Prenolol 100mg 1แผง

Berlin
Prenolol 100mg 1แผง
Prenolol 100mg 1แผง
Prenolol 100mg 1แผง
Prenolol 100mg 1แผง
ตัวยา Atenolol 100 mg ออกฤทธิ์จำเพาะต่อ Betaadrenergic Receptors ที่หัวใจมากกว่าที่อื่น เหมาะสำหรับรักษาอาการความดันโลหิตสูง และลดอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ
thb 59.0

Prenolol 100 mg

ตัวยาสำคัญ Atenolol 100 mg

Atenolol เป็นยา Beta-blocker ซึ่งเป็น Beta-selective (ออกฤทธิ์จำเพาะต่อ Betaadrenergic Receptors ที่หัวใจมากกว่าที่อื่น) ยาจะปิดกั้นการทำงานของตัวรับดังกล่าวส่งผลให้หัวใจลดการบีบตัวลง ทำให้ปริมาณเลือดที่ถูกสูบฉีดออกจากหัวใจน้อยลงด้วย อีกทั้งส่งผลยับยั้งการปลดปล่อยสารเรนิน (Renin, สารที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมความดันโลหิต) จากไตทำให้เพิ่มการขับถ่ายของเกลือโซเดียมออกจากร่างกาย จากกลไกเหล่านี้จึงส่งผลลดอัตราการเต้นของหัวใจทำให้กลับมาเต้นในจังหวะที่ปกติ ลดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดและลดความดันโลหิตสูงได้ตามสรรพคุณ อนึ่งยานี้ไม่สามารถซึมผ่านสมองได้จึงไม่ก่อให้เกิดอาการข้างเคียงต่อระบบประสาทส่วนกลางมากนัก และถือเป็นข้อดีอีกประการของยา

การใช้ยา

Atenolol เป็นยาตามใบสั่งแพทย์ โดยพิจารณาจากเงื่อนไขของผู้ป่วยแต่ละราย ควรอ่านฉลากยาและทำตามคำสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัด ไม่ใช้ยาในปริมาณที่มากหรือน้อยเกินไป และไม่ควรใช้ยานี้เกินกว่าระยะเวลาที่แพทย์สั่ง

  • ใช้ยาอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 2 สัปดาห์ตามคำสั่งแพทย์เพื่อการเห็นผลที่ชัดเจน
  • ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดเกี่ยวกับการรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย ควบคู่ไปกับการใช้ยาในการรักษาความดันโลหิตสูง หากลืมรับประทานทานยาตามเวลาที่แพทย์สั่ง เมื่อนึกขึ้นได้สามารถรับประทานได้ทันที หากลืมรับประทานยาใกล้กับมื้ออาหารถัดไป ให้รับประทานยาในเวลาและขนาดตามปกติ ไม่ต้องเพิ่มขนาดยาเพื่อทดแทนในมื้อที่ขาดหายไป

ข้อควรระวังในการใช้ยา

  • ไม่ควรใช้ยาในผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ เช่น หัวใจเต้นช้ามากกว่าปกติ หัวใจวาย เป็นต้น
  • ไม่ควรหยุดใช้ยาโดยไม่ปรึกษาแพทย์ เพราะการหยุดยาทันทีอาจส่งผลให้อาการแย่ลงได้
  • ควรแจ้งแพทย์หรือทันตแพทย์ให้ทราบล่วงหน้าเกี่ยวกับการใช้ยา หากต้องเข้ารับการผ่าตัด
  • หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในขณะใช้ยา เพราะอาจทำให้เกิดอาการวิงเวียนและง่วงซึมได้
  • ไม่ควรใช้ยาในเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี
  • ควรแจ้งแพทย์ให้ทราบเกี่ยวกับเงื่อนไขทางการแพทย์ โดยเฉพาะบุคคลที่อยู่ในกลุ่มดังต่อไปนี้
    1. ภาวะหัวใจวาย
    2. โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ (หลอดเลือดแข็ง)
    3. โรคปอด เช่น โรคหอบหืด โรคหลอดลมอักเสบ โรคถุงลมโป่งพอง อาจทำให้ผู้ป่วยหายใจลำบาก
    4. โรคเบาหวาน เนื่องจากตัวยาอาจบดบังอาการจากภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ทำให้หัวใจเต้นไม่เร็วตามที่ควรจะเป็น
    5. โรคไทรอยด์เป็นพิษ
    6. โรคตับ โรคไต ควรระมัดระวังการใช้ยา เพราะอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงจากการขับยาออกจากร่างกายที่ช้ากว่าปกติ
    7. เนื้องอกที่ต่อมหมวกไต (Pheochromocytoma)
    8. โรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายอุดตัน เช่น โรคเรเนาด์ (Raynaud's Syndrome)
    9. โรคภูมิแพ้ ผู้ที่อยู่ในช่วงการรักษาหรือผู้ที่ต้องทำการทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนัง
  • หญิงตั้งครรภ์ เพราะยาอาจส่งผลข้างเคียงต่อทารกในครรภ์ได้
  • หญิงที่อยู่ในช่วงให้นมบุตร เพราะมักถูกขับออกไปที่นมมารดาและสามารถส่งผลข้างเคียงต่อทารกได้
  • ควรแจ้งแพทย์ให้ทราบเกี่ยวกับประวัติการใช้ยาที่กำลังใช้หรือเพิ่งหยุดใช้ เพราะอาจทำให้เกิดปฏิกิริยาที่ไม่พึงประสงค์ได้ โดยเฉพาะยาดังต่อไปนี้
    1. ยารักษาโรคหัวใจ เช่น ไดจอกซิน (Digoxin) ดิจิทาลิส (Digitalis) เป็นต้น
    2. ยาแก้ปวดในกลุ่มเอ็นเสด เช่น อินโดเมธาซิน (Indomethacin) เป็นต้น
    3. ยาอื่น ๆ ในกลุ่มเบต้าบล็อคเกอร์ เช่น ไบโซโปรลอล (Bisoprolol) คาร์วีดิลอล (Carvedilol) ลาเบทาลอล (Labetalol) เมโทโพรลอล (Metoprolol) เนบิโวลอล (Nebivolol) โพรพราโนลอล (Propranolol) โซทาลอล (Sotalol) ทิโมลอล (Timolol) เป็นต้น
    4. ยาที่เกี่ยวข้องกับหัวใจหรือความดันเลือด เช่น อะมิโอดาโดร (Amiodarone) โคลนิดีน (Clonidine) ดิลไทอะเซม (Diltiazem) ไดโซไพราไมด์ (Disopyramide) นิคาร์ดิปีน (Nicardipine)
    5. ไนเฟดิปีน (Nifedipine) รีเซอร์พีน (Reserpine) เวอราปามิล (Verapamil) เป็นต้น
    6. รวมถึงวิตามินหรือสมุนไพรต่าง ๆ

อาการข้างเคียงจากการใช้ยา

ผลข้างเคียงที่พบได้มาก เช่น

  1. ภาพซ้อน
  2. มือและเท้าเย็น
  3. รู้สึกสับสน
  4. วิงเวียนศีรษะ คล้ายจะเป็นลม เมื่อมีการเปลี่ยนอิริยาบถจากท่านั่งหรือท่านอน
  5. แน่นหน้าอก หายใจลำบาก หายใจถี่ หายใจมีเสียงหวีด
  6. เหงื่อออกมาก
  7. เหนื่อย อ่อนแรง

ผลข้างเคียงที่พบได้น้อย เช่น

  • วิตกกังวล ตื่นตกใจ
  • เจ็บหน้าอก
  • หนาวสั่น
  • ไอ
  • เป็นลม
  • หัวใจเต้นผิดปกติ เร็วหรือช้าเกินไป
  • ปวดขา

รวมถึงผลข้างเคียงที่พบได้ยาก เช่น

  • ปัสสาวะเป็นเลือด หรือไม่ค่อยปัสสาวะ
  • ความดันเลือดสูงขึ้น
  • กระหายน้ำ เบื่ออาหาร
  • ปวดเอว หรือปวดที่บริเวณข้างลำตัว
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น
  • มีอาการบวมที่ใบหน้า นิ้วมือ หรือขาตั้งแต่ใต้หัวเข่า เป็นต้นไป

การเก็บรักษา

ควรเก็บยาไว้ที่ที่อุณหภูมิห้อง หรือประมาณ 20-25 องศาเซลเซียส ไม่ควร เก็บในที่ที่มีความร้อน ความชื้น ไม่ควรสัมผัสแสงโดยตรง รวมถึงปิดฝาให้สนิททุกครั้งหลังใช้ยา และควรเก็บให้ไกลจากมือเด็ก

หมายเหตุ: HonestDocs ไม่ได้ขายยา แต่จัดซื้อยาที่เภสัชกรจ่ายได้จากร้านขายยา และจัดส่งยาถึงที่หมายเพื่อความสะดวกของคุณ ในกรณีที่คุณหายาที่ต้องการใกล้ที่อยู่ไม่ได้ หรือป่วยหนักจนไม่สามารถออกไปซื้อยาได้ แต่หากมีอาการป่วยแนะนำให้ไปพบแพทย์

สินค้าที่คุณน่าจะสนใจ
ยาอมบรรเทาอาการไอแบบไม่มีเสมหะ ผสมตัวยาเด็กซ์โตรเมทอร์แฟน
thb 69.0
ใช้รักษาโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ตามฤดูกาลหรือโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ที่มีอาการตลอดทั้งปี
thb 529.0

โปรแกรมตรวจสุขภาพที่คุณน่าจะสนใจ
ตรวจมะเร็งสำหรับผู้ชายแบบ PREMIUM เพื่อสุขภาพที่ปลอดภัยไร้โรค
thb 1999.0
ตรวจสุขภาพตามช่วงวัย เช็คความพร้อมของร่างกายและปัจจัยเสี่ยงโรคต่าง ๆ
thb 13200.0
ตรวจสุขภาพและคัดกรองมะเร็ง เพิ่มโอกาสรอด รู้เร็ว เตรียมพร้อมรับมือเร็ว
thb 7100.0

ขั้นตอนการใช้บริการ

  • ขั้นตอนที่ 1

    เลือกดูยาที่คุณต้องการ

  • ขั้นตอนที่ 2

    เพิ่มเราเป็นเพื่อนในไลน์ @honestdocs แล้วแจ้งตัวยาและสถานที่จัดส่ง เพื่อให้ทีมงานคำนวณยอดโอน

    หมายเหตุ:
    1) เราไม่ได้เป็นร้านขายยา เราซื้อยาจากร้านขายยาที่มีใบอนุญาติและจัดส่งให้คุณเพื่อความสะดวกเท่านั้น
    2) ราคายาบนหน้าเว็บ เป็นราคาโดยประมาณ

    3) เราไม่จัดส่งยาที่อยู่ในกลุ่มยาควบคุมพิเศษ ที่ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์เท่านั้น

  • ขั้นตอนที่ 3

    รอรับยา

    “ส่งธรรมดา” ทั่วประเทศภายใน 3 วัน ด้วย EMS "ส่งด่วน" ใน กทม. ภายใน 24 ชม. ด้วยแมสเซนเจอร์

  • ขั้นตอนที่ 4

    แจ้งเบอร์โทรที่ใช้สมัครสมาชิกเว็บกับทีมงานในไลน์ @honestdocs เพื่อรับเหรียญฟรี 10%

คำถามที่ถามบ่อยเกี่ยวกับยาชนิดนี้

ถ้าฟันหน้าหักครึ่งซีกจะทำอย่างไรได้บ้างครับ
คำถามนี้ได้การตอบจากพยาบาลผู้เชี่ยวชาญ