มะเร็งและโรคร้าย

สัญญาณเตือน 7 ประการของโรคไทฟอยด์

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
Istock 639472618 %281%29

ปีไหนที่มีอัตราการเกิดฝนตกสูง ก็ย่อมมีอัตราการป่วยเป็นโรคไทฟอยด์มากขึ้นตาม ดังนั้นคุณควรตระหนักรู้ถึงสัญญาณและอาการต่าง ๆ ของโรคนี้ก่อนที่จะสายเกินไป

ฤดูมรสุมมักนำพาโรคภัยต่าง ๆ มาพร้อมกัน โรคไทฟอยด์เองก็เป็นหนึ่งในนั้น มันเป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อซัลโมเนลลาไทฟิ (Salmonella typhi) ที่สามารถแพร่กระจายได้ง่ายด้วยการปนเปื้อนในอาหารและน้ำ จึงเป็นเหตุผลที่แพทย์ทุกคนต่างแนะนำให้คุณหลีกเลี่ยงการทานอาหารที่วางขายตามท้องถนน หรือการดื่มน้ำตามก็อกน้ำสาธารณะในช่วงฤดูมรสุม อาการของโรคไทฟอยด์ที่คุณควรสังเกตพบมีดังต่อไปนี้:

มีไข้สูง: เมื่อคุณติดเชื้อแบคทีเรีย มันจะใช้เวลาระหว่าง 6 ถึง 30 วันก่อนจะแสดงอาการ ซึ่งอาการทั่วไปของโรคไทฟอยด์คือมีไข้สูง เมื่อเชื้อโรคเริ่มกระจายตัวเองไปยังระบบภายในจะทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นเป็นปฏิกิริยาป้องกันเพื่อทำการกำจัดเชื้อโรค ซึ่งอาการที่เกิดขึ้นระหว่างการมีไข้ที่บ่งชี้ถึงการติดเชื้อโรคไทฟอยด์ก็คือการหนาวสั่น และมีอุณหภูมิร่างกายที่อาจพุ่งสูงไปถึง 103 – 104 ฟาร์เรนไฮต์ได้อย่างรวดเร็วในช่วง 2 – 3 วันนานอย่างน้อย 2 สัปดาห์ โดยอุณหภูมิดังกล่าวอาจขึ้นลงผันผวนในวันเดียว

ปวดศีรษะ: เหมือนกับการป่วยไข้จากการติดเชื้อทั่วไปที่จะมีอาการปวดศีรษะหลังมีไข้ แบคทีเรียที่เข้าสู่กระแสเลือดจะโจมตีอวัยวะส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้การมีไข้สูงจะร่วมด้วยอาการปวดศีรษะ ไข้ไทฟอยด์เองก็ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะรุนแรงอันเนื่องมาจากความผันผวนของอุณหภูมิร่างกายตลอดวันนั่นเอง

อาการซึม/อิดโรย: การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิร่างกายจะไประงับเอนไซม์ที่ใช้ย่อยอาหาร ทำให้ผู้ป่วยไทฟอยด์ไม่รู้สึกอยากอาหาร และอาจจะรู้สึกอิ่มเมื่อได้ทานอาหารในปริมาณน้อยซึ่งส่งผลทำให้ผู้ป่วยรู้สึกเหนื่อยง่าย

เบื่ออาหาร: เมื่อเอนไซม์ย่อยอาหารถูกกดไว้เนื่องมาจากการโจมตีของแบคทีเรียในร่างกาย ทำให้ผู้ป่วยมีอาการเบื่ออาหารที่แม้แต่การดื่มน้ำยังไม่รู้สึกกระหาย การเบื่ออาหารจะทำให้ร่างกายอ่อนแอลง และทำให้รู้สึกเหนื่อยง่ายและอิดโรย

ตับและม้ามขยายใหญ่ขึ้น: ภาวะม้ามและตับโตมักจะพบได้บ่อยหลังจากเป็นไข้มามากกว่าสัปดาห์หนึ่ง และเป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าอุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นตลอดหลายวัน มักพบได้ชัดเจนในเด็กป่วย

จุดแดงตามร่างกาย: หลังจากมีอาการหนึ่งอาทิตย์ จะพบว่าตามร่างกายผู้ป่วยจะมีจุดแปลก ๆ บนหน้าอกและหน้าท้อง ซึ่งเกิดจากการที่เชื้อแบคทีเรียซัลโมเนลลาไทฟิเข้าสู่เซลล์ชั้นเยื่อบุภายในของหลอดเลือดฝอยใต้ผิวหนัง

ท้องร่วงและอาเจียน: ผู้ป่วยส่วนมากมักมีอาการท้องร่วง ซึ่งเป็นอาการของโรคที่เกิดมาจากการติดเชื้อผ่านอาหารและน้ำ ซึ่งมาจากการอักเสบของช่วงท้องที่อาจก่อให้เกิดเลือดออกในระบบทางเดินอาหารด้วย โดยจะทำให้อุจจาระออกมามีสีดำหรือมีอุจจาระปนเลือด ในบางกรณีอาจจะมีอาการคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย

ปวดช่องท้อง: เป็นผลมาจากอาการท้องร่วงและอาเจียน เนื่องจากพนังกระเพาะถูกจู่โจมโดยเชื้อโรคซึ่งทำให้เกิดอาการเจ็บปวดรุนแรง หากทำการตรวจช่องท้องอาจพบว่าช่องท้องบวมออก

อาการปวดเมื่อย: ความเจ็บปวดไม่ได้เกิดเฉพาะที่ช่องท้องเท่านั้น แต่เชื้อแบคทีเรียยังทำให้กล้ามเนื้อและข้อต่อต่าง ๆ ปวดเมื่อยเช่นกัน

หากคุณประสบกับอาการเหล่านี้ ให้รีบทำการตรวจเลือดทันที ซึ่งหากผลที่ได้แสดงถึงร่องรอยของไข้ไทฟอยด์ จะทำให้แพทย์สามารถรักษาได้อย่างตรงจุดและรวดเร็ว

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่