Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HD
สุขภาพตา

7 สาเหตุของอาการตาบวม

รวมสาเหตุที่ทำให้ตาบวม แบบไหนอันตราย แบบไหนรักษาเองได้ หาคำตอบได้ที่นี่
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ: 22 มี.ค. 2018 อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 19 ก.พ. 2020 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที

เรื่องควรรู้

ขยาย

ปิด

  • ตาบวม เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น โรคภูมิแพ้ ตาแดง ตากุ้งยิง ซีสต์ ร้องไห้มากเกินไป
  • ตาบวมที่เกิดจากภูมิแพ้หรือร้องไห้ อาจบรรเทาอาการได้ด้วยตัวเองหากอาการไม่รุนแรง
  • หากเกิดอาการตาบวมในระยะเริ่มต้น ควรล้างด้วยน้ำเกลือ (Saline solution) เพื่อขจัดสิ่งสกปรกออก และประคบน้ำอุ่นหรือน้ำเย็น ขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ทำให้ตาบวม เพื่อบรรเทาอาการ
  • หากตาบวมเกิดร่วมกับการมีไข้ เวียนหัว กลอกตาลำบาก หรือบวมมากจนรู้สึกเจ็บ ให้รีบพบจักษุแพทย์ทันที
  • อย่างไรก็ตาม ตาเป็นอวัยวะสำคัญที่หากเกิดอันตรายแล้วจะรักษาให้หายได้ยาก ฉะนั้นจึงควรตรวจตากับจักษุแพทย์เมื่อพบความผิดปกติ (ดูแพ็กเกจ ตรวจตา ได้ที่นี่)
7 สาเหตุของอาการตาบวม

ตา เป็นอวัยวะสำคัญของทุกคน เมื่อเกิดความผิดปกติขึ้นกับดวงตา เช่น ตาบวม เราจึงมักตื่นกลัวอยู่เสมอ เพราะไม่รู้ว่าความผิดปกติที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากอะไร 

ฉะนั้นเราจึงควรทำความเข้าใจกับสาเหตุของอาการตาบวมที่พบได้บ่อย เพื่อจะได้ป้องกันและรักษาเบื้องต้นได้ถูกวิธี

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ทรีตเมนต์เพิ่มความกระจ่างใส, เพิ่มความชุ่มชื้น และผ่อนคลายกล้ามเนื้อ

เปรียบเทียบราคาทรีตเมนต์หน้า ที่คลินิกเสริมความงามทั่วกรุงเทพที่นี่

Facialtreatmentinternal ad

7 สาเหตุของอาการตาบวม

อาการตาบวมเกิดได้จากหลายสาเหตุ ฉะนั้นควรสังเกตลักษณะและอาการของตนเองดูว่าเกิดจากอะไร เพื่อจะได้หาวิธีรักษาอย่างถูกต้อง โดยสาเหตุที่พบบ่อยของอาการตาบวม มีดังนี้

1. โรคภูมิแพ้ (Allergies)

โรคภูมิแพ้ คือ การที่ร่างกายตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นมากเกินไป หรือเร็วเกินไป แม้สิ่งนั้นจะไม่ได้ก่อให้เกิดอันตรายก็ตาม เช่น เกสรดอกไม้ ไรฝุ่นเล็กน้อย เชื้อรา หรือบางคนอาจแพ้น้ำยาคอนแทคเลนส์ 

เมื่อผู้ที่เป็นภูมิแพ้สัมผัสกับสิ่งกระตุ้นเหล่านี้ อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองที่เยื่อบุตาขาว หลายคนจึงเผลอนำมือไปขยี้จนเกิดอาการตาบวมได้ นอกจากนี้หากมือไม่สะอาด ก็อาจเกิดอาการแทรกซ้อนตามมาเช่น เป็นตาแดง ตากุ้งยิง

2. ตาแดง (Pink eye)

ตาแดง คืออาการที่เยื่อบุตามีสีแดงก่ำ น้ำตาไหลเยอะ มีหนองเหนียวเคลือบดวงตา อาจติดที่ขอบตาหรือขนตาด้วย เปลือกตาบวม ทำให้เกิดความระคายเคือง อาการสามารถลุกลามไปยังตาอีกข้างหนึ่งได้ภายใน 2-3 วัน 

ตาแดงเกิดจากการติดเชื้อไวรัสอะดีโน (Adenovirus) ที่สามารถแพร่กระจายได้ผ่านทางการสัมผัสน้ำตาและทางอากาศ หากติดเชื้อแล้วจะใช้เวลา 1-2 วันก่อนจะเริ่มแสดงอาการ 

หากไม่ได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว อาจทำให้กระจกตาอักเสบจนมีอาการปวดตตาและสายตามัวได้ 

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ทรีตเมนต์เพิ่มความกระจ่างใส, เพิ่มความชุ่มชื้น และผ่อนคลายกล้ามเนื้อ

เปรียบเทียบราคาทรีตเมนต์หน้า ที่คลินิกเสริมความงามทั่วกรุงเทพที่นี่

Facialtreatmentinternal ad

3. ตากุ้งยิงชนิดติดเชื้อ (Hordeolum)

ตากุ้งยิงชนิดติดเชื้อ จะมีลักษณะเป็นก้อนกลมบวมแดงบริเวณเปลือกตาใกล้กับขนตา เมื่อสัมผัสจะรู้สึกเจ็บ บางคนปวดตลอดเวลา อาจมีหนองไหลออกจากดวงตาร่วมด้วย

ตากุ้งยิงชนิดนี้เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย สแตฟฟิลโลคอคคัส (Staphylococcus) เข้าไปทำให้ต่อมไขมันไมโบเนียน (Meibomian gland) ซึ่งทำหน้าที่ปล่อยไขมันควบคุมความสมดุลของน้ำตาจนเกิดการอักเสบ

ลักษณะของตากุ้งยิงที่ติดเชื้อ สามารถแบ่งย่อยได้เป็น 2 ชนิด ดังนี้

  • ตากุ้งยิงชนิดหัวออก (External hordeolum) จะสามารถสังเกตหัวของตากุ้งยิงได้จากภายนอก มักเกิดบริเวณโคนตา
  • ตากุ้งยิงชนิดหัวเข้า (Internal hoedeolum) จะเกิดการบวมขึ้นจากภายใน และต้องปลิ้นเปลือกตาออกถึงจะมองเห็นหัวตากุ้งยิงภายใน

อย่างไรก็ตาม ตากุ้งยิงอาจเกิดได้ทั้งชนิดเดียวหรือเกิด 2 ชนิดพร้อมกันก็ได้ จึงควรปรึกษาแพทย์เพื่อทำการรักษา

4. ตากุ้งยิงชนิดไม่ติดเชื้อ (Chalazion)

ตากุ้งยิงชนิดนี้เรียกอีกอย่างได้ว่าซีสต์ (Cyst) ที่ตา ลักษณะเป็นก้อนกลมแข็งๆ ขนาดใกล้เคียงกับถั่วเขียวบริเวณเปลือกตา เมื่อนำมือสัมผัสจะไม่มีอาการเจ็บ แต่จะสังเกตเห็นได้ชัด 

ตากุ้งยิงชนิดนี้เกิดจากต่อม ไมโบเมียน (Meibomian gland) อุดตัน ทำให้ไขมันที่ช่วยควบคุมสมดุลดวงตาสะสมภายในผนังต่อมจนบวมขึ้นมา

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
🩺 ตรวจสุขภาพ 21 รายการสำหรับวัยทำงาน 4,480 บาท (จากเดิม 6,500 บาท)

📌 การพบปัญหาสุขภาพแต่เนิ่นๆ จะช่วยลดความรุนแรง และเพิ่มโอกาสในการรักษาโรคให้หายขาดยิ่งขึ้น

Internal ads

โดยปกติ ตากุ้งยิงชนิดนี้สามารถรักษาหายได้ด้วยตัวเองในไม่กี่สัปดาห์ แต่หากรักษาความสะอาดไม่ดี ก็มีโอกาสจะกลายเป็นตากุ้งยิงชนิดติดเชื้อได้เช่นกัน

5. เนื้อเยื่อเบ้าตาอักเสบ (Orbital cellulitis)

คนที่เนื้อเยื่อเบ้าตาอักเสบ รอบดวงตาจะบวมมาก ปวดตามาก ระคายเคืองตา เยื่อบุตาเป็นสีแดงคล้ายกับโรคตาแดง แต่กลอกตาไปมาลำบาก หรืออาจกลอกตาไม่ได้เลย การมองเห็นแย่ลง หากมีไข้ร่วมด้วย ถือเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องรีบไปพบจักษุแพทย์

เนื้อเยื่อเบ้าตาอักเสบเกิดได้จากการติดเชื้อหลายชนิด แต่ที่พบบ่อยที่สุดคือแบคทีเรีย สแตฟฟิลโลคอคคัส ออเรียส (Staphylococcus aureus) เข้าไปทำให้เยื้อกั้นหลังเบ้าตา (Orbital septum) ซึ่งเป็นเยื่อบางๆ เกิดการอักเสบ

6. โรคเกรฟส์ (Graves’ disease)

โรคเกรฟส์ไม่ใช่โรคที่เกี่ยวกับดวงตาโดยตรง แต่ส่งผลทำให้ตาบวมได้ โรคเกรฟส์คือโรคต่อมไร้ท่อผิดปกติ ส่งผลให้ต่อมไทรอยด์ (Thyriod) ทำงานมากเกินไป 

โดยต่อมไทรอยด์จะส่งเซลล์ขึ้นไปเพื่อกำจัดเชื้อโรคที่อยู่บริเวณดวงตา ทั้งๆ ที่ยังไม่เกิดการติดเชื้อ การเพิ่มจำนวนของเซลล์เหล่านั้นจึงเกิดการสะสมและบวมขึ้นในที่สุด

หากปล่อยไว้อาจเกิดการอีกเสบในตาได้ ซึ่งการรักษาต้องรักษาด้วยการผ่าตัดต่อมไทรอยด์หรือใช้ยาหลายประเภท

7. ร้องไห้มากเกินไป (Crying)

การร้องไห้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน ก็สามารถทำให้เปลือกตาบวมได้เช่นกัน เนื่องจากเวลาเราร้องไห้ จะมีเลือดและของเหลวมาเลี้ยงบริเวณดวงตาเยอะ หากร้องไห้เป็นเวลานาน จะทำให้เส้นเลือดฝอยในตาและเปลือกตาแตก 

ทำให้เกิดการสะสมของเหลวบริเวณรอบดวงตาจนตาบวมได้ ตาบวมที่เกิดจากสาเหตุนี้มักไม่มีอันตรายร้ายแรง อาจใช้การประคบเย็นหรือดื่มน้ำทดแทน ก็สามารถบรรเทาอาการได้

วิธีรักษาอาการตาบวมเบื้องต้น

หากเกิดอาการตาบวมในระยะเริ่มต้น และอาการยังไม่รุนแรง สิ่งที่สามารถทำได้ทันทีเพื่อบรรเทาอาการ มีดังต่อไปนี้

  • ล้างตาด้วยน้ำเกลือสะอาด (Saline solution) เพื่อขจัดสิ่งสกปรกที่ทำให้ระคายเคืองตา
  • ประคบตาด้วยผ้าชุบน้ำเย็น แต่หากทราบว่าเป็นซีสต์หรือตากุ้งยิง ให้ประคบด้วยผ้าอุ่นๆ แทน 
  • ประคบตาด้วยถุงชาดำแช่เย็น เนื่องจากคาเฟอีนในชาช่วยลดอาการบวมได้ 
  • หากเป็นตาแดง ให้ใช้สำลีชุบน้ำอุ่นเช็ดรอบดวงตา
  • ทำความสะอาดหมอนให้สะอาด เพื่อลดโอกาสเกิดภูมิแพ้จากไรฝุ่น
  • หนุนหมอนสูงขึ้นเล็กน้อยขณะนอนหลับ เพื่อช่วยการไหลเวียนของเหลวที่อยู่ในร่างกาย

กรณีฉุกเฉินที่ควรไปพบจักษุแพทย์เมื่อเกิดอาการตาบวม

ในกรณีที่ตาบวมจากสาเหตุอันตราย อาจส่งผลกระทบร้ายแรงแทรกซ้อนอื่นๆ ได้ ดังนั้นจึงควรสังเกตว่ามีอาการตาบวมร่วมกับอาการเหล่านี้หรือไม่ หากมี ควรไปพบจักษุแพทย์ทันที

  • มีไข้ขึ้นสูง
  • เวียนหัว สับสน
  • มองเห็นภาพซ้อน
  • กลอกตาลำบาก
  • เจ็บภายในดวงตา หรือรู้สึกว่ามีบางอย่างอยู่ในดวงตา

ข้อควรระวังเมื่อเกิดอาการตาบวม

  • หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางระหว่างที่เกิดอาการตาบวม 
  • ไม่ควรใส่คนแทคเลนส์ระหว่างที่เกิดอาการตาบวม 
  • ไม่ควรใช้มือที่ไม่สะอาดสัมผัสบริเวณรอบดวงตา เพราะอาจติดเชื้อได้

ดูแพ็กเกจตรวจตา เปรียบเทียบราคา โปรโมชั่นล่าสุดจากโรงพยาบาลและคลินิกชั้นนำได้ที่นี่ หรือไม่พลาดทุกการอัปเดตแพ็กเกจเหล่านี้ เมื่อกดเป็นเพื่อนทางไลน์ @HonestDocs และกดดาวน์โหลดแอป iOS และ Android


6 การอ้างอิง
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
รศ. พญ. เกวลิน เลขานนท์, “โรคภูมิแพ้ตา“ อาการเรื้อรังที่ไม่ควรละเลย, (https://med.mahidol.ac.th/ramachannel/home/article/โรคภูมิแพ้ตา-อาการเรื/), 17 กุมภาพันธ์ 2560.
รศ. พญ. ไธวดี ดุลยจินดา, โรคตาแดง, (https://www.si.mahidol.ac.th/th/healthdetail.asp?aid=54), 5 ตุลาคม 2553.
นพ. สุรพงษ์ ดวงรัตน์, ตากุ้งยิง, (https://www.doctor.or.th/article/detail/4407), 1 กรกฏาคม 2532.

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
เยื่อบุตาอักเสบ (Conjunctivitis)
เยื่อบุตาอักเสบ (Conjunctivitis)

อาการ สาเหตุ และวิธีการรักษาภาวะเยื่อบุตาอักเสบหรือตาแดง

รวมเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับอาการ “คันตา”
รวมเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับอาการ “คันตา”

อาการเกี่ยวกับดวงตาที่พบบ่อย สามารถเกิดได้จากหลากหลายสาเหตุ การรักษาจึงแตกต่างกันไปด้วย

ดูในแอป