จิตวิทยา

การล่วงละเมิดทางเพศและการกดขี่ทางเพศ

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 7 นาที
Istock 532328438 %281%29

เช่นเดียวกันกับการกดขี่ข่มเหงประเภทอื่นๆ การกดขี่ทางเพศมีวัตถุประสงค์เพื่อการทำร้าย ละเมิด และคุกคามบุคคลอื่น ไม่ว่าจะเป็นทางร่างกายหรือทางจิตใจ ข้อมูลต่อไปนี้จะช่วยให้คุณสามารถสังเกตลักษณะของผู้ที่ประสงค์จะล่วงละเมิดทางเพศและวิธีการเอาตัวรอดเมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวกับคุณ

แม้คุณจะไม่เคยถูกกดขี่หรือถูกล่วงละเมิดทางเพศ แต่คุณอาจรู้จักใครที่เคยถูกล่วงละเมิด ซึ่งการล่วงละเมิดทางเพศเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเด็กหรือวัยรุ่น โดยเฉพาะการใช้โทรศัพท์มือถือ สื่อโซเชียล และโปรแกรม  แชทออนไลน์ในปัจจุบันส่งผลให้การล่วงละเมิดเกิดขึ้นได้ง่ายกว่าแต่ก่อนมาก

พฤติกรรมกดขี่ทางเพศที่เกิดจากข้อเสนอแนะ การวิพากษ์วิจารณ์ หรือการคุกคามที่เกี่ยวข้องกับทางเพศต่อผู้ที่ไม่ต้องการหรือสมยอม เรียกว่า การล่วงละเมิดทางเพศหรือการคุกคามทางเพศ

ข้อมูลต่อไปนี้เป็นสิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้และเป็นแนวทางหากคุณหรือคนที่คุณรู้จักอาจถูกล่วงละเมิดหรือถูกคุกคามทางเพศ

การล่วงละเมิดทางเพศและการกดขี่ทางเพศเป็นอย่างไร

เช่นเดียวกันกับการกดขี่ข่มเหงอื่นๆ การกดขี่ทางเพศจึงหมายรวมถึง การวิพากษ์วิจารณ์ กิริยาท่าทางที่แสดงออกมา การกระทำ การตั้งใจที่จะทำร้าย ละเมิด และคุกคามบุคคลอื่น ไม่ว่าจะเป็นทางด้านร่างกายหรือทางจิตใจ ซึ่งการล่วงละเมิดทางเพศมุ่งเน้นไปที่ รูปร่างภายนอก สัดส่วนของร่างกาย รสนิยมเรื่องเพศ หรือกิจกรรมทางเพศเป็นสำคัญ

คำพูดหรือการแสดงความคิดเห็นถือเป็นการล่วงละเมิดทางเพศได้เช่นกัน อย่างการวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องเพศที่เกี่ยวข้องกับผู้อื่น ทว่าการแสดงความคิดเห็นอาจไม่ได้กล่าวออกมาจากปากเท่านั้น แต่การใช้สื่อหรือเทคโนโลยี เช่น การส่งข้อความ รูปภาพ หรือวิดีโอ เพื่อการคุกคามถือเป็นการล่วงละเมิดทางเพศเช่นกัน นอกจากนี้ การพยายามจะจูบหรือแตะต้องตัวของผู้อื่นโดยที่ผู้นั้นไม่ยินยอมก็นับเป็นการละเมิดทางเพศด้วย

การล่วงละเมิดทางเพศไม่ได้เกิดขึ้นกับเด็กผู้หญิงเท่านั้น ในขณะที่เด็กผู้ชายสามารถล่วงละเมิดเด็กผู้หญิง เด็กผู้หญิงก็สามารถล่วงละเมิดเด็กผู้ชาย เด็กผู้ชายล่วงละเมิดเด็กผู้ชายด้วยกัน หรือเด็กผู้หญิงล่วงละเมิดเด็กผู้หญิงด้วยกัน เป็นต้น และการล่วงละเมิดไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นกับเด็กวัยเดียวกันเท่านั้น ผู้ใหญ่สามารถล่วงละเมิดเด็ก หรือบางครั้งพบว่าเด็กก็สามารถล่วงละเมิดผู้ใหญ่ได้ด้วย แต่พบไม่บ่อยนัก ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว การล่วงละเมิดทางเพศมักเกิดขึ้นกับกลุ่มวัยรุ่นวัยเดียวกันซะมากกว่า

การล่วงละเมิดทางเพศและการคุมคามทางเพศนั้นมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันมาก เนื่องจากเป็นพฤติกรรมที่ปฏิบัติต่อผู้อื่นโดยที่ผู้นั้นไม่ยินยอม เช่น การวิพากษ์วิจารณ์ การเพ่งความสนใจ หรือการสัมผัส แต่ทำไมพฤติกรรมเช่นนี้จึงถูกเรียกได้ทั้ง 2 แบบคือการละเมิดทางเพศและการคุกคามทางเพศ?

เนื่องจาก บางสถานที่อย่างโรงเรียนหรือหลายที่เลือกใช้คำที่เหมาะสมกับบริบทของระเบียบในสถานที่นั้นๆ เช่น เอกสารของทางโรงเรียนมักใช้คำว่า “การคุกคาม” มากกว่า ในขณะที่กฎหมายทั่วไปใช้คำว่า “การล่วงละเมิด” ซึ่งพฤติกรรมบางอย่างนั้นทั้งขัดต่อนโยบายโรงเรียนและขัดต่อกฎหมายหลักด้วย

สำหรับผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ การล่วงละเมิดและการคุกคามนั้นไม่แตกต่างกันเลยสำหรับพวกเขา  เพราะมันทำให้พวกเขารู้สึกไม่พอใจและเสียใจไม่ว่าสิ่งที่พวกเขาถูกกระทำจะเรียกว่าอะไรก็ตาม เพราะเมื่อเกิดการละเมิดหรือการคุมคามทางเพศขึ้นแล้ว พวกเขาต่างรู้สึกว่าถูกข่มขู่ หวาดกลัว และตกอยู่ในภาวะเครียดรุนแรง

พฤติกรรมของผู้ที่ประสงค์จะล่วงละเมิดทางเพศ

ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพ วิดีโอ เรื่องตลก ภาษา และการสัมผัสตัวโดยตรงเกี่ยวกับทางเพศใดๆ ต่างเรียกได้ว่าเป็น “ความไม่เหมาะสม” หากพฤติกรรมหรือการมีปฏิสัมพันธ์บางอย่างทำให้คุณรู้สึกอึดอัดหรือไม่พอใจ คุณจำเป็นต้องบอกผู้ปกครองหรือผู้ใหญ่ที่ไว้ใจ เนื่องจากสิ่งเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของการล่วงละเมิดหรือการคุกคามทางเพศได้ ซึ่งการล่วงละเมิดหรือการคุกคามทางเพศ หมายรวมถึงพฤติกรรมต่างๆ ต่อไปนี้

  • ล้อเลียน เล่าเรื่องตลก วิพากษ์วิจารณ์ หรือแสดงกิริยาอันเกี่ยวข้องกับทางเพศต่อผู้อื่น
  • แชร์เรื่องราวเรื่องเพศ ไม่ว่าจะเป็นการเล่าปากต่อปาก การส่งข้อความ การแชททางออนไลน์ หรือการแชร์ทางสื่อโซเชียล เป็นต้น
  • เขียนข้อความเกี่ยวกับทางเพศในที่สาธารณะ เช่น ห้องน้ำหรือสถานที่สาธารณะอื่นๆ
  • แสดงภาพหรือวิดีโอที่เกี่ยวกับเพศอันไม่เหมาะสมของบุคคลอื่น
  • ขอให้คนอื่นส่งภาพเปลือยมาให้ดู
  • โพสต์ข้อความหรือแสดงความคิดเห็นทางเพศ รูปภาพ หรือวิดีโอ บนสื่อโซเชียล เช่น Facebook หรือแสดงข้อความทางเพศอย่างเปิดเผย
  • การแอบอ้างเป็นบุคคลอื่นบนสื่อออนไลน์หรือสื่อโซเชียลเพื่อแสดงความคิดเห็นทางเพศหรือนำเสนอเกี่ยวกับเรื่องเพศ
  • สัมผัส จับ หรือบีบกอดผู้อื่นอย่างจงใจ โดยมีจุดประสงค์ทางเพศ
  • ดึงหรือถอดเสื้อผ้าของผู้อื่น และลูบไล้สัมผัส โดยมีจุดประสงค์ทางเพศ

การส่งข้อความหรือรูปภาพเกี่ยวกับเพศ ทางข้อความ หรือเรียกว่า "sexting" ไม่ใช่ความคิดที่ดีเลย เนื่องจาก Sexing อาจนำปัญหามาสู่ตัวผู้ส่งเองหรือต่อผู้รับข้อความ แม้คุณอาจกำลังเดทหรือมีความสัมพันธ์กับผู้รับข้อความอยู่ก็ตามคุณก็ไม่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะข้อความที่คุณส่งไปอาจกลายเป็นการคุกคามหรือการล่วงละเมิดทางเพศได้และสามารถส่งผลลบตามมา นอกจากนี้ ข้อความหรือรูปภาพลับที่ถูกส่งไปอาจตกอยู่ในมือของผู้ที่ไม่หวังดีและอาจถูกแชร์ออกไปจนสร้างความอับอายและความเสียหายต่อตัวคุณเองได้ และถึงแม้คุณจะส่งให้บุคคลเดียวเท่านั้น แต่คุณจะมั่นใจได้อย่างไรว่ามันจะไม่ถูกส่งต่อไปยังบุคคลอื่นๆ อีก และแย่กว่านั้นคือ มันอาจถูกนำไปโพสต์ลงสื่อออนไลน์ด้วย

การบังคับให้บุคคลอื่นทำสิ่งที่เขาไม่ต้องการ เช่น การจูบ การมีเพศสัมพันธ์ด้วยปาก หรือการมีเซ็กส์ ถือเป็นการล่วงละเมิดและการคุกคามทางเพศ ซึ่งการบังคับให้บุคคลใดทำกิจกรรมทางเพศโดยที่บุคคลนั้นไม่ยินยอมถือเป็นการข่มขืนและเป็นอาชญากรรมร้ายแรงอย่างหนึ่งที่ผู้กระทำต้องได้รับโทษทางกฎหมาย

พฤติกรรมเช่นนี้เรียกว่าการหยอกล้อหรือการประสงค์จะล่วงละเมิดทางเพศกันแน่?

บางครั้ง คุณอาจพบว่ามีคนที่ชอบเล่าเรื่องตลกหรือวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับเพศและผู้คนต่างหัวเราะกับพฤติกรรมที่เล่ามาเหมือนเป็นการหยอกล้อ และคุณเองก็อาจเผลอทำพฤติกรรมเช่นนั้น แล้วการหยอกล้อและการล่วงละเมิดทางเพศแตกต่างกันอย่างไรล่ะ?

ข้อแตกต่างระหว่างการหยอกล้อกับการล่วงละเมิดทางเพศ ดังนี้

1. คุณและคนที่คุณชอบกำลังหยอกล้อกันอยู่และคุณสองคนเริ่มพูดเรื่องตลกเกี่ยวกับเพศ เขาคนนั้นถามคุณว่าเคยส่งข้อความแบบ Sexting กับใครไหม คุณตอบทันทีว่า “ไม่มีทาง!” จะถือเป็นการหยอกล้อกันธรรมดา แต่หากเขาคนนั้นยังคงขยั้นขยอให้คุณส่งข้อความหรือรูปภาพลับให้เขา นั่นถือเป็นการละเมิดทางเพศแล้วล่ะ!

2. เมื่อใครสักคนชมว่ากางเกงยีนส์ตัวใหม่ของคุณสวยดี นั่นถือเป็นคำชื่นชม แต่หากเขาคนนั้นบอกว่ากางเกงยีนส์ตัวใหม่เนี่ยทำให้ก้นของคุณดูดีขึ้นมากทีเดียว หรือมีการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสัดส่วนรูปร่างของคุณ นั่นเป็นสัญญาณของการละเมิดทางเพศ!

3. คนที่คุณไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ชวนคุณไปเต้นรำ อาจดูหยาบคายไปหน่อยหากคุณจะพูดตรงๆ ว่าไม่ได้สนใจในตัวเขา คุณจึงหาข้ออ้างและปฏิเสธคำเชิญ ทว่าเขายังตื้อคุณไม่เลิกจนเขาเริ่มรู้ตัวว่าคุณไม่ชอบเขา ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมทางสังคมตามปกติ แต่หากเขาพยายามที่จะตื้อ จับเนื้อต้องตัว กอด หรือรบกวนคุณ พยายามส่งข้อความเกี่ยวกับเซ็กส์หาคุณ หรือมักปรากฎตัวให้คุณเห็นอยู่เสมอ พฤติกรรมเหล่านี้ถือเป็นสัญญาณของการละเมิดทางเพศ

บางพฤติกรรมอาจทำให้คุณรู้สึกอึดอัดใจได้ แต่มันอาจไม่ได้เป็นการละเมิดทางเพศเสมอไป เช่น การสบถคำหยาบคายออกมาเมื่อไม่พอใจ ไม่ถือเป็นการละเมิดทางเพศแต่อย่างใด แต่หากมีคนที่จงใจพูดหรือกระทำสิ่งใดอันเกี่ยวกับเซ็กส์จนทำให้คุณรู้สึกอึดอัดใจ นั่นล่ะคือการล่วงละเมิดทางเพศต่อคุณ

หากคุณไม่มั่นใจกับพฤติกรรมของบุคคลที่คุณพบเจอ ถามตัวเองก่อนว่า “มันคือสิ่งที่เราอยากให้เกิดขึ้นหรือไม่ หรือเราอยากให้มันเกิดขึ้นต่อไปรึเปล่า หรือพฤติกรรมนั้นๆ ทำให้เรารู้สึกยังไงกันแน่” หากคุณรู้สึกแย่และอึดอัดใจ คุณจำเป็นต้องปรึกษาพ่อแม่ ครู ที่ปรึกษา หรือผู้ใหญ่ที่คุณไว้ใจ

วิธีจัดการกับการล่วงละเมิดทางเพศ

หากคุณคิดว่าคุณกำลังถูกล่วงละเมิด อย่าโทษตัวเอง! ผู้ที่ล่วงละเมิดหรือคุกคามผู้อื่นมักโยนความรับผิดชอบให้กับเหยื่อ โดยการโทษผู้อื่นหรือแม้กระทั่งพยายามทำให้เหยื่อโทษตัวเอง ทว่าไม่มีใครมีสิทธิ์ไปล่วงละเมิดหรือคุกคามผู้อื่นไม่ว่าจะกรณีใดๆ ก็ตาม แม้แต่การ “ขอร้องให้มีการล่วงละเมิดหรือคุกคาม” ก็ไม่สามารถกระทำได้

ไม่มีข้อยกเว้นหรือมีสิ่งใดถูกต้องสำหรับการล่วงละเมิดทางเพศและแต่ละสถานการณ์อาจมีความแตกต่างกัน วิธีการนี้สามารถช่วยได้บ้างหากคุณบอกผู้ละเมิดให้หยุดการกระทำที่คุกคาม บอกให้เขาได้รู้ว่าสิ่งที่เขากำลังทำอยู่นั้นไม่โอเคสำหรับคุณ ซึ่งการบอกเช่นนี้อาจทำให้เขาสำนึกได้ แต่ก็ไม่เสมอไป! เขาอาจไม่หยุดเพียงเท่านั้น และยังคงหัวเราะกับสิ่งที่คุณขอร้อง หยอกล้อคุณ และยังคงรบกวนคุณอยู่ต่อไป

ด้วยเหตุนี้ คุณจำเป็นต้องบอกเรื่องที่เกิดขึ้นกับผู้ปกครองหรือผู้ใหญ่ที่คุณไว้วางใจ โดยที่โรงเรียนจะมีครูหรือที่ปรึกษาที่คุณสามารถคุยเรื่องนี้ด้วยได้

โรงเรียนส่วนใหญ่จะมีระเบียบเกี่ยวกับการล่วงละเมิดหรือการคุกคามทางเพศเพื่อปกป้องผู้ถูกกระทำ คุณสามารถขอคำปรึกษาจากครูหรือที่ปรึกษา พยาบาลประจำโรงเรียน หรือเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนเกี่ยวกับระเบียบดังกล่าว และหากคุณปรึกษาผู้ใหญ่แล้วแต่เขาคนนั้นยังไม่ใส่ใจ คุณอาจต้องปรึกษาผู้อื่นแทนจนกว่าจะได้รับคำแนะนำหรือความช่วยเหลือ

ไม่ต้องสงสัยเลยที่การพูดถึงการล่วงละเมิดทางเพศจะทำให้คุณรู้สึกเขินอาย แต่หากคุณได้เริ่มพูดคุยแล้วความรู้สึกนั้นจะหายไปเอง ดังนั้น หากเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้คุณรู้สึกอึดอัดใจ คุณควรรีบบอกใครสักคนเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงที อย่าปล่อยทิ้งเหตุการณ์เอาไว้นานหรือปล่อยให้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า

นอกจากนี้ การจดบันทึกวันเวลาและสถานการณ์ที่เกิดเหตุเอาไว้ด้วยจะช่วยบันทึกเหตุการณ์ไว้ได้ อย่าลืมบันทึกข้อความ รูปภาพ หรือวิดีโอที่คนๆ นั้นส่งมาให้คุณไว้เป็นหลักฐานด้วย เพราะจะเป็นประโยชน์อย่างมากหากต้องมีการดำเนินการทางกฎหมาย และเพื่อเลี่ยงไม่ให้คุณเองเกิดความรู้สึกแย่กับสิ่งที่เคยเกิดขึ้น แนะนำให้เก็บหลักฐานต่างๆ ไว้ในที่ที่คุณไม่เห็นมันอยู่ทุกวัน

หากเห็นสิ่งผิดปกติ จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องบอกใครสักคนให้รับรู้

ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ถือว่ามีบทบาทสำคัญที่จะช่วยหยุดการล่วงละเมิดและการคุกคามทางเพศได้ หากคุณพบเห็นว่าบางคนกำลังถูกล่วงละเมิด คุณต้องทำอะไรสักอย่าง! หากคุณพิจารณาสถานการณ์แล้วว่าไม่ได้มีอันตรายมาก คุณสามารถช่วยเหยื่อด้วยการเรียกเขาให้ออกมาจากสถานการณ์นั้น แม้คุณอาจไม่สามารถหยุดพฤติกรรมของผู้ที่ละเมิดและคุกคามได้ อย่างน้อยคุณก็ทำให้เขาคนนั้นรู้ว่า มีคนเห็นพฤติกรรมที่เขากำลังทำอยู่

แต่หากคุณพบว่าเหตุการณ์นั้นอาจเป็นอันตรายต่อคุณ แนะนำให้รีบบอกครูหรือแจ้งตำรวจ เนื่องจากกำลังมีบางอย่างที่ไม่ถูกต้อง และไม่ควรมีใครที่ต้องถูกล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศ คุณควรพูดคุยกับเหยื่อเมื่อเหตุการณ์จบลงแล้วและยื่นมือเข้าช่วยเหลือ บอกเขาว่าสิ่งที่เขาโดนกระทำนั้นไม่ถูกต้องและคุณสามารถให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับวิธีการจัดการกับการล่วงละเมิดทางเพศได้

หากสงสัยว่ามีสถานการณ์บางอย่างผิดปกติ

คุณอาจไม่ได้พบเห็นเหตุการณ์ล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศเสมอไป และเพื่อนที่ตกเป็นเหยื่ออาจไม่ได้เล่าเหตุการณ์ที่เกิดกับเขาให้คุณฟัง

แต่คุณจะสังเกตเห็นความผิดปกติได้แม้เขาคนนั้นไม่ได้บอกอะไรกับคุณก็ตาม คุณอาจสังเกตเห็นว่าเพื่อนซึมเศร้าไป ดูวิตกกังวล หวาดกลัว ไม่มีสมาธิ หรือเพื่อนของคุณดูไม่อยากเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ในโรงเรียนเหมือนแต่ก่อน นอกจากนี้ เพื่อนอาจขาดเรียนหรือผลการเรียนลดลง พฤติกรรมเหล่าเป็นสัญญาณบ่งบอกว่ามีอะไรบางอย่างผิดปกติ ดังนั้น คุณควรลองถามเพื่อนดูว่าทุกอย่างโอเคหรือไม่

ที่มาของข้อมูล http://kidshealth.org/en/teens/harassment.html

 

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่

บทความต่อไป