โรคหนองในแท้ (Gonorrhea)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ก.พ. 10, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที

ความหมาย

เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (Sexually transmitted diseases) ที่ก่อให้เกิดการติดเชื้อและอักเสบของเยื้อบุผนังของหลอดปัสสาวะหรือเยื่อเมือกของช่องคลอดและปากมดลูก (นอกจากนี้ยังอาจเป็นที่ตา คอ หรือทวารหนักได้) เชื้อมีระยะฟักตัว 1-14 วัน ผู้ป่วยร้อยละ 30-45 มักมีหนองในเทียมร่วมอยู่ด้วย

ในกรณีที่ไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนในชาย เช่น ท่อนำเชื้อส่วนต้นอักเสบ (Epididymitis) ถุงเก็บน้ำเชื้อสุจิอักเสบ (Seminal vesiculitis) ต่อมลูกหมากอักเสบ (Prostatitis) ท่อปัสสาวะตีบ เป็นต้น

เกิดภาวะแทรกซ้อนในหญิง เช่น อุ้งเชิงกรานอักเสบ (Pelvic inflammatory disease) ปีกมดลูกอักเสบ (Salpingitis) เยื้อบุภายในโพรงมดลูกอักเสบ (Endometritis) เป็นฝีที่ต่อมเมือกใต้ผิวหนังปากช่องคลอดหรือมีฝีที่ต่อมบาร์โทลิน (Bartholin abscess)

สาเหตุ

มีสาเหตุจากเชื้อ Neisseria gonorrhoeae

อาการ

ผู้ป่วยชาย มีอาการปัสสาวะแสบขัด ปัสสาวะบ่อย มีหนองขุ่นขาวไหล มักเกิดภายใน 1-7 วัน หลังจากได้รับเชื้ออาการจะค่อยๆ หายไปเองภายในเวลาไม่เกิน 6 เดือน ซึ่งผู้ป่วยจะเป็นพาหะนำเชื้อซึ่งไม่มีอาการ เมื่อตรวจร่างกายจะพบรูเปิดหลอดปัสสาวะบวมแดง

ผู้ป่วยหญิง มีอาการปัสสาวะแสบขัด ปัสสาวะบ่อย ตกขาวผิดปกติ อาจมีเลือดออกผิดปกติ ปวดท้องน้อย มักเกิดภายใน 10 วันหลังจากได้รับเชื้อเมื่อตรวจช่องคลอดจะพบมีลักษณะแดง

การวินิจฉัยโรค

จากอาการ มีประวัติการสัมผัสหรือมีเพศสัมพันธ์กับผู้ป่วยที่เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และลักษณะอาการและอาการแสดงทางคลินิกดังกล่าวแล้วข้างต้น การตรวจร่างกาย เช่น ตรวจบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์เพื่อหารอยโรคหรือภาวะแทรกซ้อนและการตรวจทางห้องปฏิบัติการ เช่น การส่องตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์เพื่อดูลักษณะหนองจากท่อปัสสาวะ ตกขาว หนองจากฝี น้ำเหลืองจากแผล หรือ ตำแหน่งอื่นที่สงสัยว่ามีการติดเชื้อ โดยนำสารคัดหลั่งจากรอยโรคมาย้อมสีซึ่งจะพบสิ่งผิดปกติของเซลล์หรือพบเม็ดเลือดขาวหรือติดสีต่าง ที่บ่งบอกถึงการติดเชื้อและนำมาเพาะแยกเชื้อโดยเพาะในอาหารเลี้ยงเชื้อหรือเซลล์เพาะเลี้ยงสำหรับเชื้อชนิดต่างๆ และตรวจทานน้ำเหลืองซึ่งเป็นการทดสอบแอนติเจนและแอนติบอดีของเชื้อ นอกจากนี้ผู้ป่วยทุกรายควรได้รับการตรวจกรองสำหรับเชื้อซิฟิลิสด้วย

การรักษา

โดยให้ยาต้านจุลชีพ เช่น Ceftriaxone, Cefixime, Cefotaxime, Ciprofloxacin, Ofloxacin, Norfloxacin เป็นต้น ติดตามผลการรักษา โดยตรวจเพาะเชื้อซ้ำ 4-7 วันหลังรักษาเสร็จสิ้น และตรวจซ้ำอีกครั้งในอีก 2 สัปดาห์ต่อมา หากไม่ได้ผลการรักษาต้องเพาะเชื้อ (Culture and sensitivity test) ก่อนให้การรักษาใหม่และการป้องกันการติดเชื้อที่ตาในทารกแรกเกิด โดยให้ Silver nitrate 1% Tetracycline 1% หรือ Erythromycin 0.5% หยอดตาเด็ก หากเด็กติดเชื้อให้การรักษาด้วย Ceftriaxone ขนาด 50 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ฉีดเข้ากล้ามหรือฉีดเข้าหลอดเลือดดำวันละครั้ง นาน 7 วัน

การพยาบาล

ให้คำแนะนำที่เหมาะสมกับผู้ป่วย ร่วมกับการประคับประคองด้านจิตใจทั้งในระยะการตรวจวินิจฉัยและการรักษาโรค วิธีการป้องกันการติดโรคซ้ำ ดูแลผู้ป่วยเพื่อลดความเจ็บปวด โดยให้รับประทานยาแก้ปวดและยาปฏิชีวนะตามแผนการรักษาประคบแผลด้วยน้ำเกลือ ดูแลให้พักผ่อนให้เพียงพอ และป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ เน้นเกี่ยวกับการทำความสะอาดบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ การรับประทานยาให้ครบถ้วนและถูกต้องตามที่แพทย์สั่ง การมาตรวจตามนัด

ขอบคุณข้อมูลดีๆจากหนังสือ "คู่มือโรค" โดยปราณี ทู้ไพเราะ จากจากโรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่