เรเมอรอน โซลแท็บ 15 มก. 30 เม็ด (Remeron SolTab) ตัวยาเมอร์เทซาปีน (Mirtazapine)

MSD
เรเมอรอน โซลแท็บ 15 มก. 30 เม็ด (Remeron SolTab) ตัวยาเมอร์เทซาปีน (Mirtazapine)
เรเมอรอน โซลแท็บ 15 มก. 30 เม็ด (Remeron SolTab) ตัวยาเมอร์เทซาปีน (Mirtazapine)
เรเมอรอน โซลแท็บ 15 มก. 30 เม็ด (Remeron SolTab) ตัวยาเมอร์เทซาปีน (Mirtazapine)
เรเมอรอน โซลแท็บ 15 มก. 30 เม็ด (Remeron SolTab) ตัวยาเมอร์เทซาปีน (Mirtazapine)
Mirtazapin เพิ่มการหลั่งสารสื่อประสาทในสมอง มีสรรพคุณรักษาอาการของโรคซึมเศร้า ออกฤทธิ์โดยการปรับสมดุลของสารเคมีในมสอง ก่อให้เกิดฤทธิ์ต้านการซึมเศร้าขึ้นมา
thb 1339.0

Remeron soltab 15 mg

Mirtazapine ยาจะเพิ่มการหลั่งสารสื่อประสาทในสมองประเภท Noradrenergic และ Serotoneric neurotransmission และจากการปรับสมดุลของสารเคมีดัง กล่าวก่อให้เกิดฤทธิ์ต้านภาวะซึมเศร้าขึ้นมา

ตัวยาสำคัญ

  • Mirtazapine 15 mg

วิธีใช้

  • รับประทานยาปริมาณเริ่มต้น 15 มิลลิกรัม/วัน อาจค่อย ๆ เพิ่มปริมาณยาตามการตอบสนองต่อยา และอาจปรับเปลี่ยนปริมาณยาโดยใช้ระยะเวลาอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ ปริมาณยาที่ให้ผลทางการรักษาได้ดี คือ 15-45 มิลลิกรัม วันละ 1 ครั้ง โดยรับประทานก่อนนอน หรือแบ่งรับประทานเป็นวันละ 2 ครั้ง

ข้อควรระวัง

  • หลีกเลี่ยงการใช้ยานี้หากกำลังใช้ยาทริปโตเฟน หรือยารักษาโรคซึมเศร้าในกลุ่มเอมเอโอไอ (MAOI: Monoamine Oxidase Inhibitor) ในช่วง 14 วันก่อนหน้า เช่น ยาไอโซคาร์บอกซาซิด ยาลีเนโซลิด เซเลกิลีน เป็นต้น
  • แจ้งให้แพทย์ทราบเกี่ยวกับยาทุกชนิดที่กำลังใช้อยู่ก่อนใช้ยานี้ เพราะยาบางชนิดอาจทำปฏิกิริยากับยานี้ได้ เช่น ยาไซเมทิดีน ยาไดอะซีแพม และยาคีโตโคนาโซล เป็นต้น
  • แจ้งให้แพทย์ทราบก่อนใช้ยานี้ หากป่วยเป็นโรคตับหรือโรคไต ต้อหินชนิดมุมปิด โรคไบโพลาร์ มีอาการชักหรือเป็นโรคลมชัก ความดันต่ำ วิงเวียน มีระดับไขมันคอเลสเตอรอลหรือไตรกลีเซอไรด์สูง มีปัญหาในการปัสสาวะ ความดันลูกตาสูง มีประวัติเป็นโรคหัวใจหรือโรคหลอดเลือดสมอง มีประวัติใช้ยาเสพติด หรือมีความคิดฆ่าตัวตาย
  • หากพบว่าเกิดอาการดีซ่านหรือตัวเหลืองตาเหลือง ให้หยุดใช้ยาทันที
  • ผู้ป่วยบางรายที่ใช้ยานี้ครั้งแรกอาจพบว่ายาทำให้มีความคิดฆ่าตัวตาย ซึ่งแพทย์จะประเมินอาการในเบื้องต้นระหว่างที่ผู้ป่วยใช้ยานี้ โดยครอบครัวหรือผู้ดูแลต้องคอยเฝ้าดูการเปลี่ยนแปลงของอารมณ์และอาการผิดปกติต่าง ๆ ของผู้ป่วย
  • ผู้ที่ตั้งครรภ์ วางแผนมีบุตร กำลังให้นมบุตร หรือผู้สูงอายุ ควรปรึกษาแพทย์ถึงข้อดีและข้อเสียของยาก่อนใช้ยานี้
  • ผู้ป่วยโรคฟีนิลคีโตนูเรียซึ่งเป็นโรคทางพันธุกรรมที่เกี่ยวกับความบกพร่องทางเมตาบอลิซึมของร่างกาย ให้ปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยา Mirtazapine ชนิดเม็ดแตกตัวเร็วในช่องปาก เพราะอาจมีส่วนประกอบของฟีนิลอะลานีน ซึ่งอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงจากการใช้ยาได้
  • การดื่มแอลกอฮอล์ระหว่างที่ใช้ยานี้อาจเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดผลข้างเคียงสูงขึ้น
  • หลีกเลี่ยงการใช้ยานี้ในผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี โดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์ และไม่อนุญาตให้ใช้ยานี้ในเด็ก
  • ผู้ป่วยต้องใช้ยาอย่างต่อเนื่องตามที่แพทย์สั่ง ซึ่งอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์อาการจึงจะดีขึ้น แต่หากใช้ยานานเกิน 4 สัปดาห์แล้วอาการไม่ดีขึ้น ให้ไปพบแพทย์
  • ระหว่างที่ใช้ยานี้ ให้ระมัดระวังในการขับรถหรือทำกิจกรรมที่ต้องอาศัยความตื่นตัว เพราะยาอาจทำให้ความคิดและการตอบสนองของร่างกายบกพร่อง

คำแนะนำ

  • ใช้ยาตามฉลากและตามคำสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัด ไม่ใช้ยานี้ในปริมาณมากกว่า น้อยกว่า หรือติดต่อกันนานกว่าที่แพทย์แนะนำ หากมีข้อสงสัยควรสอบถามแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาเสมอ
  • สามารถรับประทานยา Mirtazapine พร้อมอาหารหรือไม่ก็ได้ โดยปกติให้รับประทานยาชนิดเม็ดพร้อมน้ำเปล่า ส่วนยาชนิดเม็ดแตกตัวเร็วในช่องปากต้องปล่อยให้ยาค่อย ๆ ละลายในปาก ห้ามเคี้ยวหรือกลืนยา และอาจดื่มน้ำตามเพื่อช่วยในการกลืนยา
  • ห้ามหยุดใช้ยาอย่างกะทันหันโดยไม่ปรึกษาแพทย์ เพราะอาจทำให้เกิดอาการถอนยา
  • หากลืมรับประทานยา ให้รับประทานทันทีที่นึกขึ้นได้ หากใกล้กับเวลาที่ต้องใช้ยาในรอบถัดไป ให้ข้ามไปใช้ยารอบต่อไป และห้ามเพิ่มปริมาณยาเป็น 2 เท่า

อาการข้างเคียง

  • เวียนศีรษะ ง่วงซึม ฝันแปลก การมองเห็นเปลี่ยนแปลงไป อยากอาหารมากขึ้น น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น ปากแห้ง และท้องผูก เป็นต้น ซึ่งหากอาการดังกล่าวไม่หายไปหรือรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน ผู้ป่วยก็ควรไปพบแพทย์

ควรหยุดใช้ยาและไปพบแพทย์ทันทีเมื่อ

  • อาการแพ้ยา เช่น ลมพิษ มีผื่นขึ้น หายใจลำบาก หน้าบวม ริมฝีปากบวม ลิ้นบวม และคอบวม เป็นต้น
  • ต้องการนอนหลับน้อยลง มีความคิดที่เร็วมากจนพูดตามไม่ทัน มีพฤติกรรมผิดปกติ มีความสุขหรือเศร้าเกินปกติ พูดมากกว่าปกติ
  • มองเห็นไม่ชัด มองเห็นภาพเหมือนมองผ่านท่อ ตาบวม ปวดตา มองเห็นรัศมีรอบแสงไฟ
  • ความอยากอาหารหรือน้ำหนักตัวเปลี่ยนแปลง
  • วิงเวียน คล้ายจะหมดสติ
  • รู้สึกไม่สบายหรืออ่อนเพลียกะทันหัน มีไข้ หนาวสั่น เจ็บคอ มีแผลในปาก เหงือกบวมหรือแดง กลืนลำบาก
  • มีผื่นคัน มีแผลพุพอง มีน้ำเหลืองไหล เจ็บฝ่ามือหรือฝ่าเท้าอย่างรุนแรง
  • ระดับโซเดียมในร่างกายต่ำ อาจมีอาการบางอย่าง เช่น สับสน ปวดศีรษะ พูดไม่ชัด อ่อนเพลียรุนแรง เสียการทรงตัว อาเจียน และรู้สึกไม่มั่นคง เป็นต้น
  • มีปฏิกิริยาของระบบประสาทอย่างรุนแรง ซึ่งอาจทำให้มีอาการ เช่น กล้ามเนื้อตึงมาก มีไข้สูง เหงื่อออก สับสน หัวใจเต้นเร็วหรือเต้นผิดปกติ สั่น รู้สึกคล้ายจะเป็นลม เป็นต้น
  • กลุ่มอาการระดับสารเซโรโทนินในร่างกายสูง ซึ่งอาจมีอาการ เช่น หลอน กระสับกระส่าย มีไข้ หัวใจเต้นเร็ว การตอบสนองของร่างกายไวเกิน คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย เสียการทรงตัว หน้ามืด เป็นต้น

การเก็บรักษา

  • เก็บอุณหภูมิต่ำกว่า 30 องศาเซลเซียส

ทะเบียนยา

  • 1C55/57(N)
สินค้าที่คุณน่าจะสนใจ
อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ อินนูฟอส 15 ซอง
thb 619.0
คอลลาเจนเปปไทด์ บริสุทธิ์ 100% ช่วยบำรุงผิวให้อ่อนเยาว์ กระชับ สว่างใส ทั่วเรือนร่าง
thb 1039.0
ผิวกายแพ้ง่าย ปาล์มเมอร์สูตรโกโก้บัตเตอร์ มาสซาสโลชั่น
thb 489.0
ผิวกายแพ้ง่าย สการ์เอสทิค สการ์ครีม 10 กรัม
thb 409.0

ขั้นตอนการใช้บริการ

  • ขั้นตอนที่ 1

    เลือกดูยาที่คุณต้องการ

  • ขั้นตอนที่ 2

    เพิ่มเราเป็นเพื่อนในไลน์ @honestdocs แล้วแจ้งตัวยาและสถานที่จัดส่ง เพื่อให้ทีมงานคำนวณยอดโอน

    หมายเหตุ:
    1) เราไม่ได้เป็นร้านขายยา เราซื้อยาจากร้านขายยาที่มีใบอนุญาติและจัดส่งให้คุณเพื่อความสะดวกเท่านั้น
    2) ราคายาบนหน้าเว็บ เป็นราคาโดยประมาณ

    3) เราไม่จัดส่งยาที่อยู่ในกลุ่มยาควบคุมพิเศษ ที่ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์เท่านั้น

  • ขั้นตอนที่ 3

    รอรับยา

    “ส่งธรรมดา” ทั่วประเทศภายใน 3 วัน ด้วย EMS "ส่งด่วน" ใน กทม. ภายใน 24 ชม. ด้วยแมสเซนเจอร์

  • ขั้นตอนที่ 4

    แจ้งเบอร์โทรที่ใช้สมัครสมาชิกเว็บกับทีมงานในไลน์ @honestdocs เพื่อรับเหรียญฟรี 10%

คำถามที่ถามบ่อยเกี่ยวกับยาชนิดนี้