Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
ความรู้สุขภาพ

ตำแหน่งการเกิดงูสวัด

งูสวัด เป็นที่ไหนได้บ้าง อันตรายแค่ไหน ?
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 28 ธ.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,584,975 คน

ตำแหน่งการเกิดงูสวัด

งูสวัด เป็นที่ไหนได้บ้าง อันตรายแค่ไหน ?

“ระวัง! งูสวัดพันรอบตัวแล้วตาย” เชื่อว่าหลายๆ คนคงเคยได้ยินประโยคนี้กันมาบ้าง และอาจนึกกลัวว่าตัวเองมีความเสี่ยงจะป่วยเป็นงูสวัดหรือเปล่า หากป่วยเป็นงูสวัดแล้วจะเสียชีวิตไหม และถ้างูสวัดเกิดที่ส่วนอื่นๆ ของร่างกาย จะเป็นอันตรายมากน้อยแค่ไหน เราจะมาไขข้อข้องใจกัน

งูสวัด พันรอบตัวไม่ตาย!

ความเชื่อที่ว่า งูสวัดพันรอบตัวแล้วอาจทำให้เสียชีวิตนั้นถือเป็นความเชื่อที่ผิด ตามปกติอาการของโรคงูสวัดมักไม่รุนแรงและไม่ทำให้เสียชีวิต เพียงแต่จะทำให้ผู้ป่วยเจ็บปวดและทุกข์ทรมานอย่างมาก

ทั้งนี้งูสวัดเกิดจากเชื้อไวรัสวาริเซลลา ซอสเตอร์ (Varicella Zoster Virus : VZV) ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสชนิดเดียวกันกับเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโรคอีสุกอีใส เมื่อร่างกายได้รับเชื้อครั้งแรก เชื้อจะกระจายไปทั่วร่างกาย ก่อให้เกิดผื่นตุ่มน้ำใสๆ หรือที่รู้จักกันในชื่อโรคอีสุกอีใส ซึ่งถือเป็นอาการที่ไม่อันตราย สามารถหายได้เองภายใน 1-2 สัปดาห์

แต่เมื่อหายจากอีสุกอีใสแล้ว เชื้อไวรัสบางส่วนจะเข้าไปซ่อนตัวในปมประสาทร่างกาย โดยสามารถอยู่ในร่างกายของเราได้นานนับสิบปี เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายอ่อนแอ หรือภูมิคุ้มกันตก เชื้อจะออกมาทำร้ายร่างกายอีกครั้ง โดยครั้งนี้จะทำให้เกิดโรคงูสวัด

อาการของโรคงูสวัด

ในระยะเริ่มแรกผู้ป่วยจะรู้สึกคันตามผิวหนังที่กำลังจะเกิดผื่น อาจมีอาการไข้ต่ำๆ ปวดแสบปวดร้อน จากนั้นจะเริ่มมีผื่นตุ่มน้ำเกิดขึ้นตามแนวเส้นประสาทที่เชื้อไวรัสอาศัยอยู่ เมื่อเวลาผ่านไปตุ่มน้ำจะแตกออกและเริ่มตกสะเก็ด

ทั้งนี้ผื่นตุ่มน้ำของงูสวัด จะขึ้นเรียงเป็นกระจุก ข้างใดข้างหนึ่งของร่างกาย โดยจะไม่แพร่กระจายไปทั่วเหมือนอีสุกอีใส และมีโอกาสน้อยมากที่จะเกิดผื่นขึ้นทั้งสองข้างของร่างกาย หรือที่เรียกว่า “งูสวัดพันรอบตัว” แต่แม้ว่างูสวัดจะเกิดขึ้นทั้งสองข้างของร่างกาย ก็ไม่ทำให้เสียชีวิต แต่จะทำให้รู้สึกเจ็บปวดอย่างมาก เพราะเชื้อไวรัสไม่ได้ทำอันตรายเพียงแค่ผิวหนัง แต่ทำให้เส้นประสาทอักเสบด้วย

งูสวัด เป็นที่ไหนได้บ้าง ?

โดยส่วนใหญ่ผื่นงูสวัดจะขึ้นตามแนวเส้นประสาทของร่างกาย ตามลำตัว หน้าอก แผนหลัง แขน แต่มักไม่ค่อยขึ้นที่ลำตัวส่วนล่างของร่างกาย อาจมีบ้างที่ขึ้นบริเวณก้นหรือต้นขา เมื่อมีสิ่งใดมาสัมผัสบริเวณผื่นตุ่มน้ำ ผู้ป่วยจะรู้สึกเจ็บปวดและทรมานอย่างมาก บางรายอาจนอนไม่ได้ เพราะผื่นอาจสัมผัสกับที่นอน บางรายเพียงแค่เสื้อผ้าสัมผัสกับผื่นตุ่มน้ำก็ทำให้รู้สึกเจ็บปวด

ดังนั้นในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง แพทย์จึงจำเป็นต้องจากยาแก้ปวด ควบคู่ไปกับยาต้านไวรัสเพื่อให้อาการทุเลาลงโดยเร็ว ทั้งนี้ ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการปวดปลายประสาทหลังเป็นโรคงูสวัด (Postherpetic Neuralgia) นั่นคือ จะยังมีอาการเจ็บปวดบริเวณที่เคยเป็นงูสวัด แม้ผื่นตุ่มน้ำจะหายดีแล้ว บางรายอาจปวดนานเป็นเดือน หรือปวดนานเป็นปี โดยมากอาการนี้จะเกิดในกลุ่มผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป

  • ใบหน้า ลำคอ

งูสวัดที่ขึ้นบริเวณใบหน้าถือว่าค่อนข้างอันตราย เพราะมีโอกาสเสี่ยงที่จะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ได้สูง เช่น งูสวัดที่เกิดขึ้นรอบๆ ดวงตาจะทำให้เจ็บตา ตาบวมอักเสบ ส่งผลต่อการมองเห็น และถ้าติดเชื้อขั้นรุนแรงอาจถึงขั้นสูญเสียการมองเห็นได้ การติดเชื้องูสวัดที่หูชั้นใน อาจทำให้สูญเสียการได้ยิน มีเสียงดังในหูหรือได้ยินเสียงผิดปกติในหู ปวดหู เวียนศีรษะ หรือ บ้านหมุน

ดังนั้นหากผู้ป่วยมีอาการงูสวัดขึ้นที่ใบหน้า ลำคอ ควรรับพบแพทย์โดยเร็วที่สุด เพื่อให้แพทย์วินิจฉัยและจ่ายยาต้านไวรัส ซึ่งแพทย์จะจ่ายยาอะไซโคลเวียร์ (Acyclovir) ครั้งละ 800 มิลลิกรัม ทุก 4 ชั่วโมง วันละ 5 ครั้ง ติดต่อกันนาน 7 วัน โดยควรรับประทานภายใน 48 -72 ชั่วโมงหลังมีอาการ ยิ่งรับประทานยาต้านไวรัสเร็วเท่าไร ประสิทธิภาพในการรักษาก็จะมากขึ้นเท่านั้น

สรุป งูสวัดเป็นโรคที่ไม่อันตรายถึงชีวิต โดยมากมักเกิดในตำแหน่งลำตัว หน้าอก หลังหรือแขน ซึ่งหากดูแลรักษาอย่างถูกวิธีก็สามารถหายได้ แต่หากเกิดขึ้นที่บริเวณใบหน้า ถือว่าค่อนข้างอันตราย เพราะอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ ต้องรีบพบแพทย์โดยเร็วที่สุด

ที่มาของข้อมูล

Department of Public Health and Human Services Montana, Shingles (Herpes zoster), (https://dphhs.mt.gov/Portals/85/dsd/documents/DDP/MedicalDirector/Shingles.pdf), 2013

โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์, โรคงูสวัด รู้เท่าทัน ป้องกันได้, (https://www.bumrungrad.com/th/health-blog/joint-health/herpes-zoster-geriatric-disease) 18 January 2018


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป