ความรู้สุขภาพ

งูสวัดในผู้สูงอายุ

งูสวัดในผู้สูงอายุ: สาเหตุ ความเสี่ยง อาการป่วย รวมทั้งวิธีดูแลในเบื้องต้น
เผยแพร่ครั้งแรก 7 เม.ย. 2019 อัปเดตล่าสุด 11 ก.พ. 2020 เวลาอ่านประมาณ 3 นาที
งูสวัดในผู้สูงอายุ

ผู้สูงอายุระวังป่วยเป็นงูสวัด!

อายุมากขึ้น ระบบภูมิคุ้มกันร่างกายย่อมเสื่อมถอยลงเป็นธรรมดา จนอาจมีโรคภัยไข้เจ็บถามหาเป็นระยะ โดยมีตั้งแต่อาการป่วยเล็กๆ น้อยๆ อย่างไข้หวัด คัดจมูก น้ำมูกไหล ปวดเมื่อยตามร่างกาย ซึ่งหายได้ง่ายๆ ด้วยการรับประทานยาและพักผ่อนให้เพียงพอ แต่ก็มีบางโรคที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินประจำวันอย่างมาก หนึ่งในนั้นคือ งูสวัด ซึ่งเป็นโรคยอดฮิตของผู้สูงอายุ แม้อาการจะไม่ได้อันตรายถึงชีวิต แต่หากมีภาวะแทรกซ้อนอาจถึงขั้นสูญเสียการมองเห็นได้ ดังนั้นวัยเก๋าควรทำความรู้จักกับโรคนี้ หากมีอาการขึ้นมา จะได้รักษาได้ทัน

งูสวัด อาการเจ็บปวดสำคัญที่ไม่อาจมองข้าม

งูสวัดเกิดจากการติดเชื้อไวรัสวาริเซลลา ซอสเตอร์ (Varicella Zoster Virus : VZV) ซึ่งเป็นเชื้อชนิดเดียวกันกับเชื้อที่ก่อโรคอีสุกอีใส เมื่อแรกรับเชื้อ เราจะป่วยเป็นอีสุกอีใสก่อน จากนั้นเชื้อจะซ่อนตัวอยู่ที่ปมประสาทไขสันหลัง เมื่ออายุมากขึ้น หรือภูมิคุ้มกันเริ่มลดลง ไวรัสจะเริ่มแบ่งตัว เพิ่มจำนวนมากขึ้น เกิดเป็นงูสวัด จึงกล่าวได้ว่า ใครก็ตามที่เคยป่วยเป็นอีสุกอีใส ก็มีโอกาสป่วยเป็นโรคงูสวัดได้

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนงูสวัดวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 5200 บาท ลดสูงสุด 800 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

200

อาการของโรคงูสวัดคือ ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการปวดแสบปวดร้อนบริเวณชายโครง แขน หรือใบหน้า จากนั้น 2-3 วันจะเริ่มมีผื่น ตุ่มน้ำใสเกิดขึ้นตามบริเวณที่รู้สึกปวดแสบปวดร้อน จากนั้นตุ่มน้ำจะแตกออก และค่อยๆ แห้งตกสะเก็ดในภายหลัง โดยอาการของงูสวัดจะสร้างความเจ็บปวดกว่าอีสุกอีใสอย่างมาก เพราะเชื้อไม่ได้ทำลายแค่ผิวหนังเท่านั้น แต่ยังทำให้เส้นประสาทอักเสบ จึงส่งความรู้สึกที่เจ็บปวดมากกว่าปกติไปยังสมอง ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกเจ็บปวดมากนั่นเอง

ตามปกติงูสวัดที่เกิดในช่วงวัยอื่นๆ มักมีอาการไม่รุนแรงนัก โดยอาการป่วยจะหายได้ภายใน 1-2 สัปดาห์ แต่ในกลุ่มผู้สูงอายุส่วนใหญ่จะมีอาการเจ็บปวดรุนแรงกว่า ยาวนานกว่า และมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนสูงกว่าด้วย

กลุ่มเสี่ยงสำคัญของงูสวัดคือผู้สูงอายุ

สถาบันประสาทวิทยา เปิดเผยว่า “อุบัติการณ์ของการเกิดผื่นจากงูสวัดอยู่ที่ 3.4 ราย ต่อ 1,000 คน และมีแนวโน้มสูงขึ้นในกลุ่มผู้สูงอายุตั้งแต่อายุ 50-90 ปี โดยพบ 11 รายต่อ 1,000 คน”

นอกจากนี้อัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อนก็สูงขึ้น โดยพบภาวะแทรกซ้อนและอาการปวดเรื้อรังร้อยละ 50 ของผู้ป่วยที่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไปและมากกว่าร้อยละ 70 ในผู้ป่วยอายุ 70 ปีขึ้นไป

จะเห็นได้ว่าความเสี่ยงของโรคและภาวะแทรกซ้อนนั้นเพิ่มขึ้นตามอายุที่มากขึ้น เนื่องจากปัจจัยหลายประการ หลักๆ คือ เมื่ออายุมากขึ้นภูมิคุ้มกันในร่างกายก็มีประสิทธิภาพลดลง เปิดโอกาสให้เชื้อไวรัสเข้ามาโจมตีได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้พฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น พักผ่อนไม่เพียงพอ เครียด รับประทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่ ไม่ออกกำลังกาย หรือผู้สูงอายุบางคนมักมีไลฟ์สไตล์ที่ชอบท่องเที่ยว ต้องเปลี่ยนที่นอนบ่อยๆ รับประทานอาหารไม่ตรงเวลา หรืออยู่ในสาถนที่ที่ไม่ถูกสุขอนามัย ก็ส่งผลให้โอกาสเกิดโรคงูสวัดสูงขึ้นตามไปด้วย

ภาวะแทรกซ้อนของงูสวัดที่อาจเกิดขึ้นในกลุ่มผู้สูงอายุ

  • อาการปวดปลายประสาทหลังจากเป็นโรคงูสวัด (Postherpetic Neuralgia) หลังจากผู้ป่วยหายจากโรคงูสวัดแล้ว อาจยังรู้สึกปวดและแสบร้อน หรือปวดแปล๊บๆ คล้ายถูกไฟช็อต บริเวณผิวหนังที่เคยเป็นผื่นงูสวัด อาการเหล่านี้ เป็นผลกระทบจากการที่เส้นประสาทถูกทำลายในช่วงที่มีการอักเสบจากงูสวัด มักเกิดในผู้ป่วยสูงอายุที่มีโรคร่วมเรื้อรัง เช่น ปอดอักเสบ เบาหวาน หรือกลุ่มผู้ป่วยที่มีภูมิต้านทานบกพร่อง โดยบางรายอาจปวดนานเป็นเดือน หรือปวดนานเป็นปี ภาวะแทรกซ้อนดังกล่าวพบได้บ่อยร้อยละ 60 ของผู้ป่วยโรคงูสวัดที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป
  • ภาวะแทรกซ้อนที่ดวงตา งูสวัดที่เกิดขึ้นบริเวณใบหน้าอาจส่งผลกระทบต่อดวงตาได้ โดยอาจเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียที่ดวงตา ทำให้ตาอักเสบ หรือเป็นแผลที่กระจกตา ทำให้ผู้ป่วยสูญเสียการมองเห็นได้
  • ภาวะแทรกซ้อนทางหู หากงูสวัดขึ้นบริเวณหูชั้นนอกหรือแก้วหู อาจทำให้ใบหน้าเป็นอัมพาต ปากเบี้ยว หรือไม่สามารถหลับตาข้างนั้นให้สนิทได้ หากเกิดการติดเชื้อบริเวณหูชั้นใน อาจทำให้สูญเสียการได้ยิน
  • ภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาท หากเชื้องูสวัดแพร่กระจายออกนอกแนวเส้นประสาท เชื้อไวรัสอาจกระจายเข้าสู่สมองและอวัยวะภายในอื่นๆ เช่น ปอด ตับ หรือเยื่อหุ้มสมอง ส่งผลให้อวัยวะเหล่านั้นอักเสบ เป็นอันตรายต่อชีวิตได้

ความรุนแรงของโรคงูสวัดจะเพิ่มขึ้น ตามอายุที่มากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป ยิ่งมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคสูงขึ้น ดังนั้นหากคุณอยู่ในกลุ่มเสี่ยง หรือมีคนใกล้ชิดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงดังกล่าว แนะนำให้ดูแลสุขภาพ รักษาร่างกายให้แข็งแรง เพื่อป้องกันไม่ให้ไวรัสออกมาทำร้ายเราได้ และมีอีกวิธีหนึ่งที่มีประสิทธิภาพนั่นคือ การฉีดวัคซันป้องกันงูสวัด ซึ่งสามารถฉีดได้ตามโรงพยาบาลทั่วไป โดยแนะนำให้ผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปีฉีดวัคซีนนี้ แม้วัคซีนจะไม่ได้ป้องกันการเกิดโรคได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ช่วยลดโอกาสเสี่ยงที่เกิดงูสวัดได้ถึง 50% และลดการเกิดอาการปวดปลายประสาทจากงูสวัดได้ถึง 66%

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนงูสวัดวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 5200 บาท ลดสูงสุด 800 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

200

ที่มาของข้อมูล

เดลินิวส์, ‘งูสวัด’ ภัยเงียบผู้สูงอายุ รู้เท่าทันป้องกันก่อนลุกลาม, (https://www.dailynews.co.th/article/338810) 2 สิงหาคม 2558

มติชนออนไลน์, งูสวัด…ความเจ็บปวดของผู้สูงอายุ ที่ป้องกันได้, (https://www.matichon.co.th/lifestyle/news_295651) 23 กันยายน 2559

ไทยโพสต์, ยิ่งสูงวัย....ยิ่งต้องระมัดระวังโรคงูสวัด, (https://www.thaipost.net/main/detail/19701) 12 ตุลาคม 2561

โรงพยาบาลราชวิถี, “โรคงูสวัด”เพิ่มขึ้น 10 %, (http://www.rajavithi.go.th/rj/?tag=โรคงูสวัด) 20 กมภาพันธ์ 2561


5 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
nia.nih.gov, Shingles (https://www.nia.nih.gov/health/shingles)
Hannah Nichols, Shingles (https://www.medicalnewstoday.com/articles/154912.php), November 5, 2019

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม