Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
ความรู้สุขภาพ

งูสวัดในทารกและเด็กเล็ก

งูสวัดในทารกและเด็กเล็ก: สาเหตุ ความเสี่ยง อาการป่วย รวมทั้งวิธีดูแลในเบื้องต้น
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 12 พ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,762,932 คน

งูสวัดในทารกและเด็กเล็ก

โรคงูสวัดในเด็ก อันตรายที่พ่อแม่ควรระวัง

โรคงูสวัดในเด็ก แม้จะพบได้ไม่บ่อย และมักไม่มีอาการรุนแรงอย่างงูสวัดในผู้ใหญ่ แต่ก็เป็นโรคที่พ่อแม่ไม่ควรละเลย เนื่องจากเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดงูสวัดและอีสุกอีใสเป็นชนิดเดียวกัน ทำให้เด็กๆ ที่เคยเป็นอีสุกอีใสมาก่อน เสี่ยงเป็นโรคงูสวัดได้ในวันหน้า งูสวัดเกิดจากอะไร ป้องกันและรักษาอย่างไร คุณพ่อคุณแม่ควรรู้ไว้เพื่อป้องกันลูกน้อยให้ปลอดภัยจากโรคนี้

โรคงูสวัดในเด็ก เกิดจากอะไร?

งูสวัดเกิดจากเชื้อไวรัสที่ชื่อว่า วาริเซลลา ซอสเตอร์ (Varicella Zoster Virus : VZV) ซึ่งเป็นไวรัสชนิดเดียวกับที่ทำให้เกิดโรคอีสุกอีใส ไวรัสชนิดนี้จะเข้าไปซ่อนตัวอยู่ที่ปมประสาทตั้งแต่ตอนที่เป็นอีสุกอีใส โดยยังไม่ส่งผลใดๆ ต่อร่างกาย แต่เมื่อไหร่ที่ร่างกายอ่อนล้าจากอาการเจ็บป่วย หรือระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง ก็จะสามารถกลับมาทำร้ายลูกคุณในรูปแบบของโรคงูสวัดได้

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ปวดตึงกล้ามเนื้อหลัง ชาตามมือตามแขน เจ็บบริเวณข้อมือ อย่าปล่อยทิ้งไว้เด็ดขาด

ทำกายภาพบำบัด รักษา Office Syndrome เริ่มต้นที่ 940 บาท ถึง 19 พ.ย. นี้ เท่านั้น

Physicalinternal ad

ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคงูสวัดในเด็ก

โรคงูสวัดมักเกิดขึ้นกับเด็กที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอและมีความเสี่ยงสูง เช่นเด็กที่มีภาวะต่อไปนี้

  • เคยเป็นโรคอีสุกอีใสก่อน 1 ขวบ
  • แม่ของเด็กเป็นโรคอีสุกอีใสในช่วงไตรมาสสุดท้ายของการตั้งครรภ์
  • เด็กป่วยเป็นโรคที่ส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน เช่น ติดเชื้อเอชไอวี มะเร็ง เป็นต้น
  • มีโรคประจำตัวที่ต้องใช้ยาบางชนิดที่ส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน เช่น สเตียรอยด์ หรือยากดภูมิคุ้มกัน

นอกจากนี้ เด็กแรกเกิด หญิงตั้งครรภ์ และผู้มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอที่ไม่เคยเป็นโรคอีสุกอีใสมาก่อน ควรอยู่ให้ห่างจากผู้ป่วยโรคงูสวัดและโรคอีสุกอีใสไว้เป็นดีที่สุด เพราะจะเสี่ยงติดเชื้อ โดยอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง และถึงขั้นเสียชีวิตได้

อาการของโรคงูสวัดในเด็ก

โรคงูสวัดในเด็กมีอาการเดียวกับโรคงูสวัดในผู้ใหญ่ แต่มักมีความรุนแรงน้อยกว่า คุณสามารถสังเกตอาการของลูกได้ตามลำดับต่อไปนี้

  • เริ่มแรกมักมีอาการปวดเสียว เหน็บชา คันตามผิวหนัง รวมทั้งอาจรู้สึกเจ็บบริเวณที่ผื่นกำลังจะขึ้น
  • จากนั้นเริ่มมีตุ่มผื่นขึ้น จนกลายเป็นตุ่มพุพองที่มีหนองอยู่ภายใน โดยมักขึ้นที่ข้างใดข้างหนึ่งของร่างกาย ตามแนวเส้นประสาทที่ไวรัสซ่อนตัวอยู่
  • ตุ่มหนองพุพองจะแตกออกภายใน 7-10 วัน ก่อนจะตกสะเก็ดและหายไปภายใน 2-4 สัปดาห์หลังจากที่เริ่มมีผื่นเกิดขึ้น

เด็กบางคนอาจมีไข้ หนาวสั่น อ่อนเพลีย คลื่นไส้ ปวดศีรษะ และรู้สึกปวดตามตุ่มผื่นด้วย

อาการแทรกซ้อนจากโรคงูสวัดในเด็ก

อาการแทรกซ้อนโดยทั่วไปที่อาจเกิดขึ้นในเด็ก คืออาการปวดปลายประสาทหลังจากเป็นงูสวัด (Postherpetic neuralgia) ซึ่งจะทำให้เด็กยังคงรู้สึกเจ็บปวดตามแนวเส้นประสาทหลังจากผื่นงูสวัดตกสะเก็ดจนหายดีแล้ว นอกจากนี้ งูสวัดยังอาจส่งผลกระทบต่อดวงตาและกระจกตา ทำให้มีอาการตาแดง เจ็บตา หรือเกิดแผลเล็กๆ ที่ตาได้ และหากไม่รักษาความสะอาดของตุ่มแผล ก็อาจทำให้เกิดการติดเชื้อที่ผิวหนังตามมา

เมื่อไรควรพาลูกไปพบแพทย์?

คุณควรพาลูกไปพบแพทย์ หากพบว่ามีอาการผิดปกติดังต่อไปนี้

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ปวดตึงกล้ามเนื้อหลัง ชาตามมือตามแขน เจ็บบริเวณข้อมือ อย่าปล่อยทิ้งไว้เด็ดขาด

ทำกายภาพบำบัด รักษา Office Syndrome เริ่มต้นที่ 940 บาท ถึง 19 พ.ย. นี้ เท่านั้น

Physicalinternal ad
  • มีผื่นขึ้นตามใบหน้าหรือรอบดวงตา
  • เด็กร้องว่าผื่นทำให้รู้สึกคันและเจ็บปวด
  • สังเกตเห็นผื่นหรือตุ่มพุพองที่คาดว่าอาจเกิดจากงูสวัด
  • ตุ่มผื่นเกิดขึ้นนานกว่า 2 สัปดาห์
  • ตุ่มดูคล้ายมีการติดเชื้อ หรือเด็กมีไข้ร่วมด้วย

การรักษาโรคงูสวัดในเด็ก

แพทย์อาจให้ผู้ป่วยใช้ยาต้านไวรัส ซึ่งตัวยาจะช่วยลดความรุนแรงและอาการแทรกซ้อนจากโรคได้ดี แต่ไม่สามารถกำจัดเชื้อโรคงูสวัดให้หมดไปได้ รวมทั้งอาจให้ใช้ยาทาสำหรับบรรเทาอาการปวด ซึ่งจะออกฤทธิ์โดยช่วยให้รู้สึกชาที่ผิวหนังและลดความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น รวมถึงจ่ายยาลดอาการคัน และยาแก้ปวดชนิดรับประทาน เช่น ยาพาราเซตามอล

เมื่อลูกน้อยเป็นงูสวัด พ่อแม่ควรดูแลอย่างไร?

วิธีดูแลเด็กที่ป่วยเป็นโรคงูสวัด เพื่อบรรเทาอาการและป้องกันการแพร่เชื้อไปสู่คนรอบข้าง ตามคำแนะนำต่อไปนี้

  • ประคบเย็นหรือประคบร้อนวันละหลายๆ ครั้ง เพื่อลดอาการปวดและอักเสบจากผื่นพุพอง
  • รักษาความสะอาดของผิวหนังบริเวณที่เกิดตุ่มพุพอง โดยใช้น้ำสบู่อ่อนๆ ล้างให้สะอาด ป้องกันการติดเชื้อแทรกซ้อนที่ผิวหนัง
  • ใช้ผ้าพันแผลปิดตุ่มผื่นพุพองให้มิดชิด เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไปสู่ผู้อื่น และควรให้เด็กหยุดเรียนจนกว่าแผลจะตกสะเก็ดและแห้งสนิทดี

โรคงูสวัดในเด็ก ป้องกันได้อย่างไร?

หากลูกของคุณยังไม่เคยเป็นโรคอีสุกอีใส คุณควรรีบพาไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใสเอาไว้ โดยจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อและลดความรุนแรงของโรคได้ดี ส่วนวัคซีนป้องกันโรคงูสวัดโดยตรงนั้นมักแนะนำให้ฉีดในผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป เด็กๆ ไม่มีความจำเป็นต้องฉีดนัก เนื่องจากโรคงูสวัดในวัยเด็กจะไม่รุนแรงเท่าโรคงูสวัดที่เกิดในวัยผู้ใหญ่นั่นเอง

ที่มาข้อมูล

Shingles (Herpes Zoster) in Children. (https://www.urmc.rochester.edu/encyclopedia/content.aspx?ContentTypeID=90&ContentID=P02551).

Sonali Mukherjee, Shingles (https://kidshealth.org/en/parents/shingles.html) January 2015.

Shingles (https://raisingchildren.net.au/guides/a-z-health-reference/shingles). 9 November 2015.


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป