่ 3

    รอรับยา

    “ส่งธรรมดา” ทั่วประเทศภายใน 3 วัน ด้วย EMS "ส่งด่วน" ใน กทม. ภายใน 24 ชม. ด้วยแมสเซนเจอร์

  • ขั้นตอนที่ 4

    แจ้งเบอร์โทรที่ใช้สมัครสมาชิกเว็บกับทีมงานในไลน์ @honestdocs เพื่อรับเหรียญฟรี 10%

คำถามที่ถามบ่อยเกี่ยวกับยาชนิดนี้

ถ้าฟันหน้าหักครึ่งซีกจะทำอย่างไรได้บ้างครับ
คำถามนี้ได้การตอบจากพยาบาลผู้เชี่ยวชาญ