Apolets 75mg 10เม็ด

Berlin
Apolets 75mg 10เม็ด
Apolets 75mg 10เม็ด
Apolets 75mg 10เม็ด
Apolets 75mg 10เม็ด
ตัวยา Clopidogrel 75 mg เป็นยาต้านการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือด สำหรับป้องกันลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือด และรักษาภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันและรักษาอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ
thb 269.0

Apolets 75 mg (10 เม็ด)

ตัวยาสำคัญ Clopidogrel 75 mg

ลักษณะเม็ดยา : ยาเม็ดเคลือบสีน้ำตาลอ่อน มีตัวอักษร APO อีกด้านเป็นอักษร CL 75

Clopidogrel เป็นยาต้านการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือดที่ออกฤทธิ์ยับยั้งการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือดโดยยับยั้งการจับของ Adenosine Diphosphate (ADP) กับ P2Y12 Receptor ที่เกล็ดเลือดอย่างจำเพาะเจาะจง ทำให้ ADP ไม่สามารถกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงของ Glycoprotein GP IIb/IIIa complex ส่งผลให้เกิดการยับยั้งการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือดจะขึ้นกับขนาดยาที่ได้รับ โดยพบฤทธิ์การยับยั้งได้ตั้งแต่ 2 ชั่วโมงหลังจากได้รับยาโดยการรับประทานเพียงครั้งเดียว สำหรับการให้ยา Clopidogrel ในขนาด 75 มิลลิกรัมต่อวันติดต่อกัน จะพบฤทธิ์ยับยั้งการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือดได้ตั้งแต่วันแรกที่ได้รับยา โดยที่ฤทธิ์ในการยับยั้งนี้จะเข้าสู่ภาวะ Steady state ระหว่างวันที่ 3-7 และพบว่าระดับการยับยั้งการเกาะกลุ่มโดยเฉลี่ยที่ภาวะ Steady state มีค่าประมาณร้อยละ 40-60 โดยทั่วไปการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือด และ ระยะเวลาที่มีเลือดออก ( Bleeding Time) จะกลับสู่ภาวะปกติหลังจากหยุดยาประมาณ 5 วัน

ขนาดของยา

สำหรับขนาดยาเพื่อลดการอุดตันของหลอดเลือดในผู้ป่วยที่มีกลุ่มอาการของโรคหลอดเลือดหัวใจชนิดเฉียบพลัน (Acute coronary syndrome) มักนิยมให้ในขนาด 300 มิลลิกรัม ครั้งเดียว จากนั้นจึงตามด้วยการให้ยาขนาด 75 มิลลิกรัมต่อวัน ส่วนในกรณีที่ใช้ยาเพื่อต้านการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือดในผู้ป่วยที่มีภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตาย (Myocardial Infarction) ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่เกิดจากการอุดตันทำให้ขาดเลือด (Ischemic Stroke) และผู้ป่วยที่มีการอุดตันที่หลอดเลือดแดงส่วนปลาย (Established Peripheral Arterial Disease) นิยมให้ยาในขนาดยา 75 มิลลิกรัมต่อวัน

อาการข้างเคียงของยา

ยาโคลพิโดเกรล สามารถก่อให้เกิดผลไม่พึงประสงค์ (ผลข้างเคียง/อาการข้างเคียง) ดังนี้เช่น ปวดศีรษะ วิงเวียน ความรู้สึกสัมผัสเพี้ยน อาหารไม่ย่อย ปวดท้อง ท้องเสีย คลื่นไส้ กระ เพาะอาหารอักเสบ ท้องอืด ท้องผูก อาเจียน เกิดแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้ (โรคแผลเปบติค) ระยะเวลาของการห้ามเลือดยาวนานขึ้น (เมื่อมีอาการเลือดออก) ผื่นคัน จำนวนเม็ดเลือดขาวลดลง ตับอักเสบ ลมพิษ มีไข้ พบภาวะเลือดออกตามผิวหนัง ในลูกตา และในโพรงจมูก เกิดภาวะจิตหลอน/ประสาทหลอน ตับอ่อนอักเสบ การรับรสชาติผิดปกติ Stevens-Johnson syndrome ข้ออักเสบ ปวดกล้ามเนื้อ

ข้อควรระมัดระวังการใช้ยา Clopidogrel ในคนที่มีอาการดังต่อไปนี้

  1. แพ้ยาหรือส่วนประกอบใด ๆ ในโคลพิโดเกรล
  2. มีปัญหาเกี่ยวกับการมีเลือดออก เช่น มีเลือดออกในกระเพาะอาหาร มีเลือดออกในสมอง
  3. กำลังใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดอย่างดาบิกาทราน (Dabigatran)

** ยาโคลพิโดเกรลอาจส่งผลต่อโรคบางชนิด ควรแจ้งให้แพทย์ทราบหากกำลังป่วยเป็นโรค โดยเฉพาะในกรณีที่อยู่ในภาวะต่อไปนี้

    • ผู้ที่ป่วยหรือเพิ่งป่วยเป็นโรคไขกระดูก โรคตับ โรคไต โรคกระเพาะอาหาร โรคเกี่ยวกับเลือด เช่น เลือดออกในกระเพาะอาหารหรือลำไส้ เลือดออกในสมอง รวมถึงโรคต่าง ๆ ที่ทำให้มีเลือดออกอย่างรุนแรง
    • ผู้ที่เพิ่งได้รับบาดเจ็บหรือเข้ารับการผ่าตัดเมื่อไม่นาน รวมทั้งกระบวนการผ่าตัดทางทันตกรรม หรือกำลังจะต้องเข้ารับการผ่าตัดใด ๆ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการมีเลือดออก อาจต้องหยุดใช้ยาโคลพิโดเกรลก่อน
    • ผู้ที่เคยมีอาการแพ้ยา เช่น ทิโคลพิดีน (Ticlopidine) หรือพราซูเกรล (Prasugrel) รวมทั้งมีประวัติแพ้อาหารหรือสารอาหารใด ๆ
  1. ผู้ที่กำลังรับประทานยา สมุนไพร หรืออาหารเสริมใด ๆ
  2. หญิงกำลังตั้งครรภ์ วางแผนมีบุตร หรือกำลังให้นมบุตร รวมทั้งกรณีที่เกิดการตั้งครรภ์ระหว่างใช้ยา

** ยาบางชนิดอาจทำปฏิกิริยากับคลอพิโดเกรล ผู้ป่วยควรแจ้งให้แพทย์ทราบหากกำลังใช้ยาชนิดใดก็ตาม โดยเฉพาะยาต่อไปนี้

  1. ยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น วาร์ฟาริน (Warfarin) รวมถึงยาต้านการแข็งตัวของเลือดขนานใหม่ เช่น ดาบิกาทราน (Dabigatran) หรือเดซิรูดิน (Desirudin)
  2. ยาแก้อักเสบกลุ่มที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เช่น เซเลโคซิบ (Celecoxib) และไอบูโพรเฟน (Ibuprofen)
  3. ยาไรฟามัยซิน (Rifamycins) เช่น ไรแฟมพิน (Rifampin)
  4. ยาต้านการแข็งตัวของเลือดไรวาโรซาแบน (Rivaroxaban) หรือยาซาลิไซเลต ( Salicylates) เช่น แอสไพริน (Aspirin)
  5. ยาต้านซึมเศร้าในกลุ่ม SSRIs (Selective Serotonin Reuptake Inhibitors) เช่น ฟลูออกซิทีน(Fluoxetine) หรือเซอร์ทาลีน (Sertraline)
  6. ยาต้านซึมเศร้ากลุ่ม SNRIs (Serotonin-Norepinephrine Reuptake Inhibitors) เช่น ดูล็อกซิทีน (Duloxetine) หรือเวนลาฟาซีน (Venlafaxine)
  7. ยากลุ่ม PPIs เช่น โอเมพราโซล (Omeprazole) แลนโซพราโซล (Lansoprazole) หรือทิโคลพิดีน (Ticlopidine) เนื่องจากอาจทำให้ประสิทธิภาพของยาโคลพิโดเกรลลดลง
  • การใช้ยาโคลพิโดเกรลอาจส่งผลให้เกิดภาวะจ้ำเลือดจากเกร็ดเลือดน้อย (Thrombotic Thrombocytopenic Purpura: TTP) ซึ่งเป็นภาวะร้ายแรงและอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต เกิดขึ้นหลังจากรับประทานยาทันทีหรือช่วงเวลาสั้น ๆ หลังรับประทานยาภายใน 2 สัปดาห์ ดังนั้นหากพบว่าตนเองมีอาการผิวหนังซีด ผิวหนังเป็นจ้ำสีม่วง มีแผลฟกช้ำหรือมีเลือดออกผิดปกติ หรืออาการของภาวะโลหิตจาง เช่น รู้สึกอ่อนเพลียหรืออ่อนแรงผิดปกติ เป็นไข้ หนาวสั่น ปวดท้อง ปวดหลัง ตาหรือผิวหนังเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ให้รีบไปพบแพทย์โดยเร่งด่วน
  • ยานี้อาจไปลดการจับตัวเป็นลิ่มเลือดในหลอดเลือด ระหว่างใช้จึงควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้เกิดการฟกช้ำหรือได้รับบาดเจ็บ และหากพบว่ามีอาการฟกช้ำหรือมีเลือดออกผิดปกติ อุจจาระมีสีเข้ม สีเหมือนยางมะตอย หรือมีเลือดปน ต้องแจ้งให้แพทย์ทราบ
  • ควรใช้ยานี้อย่างระมัดระวัง เนื่องจากมีผลข้างเคียงทำให้วิงเวียนศีรษะ และอาการอาจยิ่งแย่ลงหากรับประทานร่วมกับแอลกอฮอล์หรือยาบางชนิด ระหว่างการใช้ยาไม่ควรขับรถหรือทำกิจกรรมใด ๆ ที่อาจไม่ปลอดภัย จนกว่าจะแน่ใจถึงปฏิกิริยาหลังการใช้ยาของตนเอง
  • ยาโคลพิโดเกรลจะต้องเปลี่ยนรูปให้อยู่ในรูปที่สามารถออกฤทธิ์ในร่างกายก่อน ซึ่งกระบวนการนี้ในบางคนอาจเกิดขึ้นได้ไม่ดี และเป็นไปได้ว่าจะทำให้ยาออกฤทธิ์ได้ไม่เต็มที่ไปด้วย ก่อนสั่งจ่ายยาอาจมีการทดสอบความสามารถในการเปลี่ยนรูปยาของร่างกายผู้ป่วย
  • การใช้ยานี้ในเด็กควรระมัดระวังเป็นอย่างมาก เนื่องจากยังไม่มีการยืนยันถึงประสิทธิภาพและความปลอดภัยของการใช้ยาโคลพิโดเกรลในเด็ก
  • การเก็บรักษา

    เก็บยาอุณหภูมิต่ำกว่า 30 องศาเซลเซียส และพ้นแสง

    หมายเหตุ: HonestDocs ไม่ได้ขายยา แต่จัดซื้อยาที่เภสัชกรจ่ายได้จากร้านขายยา และจัดส่งยาถึงที่หมายเพื่อความสะดวกของคุณ ในกรณีที่คุณหายาที่ต้องการใกล้ที่อยู่ไม่ได้ หรือป่วยหนักจนไม่สามารถออกไปซื้อยาได้ แต่หากมีอาการป่วยแนะนำให้ไปพบแพทย์

    สินค้าที่คุณน่าจะสนใจ
    ยาละลายลิ่มเลือด ใช้เพื่อช่วยลดการแข็งตัวของเลือด ใช้ในการรักษาและป้องกันเลือดอุดตันในเส้นเลือดดำหรือหลอดเลือดแดง และยังช่วยลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมองหรือโรคหัวใจ
    thb
    สำหรับรักษาภาวะไขมันในเลือดชนิดไม่ดีต่างๆของร่างกายที่สูงผิดปกติ และใช้ป้องกันโรคที่เกี่ยวข้องกับหัวใจ
    thb 319.0
    Prenolol มีตัวยา Atenolol 50 mg ออกฤทธิ์จำเพาะต่อ Beta Adrenergic Receptors ที่หัวใจมากกว่าที่อื่น สำหรับรักษาอาการความดันโลหิตสูง และลดอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ
    thb 49.0

    โปรแกรมตรวจสุขภาพที่คุณน่าจะสนใจ
    ตรวจสุขภาพขั้นพื้นฐานสำหรับคนอายุก่อน 30 ปี เพื่อหาทางและป้องกันปัจจัยเสี่ยงโรคร้าย
    thb 2500.0
    เพราะการตรวจเชื้อ HPV ชนิดสายพันธุ์ก่อมะเร็งเป็นแบบละเอียด สามารถระบุสายพันธ์ของเชื้อได้​อย่างแม่นยำกว่าการตรวจแบบปกติ
    thb 2800.0
    | "ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม รวมค่าบริการของ รพ. และค่าแพทย์แล้ว"
    thb 900.0

    ขั้นตอนการใช้บริการ

    • ขั้นตอนที่ 1

      เลือกดูยาที่คุณต้องการ

    • ขั้นตอนที่ 2

      เพิ่มเราเป็นเพื่อนในไลน์ @honestdocs แล้วแจ้งตัวยาและสถานที่จัดส่ง เพื่อให้ทีมงานคำนวณยอดโอน

      หมายเหตุ:
      1) เราไม่ได้เป็นร้านขายยา เราซื้อยาจากร้านขายยาที่มีใบอนุญาติและจัดส่งให้คุณเพื่อความสะดวกเท่านั้น
      2) ราคายาบนหน้าเว็บ เป็นราคาโดยประมาณ

      3) เราไม่จัดส่งยาที่อยู่ในกลุ่มยาควบคุมพิเศษ ที่ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์เท่านั้น

    • ขั้นตอนที่ 3

      รอรับยา

      “ส่งธรรมดา” ทั่วประเทศภายใน 3 วัน ด้วย EMS "ส่งด่วน" ใน กทม. ภายใน 24 ชม. ด้วยแมสเซนเจอร์

    • ขั้นตอนที่ 4

      แจ้งเบอร์โทรที่ใช้สมัครสมาชิกเว็บกับทีมงานในไลน์ @honestdocs เพื่อรับเหรียญฟรี 10%

    คำถามที่ถามบ่อยเกี่ยวกับยาชนิดนี้

    ถ้าฟันหน้าหักครึ่งซีกจะทำอย่างไรได้บ้างครับ
    คำถามนี้ได้การตอบจากพยาบาลผู้เชี่ยวชาญ