Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
ความรู้สุขภาพ

งูสวัดในคนท้อง

งูสวัดในคนท้อง: สาเหตุ ความเสี่ยง อาการป่วย รวมทั้งวิธีดูแลในเบื้องต้น
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 28 ธ.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,598,489 คน

งูสวัดในคนท้อง

งูสวัดกับคนท้อง อันตรายจากเชื้อไวรัสที่คุณแม่ไม่ควรมองข้าม

คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์นั้นต้องระมัดระวังหลายสิ่งหลายอย่าง ทั้งอาหารการกินและข้อห้ามต่างๆ รวมไปถึงโรคภัยทั้งหลาย โดยเฉพาะโรคงูสวัด ที่ต้องระวังให้ดี เพราะการติดเชื้อจากโรคนี้อาจเป็นอันตรายต่อทารกได้อย่างคาดไม่ถึง

โรคงูสวัดเกิดจากอะไร อันตรายหรือไม่?

เชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคงูสวัดและโรคอีสุกอีใสนั้นเป็นชนิดเดียวกัน มีชื่อว่า วาริเซลลา ซอสเตอร์ (Varicella-zoster) ซึ่งเป็นไวรัสที่เพียงเข้าสู่ร่างกายครั้งเดียว ก็สามารถทำให้เกิดโรคถึง 2 โรค คือ โรคอีสุกอีใส และโรคงูสวัด

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนงูสวัด เริ่มต้นที่ 4,775 บาท

งูสวัดเกิดขึ้นได้ทุกวัย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีนเข็มเดียวจบ

Istock 178635431

ในครั้งแรกที่ได้รับเชื้อ คุณจะเป็นโรคอีสุกอีใสก่อน จนกระทั่งหายดีแล้ว ไวรัสชนิดนี้ก็จะไม่หายไปจากร่างกาย แต่จะไปซ่อนตัวอยู่ตามปมประสาท รอเวลาที่จะกลับมาเล่นงานคุณอีกครั้งเมื่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายอ่อนแอ เช่น เมื่ออายุมากขึ้น อยู่ในช่วงเจ็บป่วย พักผ่อนน้อย หรือเครียด โดยครั้งนี้จะทำให้เกิดโรคงูสวัดขึ้นนั่นเอง

การเป็นงูสวัดระหว่างตั้งครรภ์มักไม่มีอาการรุนแรง และไม่ส่งผลต่อทารกในครรภ์ เพราะนั่นหมายความว่าคุณเคยเป็นโรคอีสุกอีใสมาก่อน และมีภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสชนิดนี้อยู่แล้ว แต่ผู้ที่ต้องระวังให้มากก็คือหญิงตั้งครรภ์ที่ไม่เคยเป็นอีสุกอีใสและไม่เคยได้รับวัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใสมาก่อน ที่ห้ามสัมผัสหรือใกล้ชิดผู้ป่วยโรคอีสุกอีใสหรือโรคงูสวัดโดยเด็ดขาด เพราะหากติดเชื้อจะเสี่ยงทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายต่อทารกได้

อาการของโรคงูสวัด

โรคงูสวัดในหญิงตั้งครรภ์มักไม่มีอาการรุนแรง และไม่ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน โดยสามารถสังเกตอาการได้จากตุ่มผื่นที่มักเกิดขึ้นเป็นแนวยาวบริเวณข้างใดข้างหนึ่งของร่างกาย ซึ่งจะเริ่มขึ้นตามใบหน้าและลำตัว ก่อนจะลามไปยังแขนขา ต่อมาจะกลายเป็นตุ่มพุพองที่มีหนองอยู่ข้างใน จากนั้นตุ่มผื่นจะแตกออกและตกสะเก็ดหายไปภายใน 2-4 สัปดาห์หลังจากที่เริ่มเกิดผื่นขึ้น

นอกจากนี้ ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการคันและเจ็บปวดบริเวณที่มีผื่น หรือมีอาการตั้งแต่ตอนที่ผื่นยังไม่ปรากฏขึ้นมา รวมทั้งอาจมีอาการปวดศีรษะ มีไข้ และอ่อนเพลียร่วมด้วยได้

โรคงูสวัดส่งผลต่อทารกในครรภ์อย่างไร

โรคงูสวัดทำให้เกิดอาการเฉพาะในแม่เด็ก ไม่มีผลต่อทารกในครรภ์ แต่สำหรับผู้ที่ไม่เคยมีภูมิคุ้มกันมาก่อน ได้แก่ ไม่เคยเป็นอีสุกอีใส และไม่เคยฉีดวัคซีนอีสุกอีใส การใกล้ชิดผู้ป่วยโรคงูสวัดและผู้ป่วยโรคอีสุกอีใส อาจทำให้คุณแม่ได้รับเชื้อและเกิดโรคอีสุกอีใสขึ้น ซึ่งการเป็นโรคอีสุกอีใสขณะตั้งครรภ์นั้นเสี่ยงทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรงต่อทั้งตัวคุณแม่เองและเด็กในครรภ์

คุณแม่ที่ติดเชื้อวาริเซลลา ซอสเตอร์จะเสี่ยงมีอาการแทรกซ้อนอย่างปอดอักเสบ ภาวะขาดน้ำ การติดเชื้อที่ผิวหนัง สมองอักเสบ กลุ่มอาการท็อกสิกช็อก (Toxic shock syndrome) และอาจรุนแรงจนเสียชีวิตได้

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
💉 วัคซีนไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์ เริ่มต้นที่ 490 บาท 🚨 ถึง 21 ม.ค. นี้

👩🏻🧑🏻 ปีใหม่นี้ กันไว้ก่อนไม่สบาย คุณทำได้ด้วยตัวเอง

Internal ad

ส่วนทารกในครรภ์ของคุณแม่ที่เป็นอีสุกอีใสจะเสี่ยงได้รับผลกระทบต่อไปนี้

  • หากคุณแม่ติดเชื้ออีสุกอีใสระหว่างการตั้งครรภ์สัปดาห์ที่ 12-20 เด็กในครรภ์จะเสี่ยงต่อภาวะ Foetal varicella syndrome ซึ่งสามารถส่งผลต่อดวงตา ทำให้เกิดต้อกระจก แขนขาสั้นลง เกิดแผลเป็น และสมองได้รับความเสียหาย โดยภาวะนี้มีความเสี่ยงเกิดขึ้นได้ประมาณ 2%
  • หากคุณแม่ติดเชื้ออีสุกอีใสหลังจากสัปดาห์ที่ 20 ของการตั้งครรภ์ อาจทำให้ทารกคลอดก่อนกำหนด
  • หากคุณแม่ติดเชื้ออีสุกอีใสในช่วง 7 วัน ก่อนหรือหลังคลอด เด็กอาจติดเชื้อและเกิดอีสุกอีใสชนิดร้ายแรง ซึ่งทำให้ถึงแก่ชีวิตได้

โรคงูสวัดขณะตั้งครรภ์ มีวิธีการดูแลรักษาอย่างไร?

หากสงสัยว่าตัวเองอาจเป็นโรคงูสวัด คุณควรรีบไปพบแพทย์ทันที โดยคุณอาจได้รับยาต้านไวรัส เช่น อะไซโคลเวียร์ (Acyclovir) แฟมไซโคลเวียร์ (Famciclovir) และวาลาไซโคลเวียร์ (Valacyclovir) ซึ่งเป็นยาที่ปลอดภัยสำหรับการใช้ในขณะตั้งครรภ์

ตัวยาเหล่านี้จะช่วยบรรเทาความรุนแรงของโรคและลดความเสี่ยงของอาการปวดปลายประสาทที่จะเกิดขึ้นหลังจากผื่นพุพองหายไปแล้ว ซึ่งจะให้ผลดีที่สุดก็ต่อเมื่อรับประทานตั้งแต่ในช่วงที่ยังไม่เกิดการแพร่เชื้อ หรือผื่นยังไม่แตกออกนั่นเอง และควรรับประทานอย่างต่อเนื่องตามคำแนะนำของแพทย์

นอกจากการรับประทานยาต้านไวรัส คุณสามารถบรรเทาอาการด้วยตนเองตามคำแนะนำต่อไปนี้

  • หากรู้สึกปวดมาก สามารถรับประทานยาแก้ปวดอย่างพาราเซตามอล แต่เพื่อความปลอดภัยควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาใดๆ ด้วยตัวเอง
  • ประคบเย็นบริเวณตุ่มผื่นบ่อยๆ ครั้งละประมาณ 20 นาที หรือแช่ในอ่างน้ำเย็น เพื่อทุเลาความเจ็บปวด
  • ควรสวมใส่เสื้อผ้าหลวมๆ จะช่วยลดการระคายเคืองและทำให้แผลหายเร็วขึ้น
  • หมั่นเช็ดแผลให้แห้ง และใช้ผ้าก๊อซปิดแผลไว้ให้ทั่ว รวมถึงไม่ใช้ผ้าเช็ดตัวหรือเสื้อผ้าร่วมกับผู้อื่น เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ
  • บรรเทาอาการคันด้วยการรับประทานยาแก้แพ้หรือทาคาลามายน์
  • รักษาความสะอาดของแผล เพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อซ้ำ

วิธีป้องกันตัวเองและลูกในครรภ์ให้ห่างไกลจากงูสวัด

ทุกคนที่เคยเป็นโรคอีสุกอีใสมาก่อนย่อมมีความเสี่ยงเกิดโรคงูสวัดได้ แต่ข้อดีก็คือจะไม่ติดเชื้อจากคนอื่นที่เป็นโรคอีสุกอีใสหรือโรคงูสวัดอีก เพราะมีภูมิคุ้มกันอยู่แล้ว ที่สำคัญ โรคงูสวัดนั้นก็ไม่ได้รุนแรงหรือทำให้เกิดอันตรายในหญิงตั้งครรภ์ อย่างไรก็ตาม หากเป็นกังวล คุณสามารถปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการฉีดวัคซีนป้องกันงูสวัด แต่โดยปกติแล้ว วัคซีนนี้มักแนะนำให้ฉีดในผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป

ในขณะที่หญิงตั้งครรภ์ที่ไม่เคยเป็นโรคอีสุกอีใส หรือไม่เคยได้รับวัคซีนป้องกันโรคนี้มาก่อน จะมีความเสี่ยงติดเชื้อจากผู้ป่วยงูสวัดหรืออีสุกอีใสได้ ดังนั้น หากกำลังวางแผนมีบุตร คุณจึงควรเข้ารับการฉีดวัคซีนอีสุกอีใส โดยแนะนำให้เว้นระยะหลังฉีดวัคซีนประมาณ 3 เดือน ก่อนจะตั้งครรภ์ ส่วนผู้ที่ตั้งครรภ์อยู่แล้ว แต่ไม่เคยมีภูมิคุ้มกันต่อโรคอีสุกอีใส ก็ควรป้องกันโดยอยู่ให้ห่างจากผู้ที่เป็นอีสุกอีใสและงูสวัดเข้าไว้ เพราะวัคซีนอีสุกอีใสนั้นไม่แนะนำให้ฉีดในผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
3 โรคอันตราย ไข้หวัดใหญ่ มะเร็งปากมดลูก และ งูสวัด ป้องกันได้ด้วยวัคซีน 💪🏻

สามารถเปรียบเทียบราคาจากคลินิกเเละโรงพยาบาลทั่วประเทศได้เเล้วที่นี่

Vaccineinternal ad

ที่มาของข้อมูล

Karoline Pahl, I'm pregnant and I have shingles. Will this harm my baby? (https://www.babycentre.co.uk/x552741/im-pregnant-and-i-have-shingles-will-this-harm-my-baby), July 2017.

Nivin Todd, Shingles During Pregnancy (https://www.webmd.com/baby/shingles-during-pregnancy#1), 8 July 2018.

James Roland, What You Should Know About Shingles and Pregnancy (https://www.healthline.com/health/shingles-and-pregnancy), 25 May 2016.

Chickenpox (https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/chickenpox/symptoms-causes/syc-20351282), 27 February 2019.


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป