Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
ความสุข

ขายของออนไลน์อย่างไรไม่เสี่ยงคุก (ตอนที่ 3/3)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 18 ต.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,502,965 คน

ขายของออนไลน์อย่างไรไม่เสี่ยงคุก (ตอนที่ 3/3)

เมื่อผ่านบทความตอนที่ 1 และ 2 มาแล้ว ติ๊ต่างว่าตอนนี้มีสินค้าที่อยู่ในใจกันแล้วนะคะ มาส่งท้ายก่อนลงสนามขายจริงด้วยเรื่องของ...

“การโฆษณาหรือส่งเสริมการขายอย่างถูกต้องและเหมาะสม”

สินค้าที่ดีจริงจะขายตัวมันเองได้ เพราะเมื่อผู้ซื้อใช้แล้วถูกใจ ก็จะซื้อไปใช้ซ้ำแล้วซ้ำอีก และอาจประทับใจจนเกิดการบอกต่ออีกด้วย แต่ก่อนที่จะมีการซื้อไปใช้ครั้งแรกก็จำเป็นต้องมีการโฆษณาหรือส่งเสริมการขายให้เป็นที่รู้จัก อย่างไรก็ตาม คงไม่มีใครชอบที่ถูกหลอก...จริงมั้ยคะ เพราะฉะนั้น หากเห็นผลิตภัณฑ์ใดที่มีการโอ้อวดสรรพคุณเกินเบอร์ มันก็ส่อถึงความไม่จริงใจของผู้ขาย ซึ่งนอกจากผู้ซื้อจะเบ้ปากมองบนใส่แล้ว ยังผิดกฎหมายอีกด้วย 

ยังไม่ถึงคราวรวย แต่จะถึงคราวซวยที่ถูกจับหรือถูกปรับแทนค่ะ

สำหรับผลิตภัณฑ์ประเภทอาหารเสริมและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 มาตรา 41ระบุว่า หากผู้ใดต้องการจะโฆษณาด้วยการอ้างถึงสรรพคุณ คุณภาพ คุณประโยชน์ ไม่ว่าจะด้วยข้อความ ภาพ สัญลักษณ์ หรืออื่นใด เพื่อประโยชน์ทางการค้า จะต้องนำตัวอย่างไปขออนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สำหรับโฆษณาที่ประสงค์จะเผยแพร่ทั่วประเทศ หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำหรับโฆษณาที่ประสงค์จะเผยแพร่ในแต่ละจังหวัด เมื่อได้รับอนุญาตแล้วจึงโฆษณาได้นะคะ หากฝ่าฝืน มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาทตามมาตรา 71 ค่ะ

และในมาตรา 40 ห้ามมิให้โฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหารเป็นเท็จหรือ หลอกลวงให้หลงเชื่อโดยไม่สมควร หากฝ่าฝืน ต้องได้รับโทษตามมาตรา 70 นั่นคือ จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

โฆษณาผลิตภัณฑ์อาหารอย่างไรที่ถือว่ามีความผิด???

  1. แสดงข้อความที่เป็นเท็จหรือเกินความจริง
  2. ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับอาหาร แม้จะอ้างอิงรายงานทางวิชาการ สถิติ หรือสิ่งอื่นใดก็ตาม
  3. ทำให้เข้าใจผิดว่ามีวัตถุใดในอาหารหรือเป็นส่วนประกอบของอาหารมากกว่าความเป็นจริง
  4. อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด หรือไม่เข้าใจลักษณะหรือวิธีการบริโภคอาหาร
  5. รับรองหรือยกย่องโดยบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ทั้งตัวจริงหรือผู้ที่อ้างหรือแสดงตน
  6. สนับสนุนโดยตรงหรือโดยอ้อมให้กระทำผิดกฎหมายหรือศีลธรรม หรือนำไปสู่ความเสื่อมเสียในวัฒนธรรมของชาติ
  7. ทำให้เข้าใจผิดว่าสามารถบำบัด บรรเทา รักษา หรือป้องกันโรคหรืออาการของโรคได้
  8. ทำให้เข้าใจว่ามีสรรพคุณบำรุงกาม หรือเกี่ยวข้องกับการมีเพศสัมพันธ์

ตัวอย่างคำที่ห้ามใช้ในการโฆษณาผลิตภัณฑ์อาหาร

ส่วนผลิตภัณฑ์ประเภทเครื่องสำอางแม้ไม่ต้องขออนุญาตก่อน แต่ก็ต้องทำการโฆษณาโดยอยู่ในขอบเขตของกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 ดังนี้

มาตรา 41 ไม่ใช้ข้อความอันเป็นเท็จหรือเกินความจริง

  • ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับเครื่องสำอาง ไม่ว่าจะอ้างอิงรายงานทางวิชาการ สถิติ หรือสิ่งอื่นใดหรือไม่ก็ตาม
  • แสดงสรรพคุณที่เป็นการรักษาโรค หรือที่มิใช่จุดมุ่งหมายของเครื่องสำอาง
  • ทำให้เข้าใจว่ามีสรรพคุณบำรุงกาม
  • สนับสนุนโดยตรงหรือโดยอ้อมให้ทำผิดกฎหมาย หรือศีลธรรม หรือนำไปสู่ความเสื่อมเสียในวัฒนธรรมของชาติ
  • ทำให้เกิดความแตกแยกหรือเสื่อมเสียความสามัคคีในหมู่ประชาชน
  • ข้อความอย่างอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง 

มาตรา 42 ไม่โฆษณาด้วยวิธีการที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพร่างกายหรือจิตใจ หรือขัดต่อศีลธรรมอันดีงามของประชาชน หรือก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้บริโภค

หากฝ่าฝืน ไม่เป็นไปตามที่กล่าวมา ก็จะมีโทษตามมาตรา 84 คือจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับนะคะ 

ถ้าไม่โฆษณาเว่อร์วัง แล้วจะขายได้ยังไง ในเมื่อใคร ๆ เค้าก็ทำกัน?!?

หากลองค้นดูตัวอย่างการโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและเครื่องสำอางที่มีอยู่เกลื่อนโลกออนไลน์ในปัจจุบัน จะเห็นว่าส่วนใหญ่จะทำผิดกฎหมาย ผิดมากบ้าง ผิดน้อยบ้าง ทำไมเค้ายังทำได้ 

มือใหม่หัดขายบางคนอาจนึกอย่างนี้อยู่ในใจใช่มั้ย (ฮ่า)

ก็แหม... การที่คนหมู่มากทำผิด มันไม่สามารถกลับผิดให้เป็นถูกได้นะคะ เห็นใครทำผิดก็อย่าเอามาเป็นข้ออ้างที่จะทำผิดตามกันค่ะ เพราะเวลาถูกปรับหรือถูกจับ เราจะได้ไม่พลอยติดร่างแหไปด้วย แต่ยังสามารถยิ้มสวย ๆ แล้วขายของอย่างถูกต้องต่อไปไงล่ะคะ

และที่สำคัญ... ผู้บริโภคส่วนใหญ่ไม่โง่นะคะ สมัยนี้การตรวจสอบข้อมูลก็ทำได้ง่ายและรวดเร็ว หากให้ข้อมูลที่ผิด ๆ ก็เท่ากับดูถูกผู้ซื้อ และทำลายความน่าเชื่อถือของตัวผู้ขายเอง แม้จะได้เงินเร็วในช่วงแรก แต่ก็ไม่ยั่งยืนหรอกค่ะ

สู้รวยน้อย ๆ แต่รวยนาน ๆ ดีกว่า ...ว่ามั้ยคะ

บทความ Sell Smart ขายของออนไลน์อย่างไรไม่เสี่ยงคุกต่อ...

  1. ตอนที่ 1: สร้างภูมิคุ้มกันทางความรู้ให้กับผู้ขาย ไม่ให้ทำผิดกฎหมาย 
  2. ตอนที่ 2: การขายยาที่ไม่ใช่ยาสามัญประจำบ้าน ตามช่องทางสื่อออนไลน์ มีความเสี่ยงที่จะผิดกฎหมาย
  3. ตอนที่ 3: การโฆษณาหรือส่งเสริมการขายอย่างถูกต้องและเหมาะสม



บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป