Lexapro (Escitalopram) ยารักษาโรคซึมเศร้าและวิตกกังวล 10มก. ขนาดบรรจุ 28เม็ด/กล่อง ||ไม่สามารถให้บริการได้ ควรให้แพทย์สั่งเท่านั้น||

Lundbeck
Lexapro (Escitalopram) ยารักษาโรคซึมเศร้าและวิตกกังวล 10มก. ขนาดบรรจุ 28เม็ด/กล่อง ||ไม่สามารถให้บริการได้ ควรให้แพทย์สั่งเท่านั้น||
Lexapro (Escitalopram) ยารักษาโรคซึมเศร้าและวิตกกังวล 10มก. ขนาดบรรจุ 28เม็ด/กล่อง ||ไม่สามารถให้บริการได้ ควรให้แพทย์สั่งเท่านั้น||
Escitalopram ใช้รักษาอาการซึมเศร้าและคลายความวิตกกังวล ออกฤทธิ์โดยการปรับสมดุลของสารสื่อประสาทในสมอง ให้ผู้ป่วยรู้สึกมีเรี่ยวแรง รู้สึกดีต่อตนเอง หรือคลายความประหม่าได้
thb 1509.0

Lexapro 10 mg 1กล่อง (2แผง)

เป็นยาต้านเศร้าในกลุ่มเอสเอสอาร์ไอ (Selective Serotonin Reuptake Inhibitors: SSRI) ที่ออกฤทธิ์ช่วยปรับสมดุลของสารเซโรโทนินในสมอง โดยออกฤทธิ์เป็นยารักษาโรคซึมเศร้า โดยยับยั้งการ reuptake ของ serotonin (5-HT) ที่เข้าไปในserotonergic neurons โดยการจับกับ serotonin tansporter มีผลทำให้เพิ่มระดับของ serotonin เป็นยาต้าน ส่งผลให้ผู้ป่วยรู้สึกมีเรี่ยวแรง รู้สึกดีต่อตนเอง หรือคลายความประหม่าได้ โดยนำมาใช้รักษาโรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล โรคย้ำคิดย้ำทำ โรคแพนิค หรืออาจใช้รักษาโรคอื่น ๆ ตามดุลยพินิจของแพทย์

ตัวยาสำคัญ

  • Escitalopram 10 mg

ขนาดรับประทาน

  • วันละครั้ง ในตอนเช้า หรือตอนเย็น
  • รักษาโรคซึมเศร้า แบบเริ่มต้น ขนาดยารับประทาน 10 mg ต่อวัน
  • รักษาโรคซึมเศร้า แบบต่อเนื่อง ขนาดยารับประทาน 10-20 mg ต่อวัน
  • รักษาโรควิตกกังวลร่วมกับโรคซึมเศร้า แบบเริ่มต้น ขนาดยารับประทาน 10 mg ต่อวัน
  • รักษาโรควิตกกังวลร่วมกับโรคซึมเศร้า แบบต่อเนื่อง ขนาดยารับประทาน 10-20 mg ต่อวัน

ข้อควรระวัง

  • เมื่อใช้ยานี้ร่วมกับยา CNS depressants
  • แจ้งให้แพทย์ทราบเกี่ยวกับยาทุกชนิดที่กำลังใช้อยู่ ทั้งยาที่แพทย์สั่ง ยาที่ซื้อใช้ด้วยตนเอง วิตามิน และสมุนไพรใด ๆ เพราะมียาหลายชนิดที่อาจมีปฏิกิริยากับยานี้ โดยเฉพาะยาการใช้ยาบางชนิดภายใน 14 วันก่อนใช้ยานี้ เช่น ยาลีเนโซลิด ยาเมทิลีน บลู ยาพิโมไซด์ รวมไปถึงการใช้ยารักษาอาการซึมเศร้ากลุ่มอื่น ๆ และยารักษาโรคพาร์กินสัน เป็นต้น
  • ในผู้ที่เป็นโรคหรือภาวะที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงระบบเมตาบอลิสม หรือระบบไหลเวียนเลือด การทำงานของตับเสียไป
  • มีประวัติอาการคลั่ง (Mania)
  • มีประวัติเป็นโรคลมชัก
  • การทำงานของไตเสียไปรุนแรง
  • สตรีมีครรภ์ ปรืออยู่ระหว่างการให้นมบุตร

ปฏิกิริยาระหว่างยา (Drug interactions)

  • Selegiline มีผลทำให้เกิดพิษต่อระบบประสาทส่วนกลาง หรือเกิดภาวะ serotonin syndrome เป็นภาวะที่มีระดับ serotonin สูงเกินไป ทำให้เกิดอาการอุณหภูมิสูง ความดันโลหิตสูง หงุดหงิดง่าย อารมณ์เปลี่ยนแปลง

คำเตือนในการใช้ยา Escitalopram

  • ห้ามหยุดใช้ยาโดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์ เพราะอาจเสี่ยงเกิดผลข้างเคียงจากการใช้ยาได้สูง
  • ระหว่างที่ใช้ยา ให้หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ การขับรถ หรือการทำกิจกรรมที่ต้องอาศัยความตื่นตัว จนกว่าจะแน่ใจว่ายาไม่ทำให้เกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย เพราะยาอาจทำให้มีอาการวิงเวียนหรือง่วงซึมได้
  • อาการของผู้ป่วยจะดีขึ้นเร็วเมื่อใช้ยานี้ในการรักษาอาการซึมเศร้า มีปัญหาการนอนหลับ และความอยากอาหาร แต่อาการอื่น ๆ นอกจากนี้ อาจต้องใช้เวลาถึง 4 สัปดาห์ จึงจะเริ่มเห็นผลการรักษา
  • แพทย์อาจตรวจสุขภาพดวงตาของผู้ป่วยเป็นระยะ เพราะยาอาจเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับดวงตา และควรแจ้งแพทย์ทันทีหากพบว่าตนมีอาการเจ็บตา การมองเห็นเปลี่ยนแปลง ตาบวม หรือแดงรอบดวงตาในระหว่างที่ใช้ยานี้
  • ยานี้อาจทำให้ระดับโซเดียมในร่างกายลดลง และหากลดต่ำลงมากเกินไปก็อาจส่งผลให้เกิดอาการต่าง ๆ ที่อาจเป็นอันตรายได้ เช่น ชัก หมดสติ มีปัญหาในการหายใจ หรือเสียชีวิต เป็นต้น
  • อาจทำให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะในกลุ่มอาการระยะคิวทียาว ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต และอาจส่งผลให้เกิดอาการอื่น ๆ เช่น เวียนศีรษะอย่างรุนแรง หน้ามืด เป็นต้น หากผู้ป่วยพบอาการดังกล่าวต้องไปพบแพทย์ทันที
  • แจ้งให้แพทย์ทราบก่อนใช้ยาหากมีภาวะหัวใจล้มเหลว หัวใจเต้นช้า โรคหัวใจขาดเลือด ภาวะหัวใจหยุดเต้น มีปัญหาหัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือมีประวัติคนในครอบครัวมีปัญหาหัวใจเต้นผิดจังหวะ
  • หากใช้ยานี้กับเด็ก ต้องใช้อย่างระมัดระวัง และอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดเสมอ
  • ผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปให้ใช้ยานี้อย่างระมัดระวัง เพราะเสี่ยงเกิดผลข้างเคียงจากการใช้ยาสูง
  • ผู้ที่ตั้งครรภ์ วางแผนมีบุตร หรือกำลังให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ถึงข้อดีและข้อเสียของยาก่อนใช้เสมอ
  • การใช้ยานี้ในระหว่างตั้งครรภ์อาจทำให้ทารกเกิดอาการถอนยา เช่น มีปัญหาในการหายใจหรือกินอาหาร ชัก กล้ามเนื้อแข็งเกร็ง เป็นต้น โดยเฉพาะการใช้ยาในช่วงไตรมาสที่ 3 ของการตั้งครรภ์

คำแนะนำ

  • ใช้ยาตามฉลากและตามคำสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัด หากมีข้อสงสัยควรสอบถามแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาเสมอ
  • การใช้ยา Escitalopram นั้น สามารถรับประทานพร้อมอาหารหรือไม่ก็ได้
  • ควรใช้ยานี้อย่างสม่ำเสมอ เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดทางการรักษา
  • หากลืมรับประทานยา ให้รับประทานทันทีที่นึกขึ้นได้ หากใกล้กับเวลาที่ต้องใช้ยาในรอบถัดไป ให้ข้ามไปใช้ยารอบต่อไป และห้ามเพิ่มปริมาณยาเป็น 2 เท่า
  • หากสงสัยว่าตนใช้ยาเกินกว่าปริมาณที่กำหนด ควรแจ้งให้แพทย์ทราบทันที
  • แจ้งให้แพทย์ทราบหากอาการไม่ดีขึ้นหรือแย่ลง
  • ห้ามให้ผู้อื่นใช้ยานี้ และห้ามใช้ยาของผู้อื่น

ควรหยุดใช้ยาและไปพบแพทย์ทันทีเมื่อ

  • อาการแพ้ยา เช่น ลมพิษ หายใจลำบาก หน้าบวม ริมฝีปากบวม ลิ้นบวม คอบวม มีผื่นคัน ผิวหนังบวมแดง มีเม็ดพุพอง ผิวลอกพร้อมกับมีไข้หรือไม่มีไข้ แน่นหน้าอกหรือลำคอ หายใจเสียงดัง มีปัญหาในการหายใจหรือการพูด เป็นต้น
  • แน่นหน้าอก หรือเจ็บหน้าอก
  • เวียนศีรษะรุนแรง หรือหมดสติ
  • ระดับโซเดียมในร่างกายต่ำ ซึ่งอาจมีอาการบางอย่าง เช่น เวียนศีรษะ ไม่มีสมาธิ มีปัญหาเกี่ยวกับความทรงจำ สับสน อ่อนแรง เสียการทรงตัว และชัก เป็นต้น
  • มีเลือดออกในร่างกาย ซึ่งอาจมีอาการบางอย่าง เช่น มีรอยช้ำ อาเจียนเป็นเลือดหรือเป็นสีน้ำตาลเข้ม ไอเป็นเลือด ปัสสาวะปนเลือด อุจจาระมีสีดำหรือมีเลือดปน เลือดออกจากช่องคลอด มีเลือดออกมากหรือเลือดไหลไม่หยุด เป็นต้น
  • ประจำเดือนมาไม่ปกติ
  • มีปัญหาเรื่องเพศ เช่น ความสนใจเรื่องเพศลดลง หรือมีปัญหาในการหลั่งน้ำอสุจิ เป็นต้น
  • เจ็บอวัยวะเพศชายในขณะแข็งตัว โดยอวัยวะเพศชายแข็งตัวนานกว่า 4 ชั่วโมงขึ้นไป
  • กลุ่มอาการเซโรโทนินซินโดรม เช่น กระสับกระส่าย สับสน หลอน เสียการทรงตัว มีไข้ หัวใจเต้นเร็วหรือเต้นผิดปกติ กล้ามเนื้อกระตุกหรือเกร็ง หนาวสั่น ชัก เหงื่อออกมาก ท้องไส้ปั่นป่วน ท้องเสียรุนแรง ปวดศีรษะรุนแรง และอาเจียน เป็นต้น โดยความเสี่ยงเผชิญอาการเหล่านี้จะเพิ่มสูงขึ้นเมื่อใช้ยานี้ร่วมกับยารักษาอาการซึมเศร้า ยาไมเกรน หรือยาอื่น ๆ

อาการข้างเคียง

  • ปากแห้ง นอนไม่หลับ มีเหงื่อออกมาก เวียนศีรษะ ท้องไส้ปั่นป่วน ท้องผูก ท้องเสีย อ่อนแรง รู้สึกเหนื่อย หาว ง่วงนอน เป็นต้น หากอาการดังกล่าวไม่หายไปหรือรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน ผู้ป่วยควรไปพบแพทย์

การเก็บรักษา

  • เก็บที่อุณหภูมิต่ำกว่า 30 องศาเซลเซียส

ทะเบียนยา

  • 1C59/46(N)
สินค้าที่คุณน่าจะสนใจ
ตัวยา Levothyroxine ใช้รักษาผู้ป่วยที่มีระดับไทรอยด์ฮอร์โมนต่ำ
thb 59.0
ตัวยา Gliclazide สำหรับรักษาโรคเบาหวาน ออกฤทธิ์โดยกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนอินซูลิน
thb 299.0

โปรแกรมตรวจสุขภาพที่คุณน่าจะสนใจ
แม้ว่าโรคปอดบวมจะพบได้บ่อยในเด็ก แต่ใครรู้บ้างว่าโรคปอดบวมก็สามารถพบได้บ่อยในผู้สูงอายุด้วยเช่นกัน
ราคาปกติ: THB 3,190.00
รับเงินคืน: 15% (THB 478.50)
คุณจ่าย: THB 2,711.50
โรคปอดบวม และ ไอพีดี ภัยร้ายจากเชื้อนิวโมคอคคัส อันตรายถึงพิการหรือเสียชีวิต แต่คุณป้องกันได้ วัคซีนนี้สำหรับผู้ที่ไม่เคยได้รับวัคซีนปอดบวมมาก่อน​
ราคาปกติ: THB 3,470.00
รับเงินคืน: 15% (THB 520.50)
คุณจ่าย: THB 2,949.50
ดวงตาเป็นอวัยวะที่สำคัญของมนุษย์ หากมีปัญหาการมองเห็น คุณภาพชีวิตย่อมเปลี่ยนไป
ราคาปกติ: THB 990.00
รับเงินคืน: 15% (THB 148.50)
คุณจ่าย: THB 841.50

ขั้นตอนการใช้บริการ

  • ขั้นตอนที่ 1

    เลือกดูยาที่คุณต้องการ

  • ขั้นตอนที่ 2

    เพิ่มเราเป็นเพื่อนในไลน์ @honestdocs แล้วแจ้งตัวยาและสถานที่จัดส่ง เพื่อให้ทีมงานคำนวณยอดโอน

    หมายเหตุ:
    1) เราไม่ได้เป็นร้านขายยา เราซื้อยาจากร้านขายยาที่มีใบอนุญาติและจัดส่งให้คุณเพื่อความสะดวกเท่านั้น
    2) ราคายาบนหน้าเว็บ เป็นราคาโดยประมาณ

    3) เราไม่จัดส่งยาที่อยู่ในกลุ่มยาควบคุมพิเศษ ที่ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์เท่านั้น

  • ขั้นตอนที่ 3

    รอรับยา

    “ส่งธรรมดา” ทั่วประเทศภายใน 3 วัน ด้วย EMS "ส่งด่วน" ใน กทม. ภายใน 24 ชม. ด้วยแมสเซนเจอร์

  • ขั้นตอนที่ 4

    แจ้งเบอร์โทรที่ใช้สมัครสมาชิกเว็บกับทีมงานในไลน์ @honestdocs เพื่อรับเหรียญฟรี 10%

คำถามที่ถามบ่อยเกี่ยวกับยาชนิดนี้