การดูแลผู้สูงอายุ

การติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
Istock 646346710 %281%29

ผู้สูงอายุมีโอกาสติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะได้สูงและจัดเป็นโรคติดเชื้อที่พบบ่อยที่สุดและเป็นสาเหตุสำคัญที่สุดของการติดเชื้อในกระแสเลือด (bacteremia) ในชายสูงอายุมีโอกาสเกิดการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะสูงขึ้นมาก เมื่อเทียบกับชายอายุน้อยที่แทบจะไม่เกิดการติดเชื้อนี้เลย นอกจากนั้นเชื้อโรคที่ทำให้เกิดการติดเชื้อ ก็มีโอกาสเกิดจากเชื้อหลายชนิดมากขึ้น

สาเหตุที่ผู้สูงอายุมีโอกาสติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะมากขึ้น

  • เมื่อผู้หญิงเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน จะขาดฮอร์โมนเอสโทรเจนทำให้มีเชื้อแลคโตบาซิลไล (lactobacilli) ในช่องคลอดน้อย ค่าพีเอช (pH) ในช่องคลอดจึงสูงขึ้น เหมาะต่อการเจริญเติบโตของเชื้อก่อโรค ส่วนในชายสูงอายุ สารคัดหลั่งจากต่อมลูกหมากจะมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียน้อยลง
  • เมื่ออายุมากขึ้นการทำงานของไตลดลง ความสามารถในการทำให้ปัสสาวะเป็นกรด ทำให้ปัสสาวะเข้มข้น การขับสารยูเรีย (urea) จึงลดลงและติดเชื้อได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้การมีน้ำตาลในปัสสาวะ (ซึ่งพบได้มากขึ้นในผู้สูงอายุ เนื่องจากมีโอกาสเป็นโรคเบาหวานมากขึ้น) ยังเป็นสารเพาะเชื้อได้ดีอีกด้วย
  • ผู้สูงอายุได้รับการใส่สายสวนปัสสาวะบ่อยขึ้น เช่น จากการปัสสาวะไม่ออก กลั้นปัสสาวะไม่ได้ หรือการใส่สายสวนในช่วงผ่าตัด จึงทำให้เชื้อโรคเข้าไปในทางเดินปัสสาวะได้
  • ผู้สูงอายุมีโรคที่เกิดขึ้นหลายโรค ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะง่ายขึ้น เช่น โรคสมองเสื่อมอัลไซเมอร์ โรคพาร์คินสัน ทำให้เดินไม่คล่อง ปัสสาวะได้น้อย มีปัสสาวะค้างในกระเพาะปัสสาวะ โรคเบาหวาน ขาดสารอาหาร ต่อมลูกหมากโต

อาการ

อาการขึ้นกับว่าติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะระดับใด ถ้าติดเชื้อแค่ในกระเพาะปัสสาวะ อาจมีอาการปัสสาวะแสบขัด ขุ่น หรือปัสสาวะบ่อยขึ้น แต่ถ้าติดเชื้อที่กรวยไต จะมีไข้และปวดหลังร่วมด้วย ซึ่งต้องได้รับการรักษาด้วยยาฉีดปฏิชีวนะในโรงพยาบาล อย่างไรก็ตามผู้ป่วยสูงอายุจำนวนมากอาจมีอาการที่ไม่จำเพาะกับการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ เช่น ซึม สับสน เบื่ออาหาร หกล้ม กลั้นปัสสาวะไม่อยู่

การป้องกัน

  • แก้ไขสาเหตุที่ทำให้เกิดการติดเชื้อ เช่น ต่อมลูกหมากโต กะบังลมหย่อน หรือถ้ามีนิ่วในทางเดินปัสสาวะก็ต้องรักษา เพราะก้อนนิ่วอาจเป็นแหล่งสะสมของเชื้อและอาจอุดตันการไหลของปัสสาวะ
  • หลีกเลี่ยงหรือหยุดยาที่ไม่จำเป็น เนื่องจากยาบางตัวมีฤทธิ์ทำให้การหดตัวของกระเพาะปัสสาวะไม่ดี หรือบางตัวทำให้ความต้านทานในท่อปัสสาวะสูงขึ้น จึงมีปัสสาวะคั่งค้าง เกิดการติดเชื้อได้ง่าย
  • การใช้ฮอร์โมนเอสโทรเจนสามารถช่วยป้องกันการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะซ้ำๆ ในหญิงสูงอายุที่มีสาเหตุจากการขาดฮอร์โมนได้ โดยมีฮอร์โมนเอสโทรเจนแบบทาช่องคลอด อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติ การใช้ฮอร์โมนเอสโทรเจนแบบทาทุกวันนั้นทำได้ยากในผู้สูงอายุ และได้ระดับยาไม่คงที่ จึงมีการใช้ฮอร์โมนแบบวงแหวน ซึ่งทำจากซิลิโคนนิ่มๆ ที่ค่อยๆ ปล่อยฮอร์โมนออกมาช้าๆ และคงที่ ใช้ได้นาน 3 เดือน
  • ดูแลความสะอาดบริเวณรอบๆ ท่อปัสสาวะ
  • วิธีอื่นๆ
    • การดื่มน้ำผลไม้แครนเบอร์รี่ (cranberry juice) จะสามารถลดการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะได้ แต่รสชาติค่อนข้างเฝื่อนและยังหาได้ยากในประเทศไทย
    • นผู้ป่วยสูงอายุบางรายที่อายุยังไม่มากและการติดเชื้อมีความสัมพันธ์กับการมีเพศสัมพันธ์ แพทย์อาจพิจารณาให้ยาต้านจุลชีพ เพื่อป้องกันการติดเชื้อหลังการมีเพศสัมพันธ์ - ถ้าวิธีข้างต้นไม่ได้ผล อาจพิจารณาให้ยาต้านจุลชีพ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ แต่ยังไม่มีการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้ในผู้สูงอายุ

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่